posttoday
สนช.รับกม.ทวงถามหนี้

สนช.รับกม.ทวงถามหนี้

29 สิงหาคม 2557

ด้านสมาชิกเสนอให้ครอบคลุมถึงกลุ่มหนี้นอกระบบ

ด้านสมาชิกเสนอให้ครอบคลุมถึงกลุ่มหนี้นอกระบบ

ที่ประชุมสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ซึ่งมี นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย รองประธานสนช. คนที่ 1 ทำหน้าที่ประธานการประชุม ได้พิจารณาร่างพ.ร.บ. ทวงถามหนี้ (ฉบับที่) พ.ศ... ตามที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นผู้เสนอ เพื่อวางหลักการให้เป็นหลักกฎหมายกลาง ในการติดตามทวงหนี้ และคุ้มครองสิทธิ์ของลูกหนี้ไม่ให้ถูกเจ้าหนี้ หรือผู้ทวงถามหนี้ละเมิดสิทธิส่วนบุคคลอย่างร้ายแรงทั้งการบังคับขู่เข็น การใช้กำลังประทุษร้าย หรือทำให้เสียชื่อเสียง โดยจะมีประกาศของคณะกรรมการกำกับการทวงหนี้ เป็นผู้กำหนดหลักเกณฑ์การควบคุมให้เกิดความเหมาะสม และให้มีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 180 วัน นับตั้งแต่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา แม้ร่างดังกล่าวในชั้นรับหลักการจะไม่ครอบคลุมไปถึงหนี้นอกระบบ แต่สามารถปรับปรุงในชั้นกมธ.ฯวิสามัญให้ครอบคลุมได้

นายตวง  อันทไชย สนช. กล่าวว่า เห็นด้วยกับกฎหมายนี้ เพราะที่ผ่านไม่มีมาตรการในการทวงหนี้และนำมาซึ่งการทำ ร้ายร่างกายและทรัพย์สินแก่ลูกหนี้และคนใกล้ชิด อีกทั้ง ยังละเมิดสิทธิต่างๆมากมายของลูกหนี้ และที่ผ่านก็พบผู้ที่ใช้กฎหมายในการทวงหนี้เป็นผู้กระทำผิดเสียเองและยังได้รับโทษที่น้อยเกินไป 

นอกจากนี้ ไม่เห็นด้วยกับคณะกรรมการ ที่รับเรื่องการทวงหนี้จำเป็นจะต้องกระจายไปที่ภูมิภาค เพราะในร่างกฎหมายดังกล่าวนี้เจาะจงไว้ในส่วนกลาง ส่งผลให้ชาวบ้านไม่สามารถเดินทางเข้าถึงสิทธิ์นี้ได้ แต่หากจะให้ชาวบ้านไปแจ้งเรื่องที่สถานีตำรวจ ก็ไม่จำเป็นต้องมีกฎหมายนี้

นายสุธรรม พันธุศักดิ์ สนช.  กล่าวว่า หากกฎหมายนี้ออกมาจะเป็นการปราบปรามผู้มีอิทธิพลไม่ให้คุกคามประชาชน เพราะที่ผ่านมามีการทวงหนี้นำไปสู่ปัญหาอาชญากรรมมากมาย และไม่มีหลักเกณฑ์อย่างเช่นการเก็บดอกเบี้ยรายวัน 20% ซึ่งถือว่าผิดกฎหมาย

อย่างไรก็ดี สมาชิกส่วนใหญ่ในที่ประชุมได้เสนอให้ปรับปรุงครอบคลุมถึงกลุ่มหนี้นอกระบบ พร้อมทั้งหามาตรการทวงถามหนี้แบบสุภาพ และวางหลักการชำระหนี้ของลูกหนี้ด้วย จากนั้นที่ประชุมเห็นชอบร่างกฎหมายนี้ด้วยคะแนนเสียง จำนวน 168 คน พร้อมตั้งกมธ.วิสามัญพิจารณา จำนวน 25 คน กำหนดเวลาแปรญัตติ 7 วัน

สำหรับรายละเอียดของร่างกฎหมายดังกล่าวมีสาระสำคัญ คือ มาตรา 3 “ผู้ทวงถามหนี้” หมายถึงผู้ให้สินเชื่อ หรือผู้รับมอบอำนาจจากผู้ให้สินเชื่อผู้รับอำนาจจากผู้ประกอบธุรกิจทวงถามหนี้ “สินเชื่อ” สินเชื่อที่ให้บุคคลธรรมดาโดยการให้กู้ยืมเงิน การให้บริการบัตรเครดิต การให้เช่าซื้อ การให้เช่าแบบลิสซิ่ง ธุรกรรมแฟ็กเตอริง และสินเชื่ออื่นที่มีลักษณ์ทำนองเดียวกัน “ลูกหนี้”บุคคลธรรมดา ที่มีภาระผูกพันที่จะต้องชำระหนี้

