posttoday
คุ้ยหัวใจหม่อมเหลน 'ไม่ขอเทียบชั้นหลวงวิจิตรฯ'

คุ้ยหัวใจหม่อมเหลน 'ไม่ขอเทียบชั้นหลวงวิจิตรฯ'

07 กันยายน 2557

ราวกับเป็นยาสามัญประจำรัฐบาลก็ว่าได้ เพราะ นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...เลอลักษณ์ จันทร์เทพ

ราวกับเป็นยาสามัญประจำรัฐบาลก็ว่าได้ เพราะ นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) แต่งตั้ง ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล มาเป็นปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี เผือกร้อนหลายอย่างตกมาอยู่ในมือทั้งการติดตามโครงการทุจริตจำนำข้าว หรือการส่งสัญญาณตรวจสอบองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นจนเกิดสั่นสะเทือน

บทบาท “พ่อบ้านทำเนียบร้ัฐบาล” ที่ต้องติดตามแก้่ไขหลายกรณีปัญหา จึงได้้รับความไว้วางใจจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.ให้มานั่งเก้าอี้ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี อีกตำแหน่งหนึ่ง

การวางตำแหน่งของ ม.ล.ปนัดดา ครั้งนี้จึงถือว่าถูกที่ถูกทางในจังหวะที่ฝ่ายการเมือง (เฉพาะกิจ) ต้องประสานการทำงานกับฝ่ายข้าราชการทุกระดับ

โอกาสนี้ ม.ล.ปนัดดา หรือผู้ที่คุ้นเคยเรียกขานว่า “หม่อมเหลน” เปิดห้องทำงานสำนักปลัดฯ สนทนาอย่างเป็นกันเองกับทีมงานโพสต์ทูเดย์ถึงการทำงาน 2 ตำแหน่ง

“ไม่ว่าจะเป็นหมวกของปลัดสำนักนายกฯ ในฐานะข้าราชการประจำ หรือจะหมวกของ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะการเมือง จะพยายามนำมาประสานกัน จะไม่แยกตัวเองออกเป็น 2 คนเด็ดขาด เราหลอกตัวเองไม่ได้ เราเป็นคนคนเดียวจะพยายามขบคิดอยู่เสมอว่าอะไรที่เป็นนโยบายสำคัญของนายกรัฐมนตรีและนโยบายของ คสช. จะมุ่งมั่นสืบสานต่อให้สำเร็จ

สวมหมวกสองใบจะไม่ถูกมองในเรื่องของผลประโยชน์ทับซ้อนเหมือนนายกรัฐมนตรีและหัวหน้า คสช.หรือ

“พี่ไม่ได้มองถึงเรื่องที่จะต้องออกต้องเข้า เพราะรัฐบาลขณะนี้เป็นรัฐบาลที่เข้ามาแก้ไขปัญหาเฉพาะกิจ แต่ถ้าเป็นรัฐบาลที่เลือกตั้งเข้ามา นั่นคืออีกเรื่อง ถ้าสถานการณ์แบบนั้นเป็นไปไม่ได้ที่จะทำหน้าที่สองอย่างไปพร้อมกัน การทำงานทั้ง 2 ตำแหน่งนี้ สามารถทำงานคู่ขนานกันไปได้ เพราะเนื้องานในส่วนของสำนักนายกรัฐมนตรี จะไม่เหมือนรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีช่วยของกระทรวงต่างๆ ถ้าเรามีอุดมการณ์ มีความมุ่งมั่น จะไม่มีปัญหา” ม.ล.ปนัดดา แจงข้อข้องใจ

ด้วยบุคลิกที่สุภาพ สุขุมนุ่มนวล แต่คำพูดทุกคำเมื่อเอ่ยถึงจิตวิญญาณข้าราชการ มักจะทำให้ข้าราชการหลายคนสะอึกอยู่พอสมควร

“ทั้งชีวิตเป็นข้าราชการมาตลอด ก่อนที่จะมีคณะรักษาความสงบแห่งชาติ มีตำแหน่งเป็น “รองปลัดกระทรวงมหาดไทย” มีภารกิจที่ต้องดูแลทุกข์สุขประชาชน บำบัดทุกข์บำรุงสุข ประสบการณ์ที่ผ่านมาทั้งชีวิตสอนให้รู้ว่า บทบาทข้าราชการประจำเป็นงานที่ต้องทำให้เกิดความเรียบร้อยสมบูรณ์ ไม่ใช่งานฉาบฉวย ไม่ใช่งานผักชีโรยหน้า ไม่ใช่งานหาเสียงหรือประชานิยม แต่เป็นงานที่รู้สึกว่าเมื่อมองย้อนกลับไปแล้วรู้สึกภาคภูมิใจกับสิ่งที่เราได้ทำไป และลองถามตัวเองว่าทำได้เต็มที่แล้วหรือยัง ผลลัพธ์ที่ตอบกลับมาเป็นเช่นไร เพื่อที่จะได้ปรับปรุงแก้ไข”

