posttoday
การปฏิรูปศาสนา

การปฏิรูปศาสนา

01 กันยายน 2557

พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยของเรามาแต่โบราณกาล เป็นเวลาเจ็ดร้อยกว่าปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นในดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้ เพราะบรรพบุรุษของพวกเรายึดมั่นในคำสอนของพระพุทธองค์ ผู้ที่บวชเป็นพระมีความละอายต่อบาป ไม่ละเมิดธรรมที่บัญญัติไว้ ไม่ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือหากิน

พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทยของเรามาแต่โบราณกาล เป็นเวลาเจ็ดร้อยกว่าปีมาแล้ว ตั้งแต่สมัยกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี พุทธศาสนาเจริญรุ่งเรืองเป็นปึกแผ่นในดินแดนสุวรรณภูมิแห่งนี้ เพราะบรรพบุรุษของพวกเรายึดมั่นในคำสอนของพระพุทธองค์ ผู้ที่บวชเป็นพระมีความละอายต่อบาป ไม่ละเมิดธรรมที่บัญญัติไว้ ไม่ใช้ศาสนาเป็นเครื่องมือหากิน

พระในสมัยนั้นก็คงมีนอกลู่นอกทางบ้าง เป็นธรรมดาของโลก เพราะแม้ในสมัยพุทธกาลก็มี แต่คงไม่รุนแรงเท่าสมัยนี้ ในยุคที่ความเจริญทางวัตถุโดยเฉพาะเทคโนโลยีที่ล้ำหน้าไปมาก พระในสมัยนี้จึงใช้วิชาการทางการตลาดเป็นเครื่องมือหากิน บิดเบือนพระธรรมคำสอนดั้งเดิม เอาบุญมาเป็นสินค้า ขายให้กับความศรัทธาของชาวพุทธ จนร่ำรวยกว่าญาติโยมที่ทำมาหากิน

ทุกวันนี้ พระที่มีชื่อเสียงจึงมีสิ่งอำนวยความสะดวกมากกว่าปัจจัยสี่ มากกว่าอัฐบริขารที่ภิกษุพึงมี เช่น มีรถยนต์หรูใช้ส่วนตัว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าท่านจะผิดวินัย หากญาติโยมนำมาถวายด้วยศรัทธา ด้วยความเคารพอยากให้พระที่ตนเองนับถือได้รับความสะดวกสบาย แต่หากญาติโยมไม่ได้ถวาย แต่พระไปขวนขวายหาซื้อมาใช้เอง หรือบอกให้ญาติโยมซื้อมาถวาย อย่างนี้จึงจะผิดวินัยที่ห้ามพระเป็นผู้ซื้อขายสิ่งของ

คำสอนของพุทธศาสนาสอนให้ทำดี ไม่มีบทลงโทษ ผลที่ได้รับจะได้มาจากการกระทำของตนเอง เป็นไปตามธรรมชาติ พระพุทธเจ้าไม่เคยทำโทษหรือทำร้ายใคร

พระพุทธองค์ตรัสไว้ว่า เดียรถีย์ไม่สามารถทำลายพุทธศาสนาได้ ผู้ที่จะทำลายพุทธศาสนาได้คือคนในพุทธศาสนา คือ พุทธบริษัทสี่นั่นเอง

พุทธศาสนาจะดำรงอยู่ได้ก็ด้วยพุทธบริษัทสี่ คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา มีความยึดมั่นในพระธรรมคำสอนของพระพุทธองค์ นั่นย่อมหมายความในตัวว่า ฝ่ายอาณาจักรจะต้องอุปถัมภ์ค้ำจุน ปกป้องพระพุทธศาสนา เพราะพระพุทธศาสนาจะไม่ทำร้าย ไม่ลงโทษผู้ใด แม้จะทำผิดร้ายแรง จะทำลายพระศาสนาอย่างไร พระธรรมวินัยก็เพียงขับออกจากศาสนจักรเท่านั้น

การดำรงอยู่อย่างมั่นคงของพุทธศาสนาจึงขึ้นอยู่กับฝ่ายอาณาจักรด้วย ซึ่งในความเห็นของผมฝ่ายอาณาจักรหรือบ้านเมืองหรือรัฐบาลในปัจจุบัน มีหน้าที่ 3 ประการ ในการคุ้มครองดูแลและปกป้องพระพุทธศาสนา

ป้องกันไม่ให้คนจากฝ่ายอาณาจักรเข้าไปทำอันตรายกับศาสนจักร

เมื่อมีคนปลอมปนเข้าไปทำอันตรายกับพระศาสนา หรือคนที่ศาสนจักรขับไล่เพราะทำผิดร้ายแรง ฝ่ายอาณาจักรต้องไปลากตัวออกมาลงโทษ

ต้องคุ้มครอง ดูแล และส่งเสริมพระที่ท่านปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ ให้สามารถปฏิบัติกิจของสงฆ์ได้โดยอิสระ ตามกำลังความสามารถ ไม่ให้ใครไปรังแกขัดขวางการปฏิบัติ