รวมทั้งผู้ค้ำประกันสินเชื่อด้วยมาตรา 6 (3) ห้ามใช้ข้อความ หรือเครื่องหมาย สัญลักษณ์ หรือชื่อทางธุรกิจของผู้ทวงถามหนี้บนซองจดหมาย ในหนังสือหรือสื่ออื่นใดในการติดต่อสอบถาม ซึ่งเข้าใจได้ว่าเป็นการติดต่อเพื่อทวงหนี้สินของลูกหนี้ มาตรา 7 (2) การทวงถามหนี้ ให้ปฏิบัติโดยติดต่อทางโทรศัพท์ โทรสาร หรือบุคคล ได้ตั้งแต่เวลา 09.00น.- 20.00น.

หากไม่สามารถติดตามได้ ให้ติดตามช่วงเวลาอื่นที่เหมาะสม เป็นตามเงื่อนไขที่กำหนดของคณะกรรมการฯ มาตรา7 (3) ผู้ทวงหนี้ จะต้องแจ้งชื่อ และนามสกุล ในส่วนของผู้รับมอบอำนาจทวงหนี้จะต้องมีหลักฐานมอบอำนาจแสดงให้ลูกหนี้ทราบด้วย

มาตรา 8 ผู้ทวงถามหนี้ต้องแจ้งชื่อและยอดจำนวนหนี้ให้ทราบ และลูกหนี้ชำระเงินแล้ว ต้องออกหลักฐานการชำระหนี้คืนให้ด้วย มาตรา 9 ผู้ทวงหนี้ห้ามกระทำดังต่อไปนี้ การข่มขู่ การใช้ความรุนแรง และการกระทำให้เกิดความเสียหายแก่ร่างกาย ชื่อเสียง หรือทรัพย์สินของลูกหนี้หรือผู้อื่น ห้ามใช้วาจา หรือภาษีดูหมิ่น ถากถาง หรือเสียดสีลูกหนี้ และผู้อื่น ห้ามเปิดเผยเกี่ยวกับความเป็นหนี้ให้ผู้ไม่เกี่ยวข้องกับการทวงหนี้ได้ทราบ ห้ามติดต่อลูกหนี้โดยไปรษณียบัตร เอกสารเปิดผนึก หรือโทรสารให้ทราบว่าเป็นการทวงหนี้

มาตรา 10 ผู้ทวงถามหนี้ห้ามกระทำการเป็นเท็จให้เข้าใจว่า เป็นการทวงหนี้ของศาล เจ้าหน้าที่รัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือเข้าใจว่าเป็นทนายความ สำนักงานทนายความ หรือสำนักกฎหมาย และการติดต่อทวงหนี้ห้ามให้เข้าใจว่าเป็นบริษัทข้อมูลเครดิต หรือรับจ้างบริษัทข้อมูลเครดิต รวมทั้ง ข้อความที่แสดงลูกหนี้จะถูกดำเนินคดี หรือถูกยึดหรือายัดทรัพย์หรือเงินเดือน

มาตรา 11 ห้ามผู้ทวงถามหนี้เก็บค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายเกินกว่าที่คณะกรรมการ ประกาศ และห้ามให้ลูกหนี้ออกเช็คทั้งที่รู้ว่าไม่สามารถชำระเงินได้ มาตรา 19 หากลูกหนี้ถูกผู้ทวงถามหนี้กระทำฝ่าฝืนกฎหมายนี้สามารถร้องเรียนต่อคณะ กรรมการฯได้ ทั้งนี้กฎหมายดังกล่าวได้กำหนดบทลงโทษผู้ฝ่าฝืนทั้ง ทางปกครองและอาญา

โดยโทษทางปกครอง มาตรา 24 สั่งให้ผู้ทวงถามหนี้ดำเนินการตามกฎหมายที่ถูกต้องแต่หากไม่ปฏิบัติตามมีคำ สั่งให้ปรับไม่เกิน1 แสนบาท ส่วนโทษอาญา มาตรา 29  หากบุคคลใดฝ่าฝืนต้องจำคุกไม่เกิน1- 5  ปี หรือปรับไม่เกิน 1-5แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ แล้วแต่ฐานการกระทำผิด

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน