
"สวนดอกโมเดล" ทางเลือกใหม่ดูแล "ผู้ป่วยติดเตียง"
ข้อมูลที่น่าตกใจของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
โดย...สุภชาติ เล็บนาค
ข้อมูลที่น่าตกใจของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ชี้ให้เห็นว่าในปี 2561 ประเทศไทยจะมีประชากรสูงวัยมากกว่าประชากรวัยเด็ก และในปี 2564 ไทยจะเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์ เพราะจะมีผู้สูงวัยมากกว่า 13 ล้านคน หรือ 20% ของประชากรทั้งประเทศ
สถิติที่เพิ่มสูงขึ้นตามไปด้วยในวันที่เมืองไทยเป็นสังคมผู้สูงอายุ คือจำนวน “ผู้ป่วยติดเตียง” หรือผู้ป่วยสูงอายุที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ซึ่งตัวเลขปัจจุบันอยู่ที่ 2 ล้านคน และค่าใช้จ่ายในการดูแล ตกเป็นภาระของโรงพยาบาลของรัฐ ตลอดจนโรงพยาบาลสังกัดโรงเรียนแพทย์ทั่วประเทศ
นั่นทำให้โรงพยาบาลต้องเริ่มหาโมเดลใหม่ๆ ในการแก้ปัญหานี้
นพ.วัฒนา นาวาเจริญ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) เล่าถึงสถานการณ์โรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ (สวนดอก) ว่าในปี 2556 มีผู้ป่วยอายุตั้งแต่ 55 ปีขึ้นไป ที่นอนติดเตียงช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ 521 ราย ส่วนใหญ่เกิดจากโรคมะเร็ง เนื้องอก โรคหลอดเลือดสมอง โรคกระดูกและข้อ บางรายขยับตัวได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
“สาเหตุอาจเกิดจากอุบัติเหตุหรือการผ่าตัดในผู้สูงอายุ เช่น รักษากระดูกสะโพกหัก ก็สามารถทำให้อาการโคม่าได้ ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลที่ถูกต้องจากครอบครัว ก็อาจเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง และอาจนำไปสู่การเสียชีวิต อาทิ แผลกดทับ ภาวะขาดอาหารรุนแรง การติดเชื้อรุนแรงในระบบทางเดินหายใจ โดยในปีที่ผ่านมา โรงพยาบาลสวนดอกใช้งบประมาณดูแลกว่า 1,000 ล้านบาท” นพ.วัฒนา ฉายภาพ
ด้าน นพ.ธนินนิตย์ ลีรพันธ์ รองคณบดีคณะแพทยศาสตร์ มช. กล่าวว่า ผู้สูงอายุแบ่งเป็น 3 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 อายุ 60-70 ปี ช่วยเหลือตัวเองได้ดี เหมือนอายุ 50-60 ปี กลุ่มที่ 2 อายุ 70-80 ปี ซึ่งต้องการการช่วยเหลือในระดับหนึ่ง และกลุ่มที่ 3 กลุ่มที่ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้เลย ซึ่งส่วนใหญ่จะอยู่ที่อายุ 80 ปีขึ้นไป
อย่างไรก็ตาม ทุกกลุ่มทุกวัยสามารถเปลี่ยนมาเป็นผู้ป่วยกลุ่มที่ 3 ได้เสมอ โดยการที่ผู้ป่วยติดเตียงจะเป็นภาระให้กับลูกหลาน และบางโรคต้องอาศัยเทคนิคเฉพาะทางและการดูแลอย่างใกล้ชิด
ด้วยเหตุนี้ จึงได้คิดโมเดลสร้าง “ศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาว” เพื่อลดความแออัดให้กับผู้ป่วยในโรงพยาบาลสวนดอกบนเนื้อที่ 8.5 ไร่ ที่ถนนวงแหวนรอบสอง จ.เชียงใหม่ มูลค่า 150 ล้านบาท และจะเป็นศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาว แห่งแรกและแห่งเดียวในการเป็นศูนย์กลางรับผู้ป่วยจากทุกโรงพยาบาลในภาคเหนือ
“ปัญหาเดิมคือผู้ป่วยนอนค้างคืนมากเกินไป ทำให้การดูแลผู้ป่วยฉุกเฉินไม่สามารถทำได้ดีและไม่มีเตียงรองรับ เพราะส่วนใหญ่หากป่วยติดเตียงแล้ว 12 เดือนก็ยังต้องอยู่ต่อ หลังจากมีศูนย์นี้ขึ้นเราก็จะย้ายคนไข้มาอยู่ที่นี่ เพื่อให้โรงพยาบาลสวนดอกรองรับผู้ป่วยได้อย่างมีประสิทธิภาพขึ้น และทำภารกิจการเป็นโรงเรียนแพทย์ เพื่อสอนนักศึกษา” นพ.ธนินนิตย์ ระบุ
ตามแผนศูนย์ดูแลผู้สูงอายุระยะยาวแห่งนี้จะเกิดขึ้นด้วยรูปแบบเดียวกับโรงพยาบาลอื่นๆ นั่นคือตั้งต้นจากเงินบริจาค ซึ่งจะเริ่มการระดมทุนผ่านการถ่ายทอดสด “สวนดอกร้อยดวงใจ เพื่อผู้สูงวัย” ที่จะออกอากาศในวันที่ 5 ก.ย.นี้ ด้วยงบประมาณ 150 ล้านบาท เพื่อสร้างอาคารศูนย์ดูแลผู้สูงอายุ ขนาด 4 ชั้น มีทั้งห้องผู้ป่วยทั่วไปห้องกายภาพบำบัด หอผู้ป่วยหนัก และห้องผู้ป่วยพิเศษแยกหญิงชาย ซึ่งโครงการนี้จะเสร็จก่อนประเทศไทยเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุเต็มรูปแบบแน่นอน