ด้วยเหตุนี้จึงมีการเรียกร้องจากชาวพุทธที่ห่วงใยพระศาสนา ให้ตรา พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา เพื่อลงโทษผู้กระทำความผิดต่อพระธรรมวินัย ซึ่งปัจจุบันไม่มีบทกฎหมายบัญญัติให้มีโทษ ถ้าเป็นพระทำผิดที่ไม่เข้าข่ายความผิดอาญา ก็เพียงแต่จับสึกเท่านั้น

ปัจจุบัน กฎหมายเกี่ยวกับพระมีเพียง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 เท่านั้น ซึ่งเนื้อหาเป็นเรื่องการปกครองของคณะสงฆ์ เป็นเรื่องภายในคณะสงฆ์ ไม่มีบทบัญญัติเอาผิดทางอาญากับผู้ที่บิดเบือนคำสอน ผู้ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย เราจึงเห็นการสั่งสอนและประพฤติผิดธรรมวินัยที่ผิดเพี้ยน ไม่ว่าจะเป็นการสอนให้เพ่งลูกแก้ว การไม่ร่วมลงอุโบสถ โดยอ้างว่าพระวินัยมีเพียง 150 ข้อ หรือการผิดวินัยอย่างร้ายแรงกรณียันตระ นิกร แม้จะมีมติสงฆ์ให้ขาดจากการเป็นพระ แต่ไปนุ่งห่มเขียว ทำตัวเป็นพระ หากินกับศรัทธาของชาวพุทธต่อไป แต่ศาสนจักรก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีอำนาจไปลงโทษใดๆ

กรณีอย่างนี้เองที่บ้านเมืองต้องมาเอาคนของฝ่ายอาณาจักรออกไปให้พ้นศาสนจักร เอาตัวไปลงโทษ ตามที่มีผู้เรียกร้องให้ออกกฎหมายอุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา

เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่ คสช.เห็นความสำคัญของศาสนา ต้องการปฏิรูปศาสนาให้ปลอดภัยจากคนที่เข้ามาแสวงหาผลประโยชน์ เพื่อคืนความสุขให้กับชาวพุทธ

อย่างไรก็ตาม การออกกฎหมายที่เกี่ยวกับพระ จะต้องระมัดระวังไม่ให้ไปละเมิดพระธรรมวินัย และไปลดหรือเพิ่มพระธรรมวินัยที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติไว้ การออกกฎหมายใดๆ มาบังคับพระ จะต้องรักษาระยะห่างที่พอเหมาะพอควร ไม่เข้าไปมากจนไปก้าวก่ายพระธรรมวินัย ไม่ห่างจนไม่สามารถปกป้องพระพุทธศาสนาได้ และยังต้องคำนึงเสมอว่า ผู้ที่บวชเป็นพระ ยังเป็นประชาชนคนไทยที่ยังต้องอยู่ภายใต้กฎหมายของราชอาณาจักรไทย เหมือนเช่นบุคคลทั่วไป การใดที่ผู้บุคคลทั่วไปทำแล้วเป็นความผิด พระไปกระทำก็ต้องมีความผิดด้วย

การปฏิรูปศาสนาต้องสอนกันตั้งแต่เด็กๆ ให้รู้หลักพื้นฐานของพุทธศาสนา เพราะในปัจจุบันคนไทยเรารับวัฒนธรรมตะวันตกที่เน้นเรื่องวัตถุนิยมมากเกินไป เด็กนักเรียนนักศึกษาของไทยจำนวนมากนิยมไปศึกษาต่อในประเทศตะวันตก ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย และแน่นอนว่าการไปใช้ชีวิตในประเทศเขา ย่อมจะได้รับอิทธิพลทางวัฒนธรรมมาโดยไม่รู้ตัว แต่หากมีพื้นฐานทางศีลธรรมที่ถูกต้องฝังแน่นอยู่ในตัว ก็จะมีความระมัดระวังในการรับวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน เหมือนมีภูมิคุ้มกันที่ดี ย่อมสามารถป้องกันโรคแทรกซ้อนได้

การปฏิรูปศาสนา จึงต้องกระทำควบคู่ไปกับการปฏิรูปการศึกษา พุทธศาสนาจะอยู่อย่างโดดเดี่ยวไม่ได้ ต้องอยู่คู่กับทางโลกเสมอ พระพุทธองค์จึงทรงฝากพุทธศาสนาไว้กับพุทธบริษัทสี่ ซึ่งหมายรวมถึงชาวบ้านที่ต้องดูแลพระด้วย

เราทุกคนที่เป็นชาวพุทธ จึงมีหน้าที่ดูแล ปกป้อง และรักษาพระพุทธศาสนาให้คงอยู่เพื่อคนรุ่นหลังต่อไป

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI