
เว้นภาษีเขตศก.พิเศษเต็มสูบ
คลังชงยกให้8ปีแถมบวกเพิ่มอีก3-5ปีลงทุนได้ซอฟต์โลน-บสย.ค้ำเงินกู้ให้
คลังชงยกให้8ปีแถมบวกเพิ่มอีก3-5ปีลงทุนได้ซอฟต์โลน-บสย.ค้ำเงินกู้ให้
คลังสรุปเว้นภาษีเศรษฐกิจพิเศษให้ 8 ปี บวกเพิ่มอีก 3-5 ปี
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า คลังได้ประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องการพิจารณาสิทธิประโยชน์ทางภาษีในเขตเศรษฐกิจพิเศษ 5 แห่ง ประกอบด้วย อ.แม่สอด จ.ตาก อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว อ.คลองใหญ่ จ.ตราด จ.มุกดาหาร และ อ.สะเดา จ.สงขลา และได้สรุปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) จะเป็นผู้เขียนเงื่อนไขและส่งให้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชน (กรอ.) รับทราบต่อไป
ทั้งนี้ สิทธิประโยชน์เขตเศรษฐกิจพิเศษจะให้เป็นแพ็กเกจ ทั้งการเว้นภาษี ซึ่งจะให้เท่ากับการไปลงทุนในเขตพื้นที่ 3 ของบีโอไอ ที่ได้รับการยกเว้นภาษีนิติบุคคล 8 ปี และบวกเพิ่มให้อีก 3-5 ปี แต่อาจจะเป็นการเว้นภาษีนิติบุคคลให้ 50% เท่านั้น ไม่ใช่ทั้งหมดเหมือน 8 ปีแรก ส่วนจำนวนปีที่จะได้ลดภาษีเพิ่มขึ้นอยู่กับธุรกิจที่จะไปลงทุน หากเป็นภาคธุรกิจที่รัฐบาลต้องการส่งเสริมก็จะได้รับการยกเว้นภาษีมากกว่าธุรกิจที่รัฐบาลไม่สนับสนุน
นอกจากนี้ ผู้ที่เข้าไปลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษ ยังจะได้รับการปล่อยสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยต่ำพิเศษ (ซอฟต์โลน) รวมถึงในกรณีผู้ที่ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน ก็จะให้บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) เข้าไปช่วยค้ำประกันให้
อย่างไรก็ตาม สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษได้มีการพิจารณาควรจะให้ประกาศพื้นที่เป็นอำเภอ เพื่อให้สะดวกในการกำกับดูแล ซึ่งผู้ประกอบการที่จะมาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษยังต้องขออนุญาตกับบีโอไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ด้าน นายสมชัย สัจจพงษ์ อธิบดีกรมศุลกากร กล่าวว่า กรมศุลกากรสนับสนุนการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งจะต้องปรับปรุงด้านการบริหารของเจ้าหน้าที่ทั้งเรื่องการตรวจสินค้าและคนให้มีประสิทธิภาพ และอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด
ถึงกระนั้น กรมศุลกากรยังสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการเปิดคลังสินค้าทัณฑ์บน และเขตปลอดอากร ทางกรมศุลกากรก็พร้อมพิจารณาให้ทั้งในเขตพื้นที่เศรษฐกิจ หรือพื้นที่ใกล้เคียง โดยกรมศุลกากรคาดว่าการมีเขตเศรษฐกิจพิเศษจะทำให้การค้าขายชายแดนขยายตัวเพิ่มขึ้น 10% โดยข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) การค้าชายแดนปัจจุบันมีมูลค่ากว่า 1 ล้านล้านบาท หรือกว่า 15% ของปริมาณการค้ารวมของประเทศ
สำหรับเขตเศรษฐกิจพิเศษนั้น พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ตั้งคณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการนโยบายเขตเศรษฐกิจพิเศษ มากำกับดูแล ได้แก่ 1.คณะอนุกรรมการด้านสิทธิประโยชน์ ขอบเขตพื้นที่ และศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านการลงทุน มีปลัดกระทรวงการคลังเป็นประธาน 2.คณะอนุกรรมการศูนย์บริการเบ็ดเสร็จด้านแรงงาน สาธารณสุข และความมั่นคง มีปลัดกระทรวงแรงงานเป็นประธาน และ 3.คณะอนุกรรมการด้านโครงสร้างพื้นฐานและด่านศุลกากร มีปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน







