
ความเพียรควรทำในวันนี้
เรื่องปกติที่ไม่ปกติหากเกิดขึ้นในชีวิตของเราหรือคนใกล้ชิดก็คือ การเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย
เรื่องปกติที่ไม่ปกติหากเกิดขึ้นในชีวิตของเราหรือคนใกล้ชิดก็คือ การเกิด การแก่ การเจ็บ การตาย วันนี้ MQ จึงขอนำเรื่องในพระสูตรคาถาธรรมบทสั้นๆ มาเล่าสู่กันฟังเพื่อให้เร่งทำความเพียรในวันนี้ เพราะใครเล่าจะรู้ว่าความตายจะมีในวันพรุ่งนี้หรือไม่
เรื่อง “พ่อค้ามีทรัพย์มาก” มีดังนี้คือ ครั้งนั้น พระผู้มีพระภาคเจ้าประทับอยู่ในพระเชตวัน กรุงสาวัตถี ทรงบิณฑบาตในพระนคร ได้ทอดพระเนตรเห็นพ่อค้ามีทรัพย์มากท่านหนึ่ง ผู้เดินทางมาจากกรุงพาราณาสีมาถึงเมืองสาวัตถีเพื่อค้าขาย เขานำผ้ามาจำนวนมาก เมื่อเดินทางมาถึงปลดเกวียนแล้วคิดว่าตนจะพักแล้วพรุ่งนี้จะข้ามแม่น้ำเดินทางต่อ ในตอนกลางคืนเกิดพายุใหญ่ฝนตกตลอด 7 วัน พ่อค้าคิดว่า ถ้าอย่างนั้นเราจะไม่ไปต่อจะอยู่ ณ เมืองนี้ เพื่อขายผ้าให้หมดจะใช้เวลาตลอดฤดูฝน ฤดูหนาว และฤดูร้อนที่นี่ แล้วจึงกลับ
พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงทราบความคิดของพ่อค้าผู้มีทรัพย์มาก แล้วทรงแย้ม ท่านพระอานนท์จึงกราบทูลถาม สาเหตุที่พระพุทธเจ้าทรงแย้มว่าคืออะไร
พระผู้มีพระภาคเจ้าจึงตรัสว่า “อานนท์ เธอเห็นพ่อค้ามีทรัพย์มากหรือไม่?”
ท่านพระอานนท์ “เห็น พระเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคเจ้า “เขาไม่รู้อันตรายแห่งชีวิตของตน จึงได้ตั้งจิตเพื่ออยู่ขายสิ่งของในที่นี้แหละตลอดปีนี้”
ท่านพระอานนท์ “ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ อันตรายจักมีแก่เขาหรือ”
พระผู้มีพระภาคเจ้า “ใช่ อานนท์ เขาเป็นอยู่ได้ตลอด 7 วันเท่านั้น ก็จักตั้งอยู่ในปากแห่งมัจจุ (ความตาย)”
แล้วทรงตรัสเป็นคาถาว่า
“ความเพียรเครื่องเผากิเลส ควรทำในวันนี้ทีเดียว”
ใครพึงรู้ได้ว่า “ความตายจะมีในวันพรุ่งนี้”
เพราะว่าความผัดเพี้ยนด้วยความตาย
ซึ่งมีเสนาใหญ่นั้น ไม่มีเลย
มุนีผู้สงบ ย่อมเรียกบุคคลผู้มี ปกติอยู่อย่างนั้น
มีความเพียร ไม่เกียจคร้าน ตลอดกลางวันและกลางคืน
นั้นแลว่า “ผู้มีราตรีเดียวเจริญ”
ท่านพระอานนท์ “ข้าพระองค์จักไปบอกแก่เขา พระเจ้าข้า”
พระผู้มีพระภาคเจ้า “อานนท์ เธอคุ้นเคยกันก็ไปเถิด”
พระอานนท์ได้ไปสู่ที่แห่งเกวียนนั้น พ่อค้าได้ต้อนรับท่านด้วยภิกษา พระอานนท์ จึงถามว่า “ท่านจักอยู่ในที่นี้ ตลอดกาลเท่าไร” พ่อค้าตอบว่า “ผมมาแต่ที่ไกล ถ้าจักไปอีก ความเนิ่นช้าจักมี ผมจักอยู่ในที่นี้ตลอดปีนี้ ขายสิ่งของหมดแล้วจักไป”
ท่านพระอานนท์ได้บอกอุบาสกว่า “อันตรายแห่งชีวิตรู้ได้ยาก การทำความไม่ประมาทจึงควร” พ่อค้า “ท่านผู้เจริญ ก็อันตรายจักมีหรือ?” ท่านพระอานนท์ ได้ตอบว่า “ใช่ อุบาสก ชีวิตของท่านจักเป็นไปได้ตลอด 7 วันเท่านั้น”
พ่อค้าเป็นผู้มีใจสังเวชแล้ว นิมนต์ภิกษุสงฆ์ มีพระพุทธเจ้าเป็นประมุข ถวายมหาทานตลอด 7 วัน แล้วรับบาตรเพื่อประโยชน์แห่งการอนุโมทนา
พระพุทธเจ้าเมื่อจะทรงทำอนุโมทนาแก่เขา ตรัสว่า “อุบาสก ธรรมดาบัณฑิตคิดว่า เราจักอยู่ในที่นี้แหละตลอดฤดูฝน เป็นต้น จักประกอบการงานชนิดนี้ๆ” ย่อมไม่ควร ควรคิดถึงอันตรายแห่งชีวิตของตนเท่านั้น แล้วตรัสพระคาถาว่า
คนพาลย่อมคิดว่า “เราจักอยู่ในที่นี้ตลอดฤดูฝน”
จักอยู่ในที่นี้ตลอดฤดูร้อน “หารู้อันตรายไม่”
คำว่าอันตรายนั้นคือ ย่อมไม่รู้จักอันตรายแห่งชีวิตของตนว่า “เราจักตายในกาล ในประเทศ ในวัยชื่อโน้น”
เมื่อจบพระธรรมเทศนา พ่อค้านั้นได้ดำรงอยู่ในโสดาปัตติผลแล้ว เทศนาได้มีประโยชน์แม้แก่บุคคลอื่นที่ประชุมกันแล้ว ฝ่ายพ่อค้า เมื่อตามส่งเสด็จแล้ว กลับมานอนบนที่นอน คิดว่า “ดูเหมือนโรคในศีรษะจะเกิดขึ้นแก่เรา” นอนด้วยอาการนั้นแหละ ทำกาละ (ตาย) แล้วไปเกิดในสวรรค์ชั้นดุสิต...







