
ยุโรปทางสองแพร่ง
เป็นท่าทีแข็งกร้าวรอบใหม่สำหรับสหภาพยุโรป (อียู) ในที่ประชุมผู้นำอียู ที่เห็นพ้องต้องกันที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียที่หนักขึ้น ทั้งทางด้านการเงิน การค้าอาวุธ และพลังงาน หลังจากที่รัสเซียยังคงไม่ “ถอยห่าง” ออกจากวิกฤตในยูเครน และมีหลักฐานว่ามีทหารรัสเซียเข้าไปเกี่ยวข้องในแผ่นดินยูเครน
เป็นท่าทีแข็งกร้าวรอบใหม่สำหรับสหภาพยุโรป (อียู) ในที่ประชุมผู้นำอียู ที่เห็นพ้องต้องกันที่จะใช้มาตรการคว่ำบาตรต่อรัสเซียที่หนักขึ้น ทั้งทางด้านการเงิน การค้าอาวุธ และพลังงาน หลังจากที่รัสเซียยังคงไม่ “ถอยห่าง” ออกจากวิกฤตในยูเครน และมีหลักฐานว่ามีทหารรัสเซียเข้าไปเกี่ยวข้องในแผ่นดินยูเครน
ต่อกรณีดังกล่าว ถือเป็นสิ่งที่สหภาพยุโรปกำลังเดินเข้ามาสู่ทางสองแพร่งระหว่างแรงกดดันทางการเมือง และความอ่อนแอทางเศรษฐกิจภายในของยุโรปอย่างแท้จริงครับ
ในด้านหนึ่ง ยุโรปกำลังแสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อรัสเซียอย่างเห็นได้ชัดและต่อเนื่อง และในอีกด้านหนึ่ง มาตรการคว่ำบาตรใดๆ ที่อียูประกาศต่อรัสเซียนั้นก็ยิ่งเสี่ยงที่จะเจอกับการตอบโต้จากรัสเซีย และจะกลายเป็นดาบที่กลับมาทำร้ายเศรษฐกิจของยุโรปเอง
ยิ่งเห็นได้ชัดว่า ตลอดเวลาที่ผ่านมานั้นรัสเซียแทบจะไม่เคยถอยหลังไปจากวิกฤตในยูเครนเลยแม้แต่น้อย และยังใช้นโยบาย “ปากว่าตาขยิบ” ขณะที่ผู้นำรัสเซียพร่ำบอกถึงสันติภาพในยูเครน แต่ก็มีการส่งกำลังและให้การสนับสนุนกลุ่มกบฏในยูเครนอย่างต่อเนื่อง
ส่วนสหภาพยุโรปนั้น ศักดิ์ศรีทางการเมืองทำให้ยุโรปต้องปะทะกับรัสเซียอย่างเลี่ยงไม่ได้ และมีแนวโน้มสูงว่ายุโรปจะเจอกับผลกระทบทางเศรษฐกิจที่รุนแรงครับ
ในขณะนี้เศรษฐกิจของกลุ่มยูโรโซน หรือ 18 ชาติยุโรปที่ใช้เงินสกุลยูโรนั้น อยู่ในสภาวะง่อนแง่นอย่างที่สุด ที่เสี่ยงจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดหลังช่วงวิกฤตเศรษฐกิจ และทำให้การเติบโตของจีดีพีของหลายชาติเขตเศรษฐกิจขนาดใหญ่ของยูโรโซน ไม่ว่าจะเยอรมนี ฝรั่งเศส และอิตาลีนั้น ไม่น่าประทับใจนัก
ยิ่งไปกว่านั้น การมีปัญหากับรัสเซียยังทำให้ความเชื่อมั่นในภาคธุรกิจในกลุ่มยูโรโซนกำลังอยู่ในภาวะวิกฤต อันเนื่องมาจากความเกรงกลัวว่าการมีเรื่องกับรัสเซียนั้น จะยิ่งทำให้บรรยากาศการลงทุนในด้านตะวันออกของยุโรปนั้นยิ่งแย่ลง
ตามรายงานข่าวต่างประเทศระบุว่า มาตรการคว่ำบาตรของยุโรปครั้งใหม่ที่จะมีขึ้นต่อรัสเซียในครั้งนี้ อาจจะมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น และอาจจะเป็นการคว่ำบาตรที่ “เต็มรูปแบบ” มากยิ่งขึ้นด้วย
แต่กระนั้นก็ต้องเข้าใจว่า รัสเซียที่ผ่านมาแทบจะไม่มีความเกรงกลัวต่อการคว่ำบาตรเหล่านี้แม้แต่น้อย หนำซ้ำยังประกาศคว่ำบาตรตอบโต้ยุโรปไปหลายครั้ง และในครั้งล่าสุดนั้นก็ถึงกับทำเอายุโรปชะงักด้วยการคว่ำบาตรสินค้าผลไม้และอาหารจากยุโรปเป็นเวลา 1 ปี
ยุโรปกำลังจะควักไม้ตายคว่ำบาตรรัสเซียครั้งสำคัญออกมาในสัปดาห์นี้ คาดว่ารัสเซียก็จะงัดการตอบโต้ที่รุนแรงไม่แพ้กันออกมาตอบโต้เหมือนกันครับ