“เรามีเงินเดือนใช้เพราะภาษีอากรประชาชน มีหน้าที่ต้องตอบแทนบุญคุณอันใหญ่หลวงของแผ่นดิน ตอบแทนประชาชน ด้วยการทำหน้าที่ข้าราชการที่มีพฤติกรรมที่เหมาะสม ไม่ใช่เห่อเหิม ลืมตัว อวดรู้ อวดเบ่ง กลับกลายเป็นมาเฟีย ข้าราชการต้องมุ่งสร้างเสริมความคิดว่าอะไรที่ทำแล้วสถิตอยู่กับบ้านกับเมืองตลอดไป”

รมต.ประจำสำนักนายกฯ ยังได้ออกแบบการทำงานด้านการเมือง ซึ่งดูจะสอดคล้องถ้อยแถลง พล.อ.ประยุทธ์ ในรายการคืนความสุขให้คนในชาติ เมื่อวันที่ 5 ก.ย.ที่ผ่านมา ว่า “ขอเป็น ครม.ติดดิน ทำงานใกล้ชิดประชาชน”

“อยากให้ประชาชนได้เห็นภาพความเป็นรัฐมนตรี ที่เป็นบุคคลธรรมดาคนหนึ่งที่เข้าถึงประชาชน เรียนรู้ปัญหาต่างๆ ได้โดยไม่ต้องมีขั้นตอนอะไรมากมาย รับรู้รับทราบปัญหาประชาชน ข่าวสารบ้านเมือง ความเปลี่ยนแปลงและการแก้ไขปัญหา ไม่อยากให้ประชาชนมองว่าตำแหน่งรัฐมนตรีวีไอพี อยากให้เป็นอะไรที่เรียบง่าย ทำงานสนองคุณแผ่นดิน อยากให้รัฐมนตรีมุ่งมั่นทำงานนี้ได้ตามพระราชปณิธานของในหลวงเรื่องความพอเพียง เข้าใจ เข้าถึง พัฒนา ความรู้รักสามัคคี ไม่พูดจาหยาบคาย ไม่ทะเลาะกันในสภา”

“ยามที่เราเป็นข้าราชการประจำ เคยมองการทำงานของการเมืองอยู่บ้าง ซึ่งอะไรที่การเมืองทำไว้เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมชื่นชอบก็จะรักษาไว้ เช่น เรื่องความรวดเร็วทันอกทันใจ แต่ในมุมกลับกันก็ขาดความรอบคอบ ผลีผลาม ขาดความยับยั้งชั่งใจ ขาดการกลั่นกรองที่เหมาะสม”

ม.ล.ปนัดดา ตั้งปณิธานการทำงานไว้ว่า จะใช้ตำแหน่งทางการเมืองเอาความรวดเร็วมาใช้ในการแก้ไขปัญหา ซึ่งผู้ที่จะได้รับผลดีผลได้คือประชาชน ขณะเดียวกันจะนำเอาความเป็นข้าราชการประจำมาประยุกต์ใช้กับการเมืองให้ไปด้วยกันได้ดี เพราะมีหลายคนที่ประสบความสำเร็จไปพร้อมกันได้ทั้งการ บริหารภาคเอกชน ไปพร้อมกับการทำหน้าที่เป็นผู้บริหารภาครัฐ รัฐวิสาหกิจ นอกจากนี้จะทำให้เห็นว่าการเป็นข้าราชการประจำมาก่อนได้เปรียบตรงที่จะยึดมั่นในกฎระเบียบ มีความมุ่งมั่นที่จะรักษาระบบเกียรติศักดิ์คือความซื่อตรง

อนึ่ง ภาระงานที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของ ม.ล.ปนัดดา ประกอบด้วย กำกับดูแลสำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี กรมประชาสัมพันธ์ บริษัท อสมท สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) สำนักข่าวกรองแห่งชาติ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

ซึ่ง รมต.ประจำสำนักนายกฯ ได้วางนโยบายการทำงานเอาไว้คร่าวๆ ว่า ส่วนของกรมประชาสัมพันธ์ และบริษัท อสมท หรือโมเดิร์นไนน์ทีวี อยากจะขอความร่วมมือร่วมใจ ทำบทบาทให้โทรทัศน์ของรัฐเป็นแหล่งเรียนรู้ที่ทรงคุณค่า ไม่อยากให้นำเสนอแต่เรื่องการทะเลาะวิวาทขัดแย้ง ภาพคดีอาชญากรรม อะไรที่ก่อให้เกิดความสะเทือนใจแก่พี่น้องประชาชน ให้รู้จักเลือกเฟ้นในการนำเสนอ โดยยึดถือมาตรฐานสากล ส่วนงานด้าน สคบ. อยากให้เป็นหน่วยงานที่ดูแลประชาชนได้เป็นอย่างดี

ยกหลวงวิจิตรฯ ผู้สร้างลัทธิชาตินิยม

หากสังเกตบทบาทของ ม.ล.ปนัดดา จะเห็นว่าทำหน้าที่ด้วยการสื่อสารไปยังประชาชน ข้าราชการอยู่ตลอด ที่จะปลุกความรักชาติ ความสามัคคี จนกระทั่งมีคนนำมาเปรียบเทียบกับการทำหน้าที่ของ “หลวงวิจิตรวาทการ” ขุนพลคู่ใจ “จอมพลแปลก (ป.) พิบูลสงคราม” ในยุคที่เป็นนายกรัฐมนตรี ที่มีแนวทางการทำงานปลุกให้คนไทยรักชาติเช่นกัน

“อย่าเปรียบขนาดนั้นเลย เพราะท่านหลวงวิจิตรฯ สูงศักดิ์มาก และไม่เคยนึกคิดอะไรขนาดนั้น การทำงานที่ผ่านมาได้แต่พยายามตามที่คุณพ่อสอนไว้ ซึ่งก็เหมือนกับที่สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ท่านทวด ที่ได้สอนสืบต่อกันมาว่า เกิดมาเป็นคนไทยต้องสำนึกถึงบุญคุณประเทศไทย ให้สร้างความดี อย่าทำความไม่ดี อย่าทำบาปเท่านั้นเอง” ม.ล.ปนัดดา กล่าวอย่างถ่อมตน

“หลวงวิจิตรฯ ท่านมีส่วนดีเยอะมาก จะเห็นได้จากบทเพลงที่ท่านได้แต่งไว้ ส่วนตัวมีความชื่นชอบมาก เพราะเนื้อหาล้วนเป็นข้อเท็จจริงทั้งสิ้น และคิดว่าไม่ควรนำตัวเองไปเปรียบกับท่าน เพราะไม่ได้ดีอะไรมากมาย หลวงวิจิตรฯ ถือว่าเป็นบุคคลที่ก่อให้เกิดลัทธิชาตินิยมให้กับคนไทย และความเป็นชาตินิยมคนไทยที่เกิดขึ้นได้ในยุคจอมพล ป. มองว่าหลวงวิจิตรฯ เป็นบุคคลสำคัญที่ทำให้ความรักชาติในยุคนั้นเกิดขึ้นได้ หากเราจะเรียนรู้ถึงแนวทางความรักชาติบ้านเมืองของบุคคลในอดีต ก็ไม่เห็นว่าจะเป็นเรื่องล้าสมัย แต่กลับเป็นเรื่องที่นำมาใช้ได้ตลอดกาล ความดีไม่มีวันล้าสมัย มีแต่จะค้ำจุนชาติบ้านเมืองอยู่กับประเทศชาติตลอดไป”

วปอ.คอนเนกชั่น จุดเริ่มความสัมพันธ์

ม.ล.ปนัดดา เล่าถึงจุดเริ่มต้นความสัมพันธ์กับ พล.อ.ประยุทธ์ ว่า รู้จักท่านสมัยที่เรียน วปอ.2550 รุ่นเดียวกัน และท่านเป็นประธานรุ่น ซึ่งระหว่างเรียน ท่าน พล.อ.ประยุทธ์ ไว้วางใจให้เป็นกรรมการรุ่นฝ่ายวิชาการ ถือว่าท่านได้ไว้ใจการนำเสนอเอกสารทางวิชาการ และการที่ได้รับโอกาส รับความไว้วางใจให้เข้ามาร่วมรับหน้าที่แก้ไขปัญหาประเทศชาตินั้น คือว่าท่านคงเห็นบทบาทการทำงานตั้งแต่สมัยเรียน วปอ. และคงเป็นจุดเริ่มต้นที่ให้ความเมตตากรุณา

“ก่อนที่จะได้รับทราบการประกาศให้รับตำแหน่ง รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนั้น ผมทราบข่าวจากบรรดาเพื่อนร่วมรุ่นที่เรียนวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร หรือ วปอ. (รุ่น 2550) มาบ้าง ซึ่งเป็นข้าราชการชั้นผู้ใหญ่หลายท่าน ตอนนั้นเมื่อได้ยินมาก็รู้สึกว่า โอ้โห! จริงหรือ เพราะไม่ได้ปักใจเชื่อซะทีเดียว ส่วนตัวไม่เคยนึกคิดเลยว่าจะได้รับตำแหน่งนี้ เป็นอะไรที่ไกลเกินฝันเหลือเกิน ที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้มาเป็น รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี”

“การได้เข้ามาทำงานร่วมกับ ครม.ชุดนี้ เชื่อว่าคนเราต้องมีความหวัง ถ้าไม่มีความหวังเลยจะไม่ประสบความสำเร็จ พี่มีความเชื่อและมีความหวังว่าตอนนี้โรดแมปได้เดินหน้าสู่ระยะที่ 2 แล้ว ซึ่งจะนำไปสู่ความสงบสุขในอนาคตอันใกล้นี้ ภาพรวม ครม.นี้พี่รู้จักหลายท่าน ทราบถึงอุปนิสัยใจคอหลายท่านดี มีคุณธรรมจรรยา สุดท้ายมีความภาคภูมิใจที่จะได้ทำงานร่วมกับท่าน” ม.ล.ปนัดดา เล่าถึงที่มาการได้รับตำแหน่งรัฐมนตรี

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI