posttoday
เสือนอนกิน

เสือนอนกิน

28 สิงหาคม 2557

มีคนถามผมว่า คสช.จะเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่ ผมขอให้คนถามขยายความ จึงทราบว่าเรื่องหวยทำพิษเข้าให้แล้ว คสช.บอกจะจัดระเบียบสังคม จะทำให้สลากที่ขายเกินราคาลดลงมาจากคู่ละ 100120 บาท เหลือใกล้เคียงราคาควบคุมที่ 80 บาท

มีคนถามผมว่า คสช.จะเป็นมวยล้มต้มคนดูหรือไม่ ผมขอให้คนถามขยายความ จึงทราบว่าเรื่องหวยทำพิษเข้าให้แล้ว คสช.บอกจะจัดระเบียบสังคม จะทำให้สลากที่ขายเกินราคาลดลงมาจากคู่ละ 100120 บาท เหลือใกล้เคียงราคาควบคุมที่ 80 บาท

ปรากฏว่าฮือฮาได้พักเดียว และคนเล่นหวยได้ซื้อสลากในราคาถูกอยู่งวดเดียว หลังจากนั้นก็กลับไปเหมือนเดิม

ผมฟังแล้วเกิดความรู้สึกอยากบอก คสช.ว่า ไม่ควรยอมเสียชื่อเสียงหรือหมดความน่าเชื่อถือเพราะเรื่องแบบนี้ เพราะถ้าเรื่องแค่นี้พูดแล้วยังทำไม่ได้ เรื่องใหญ่กว่านี้จะให้เชื่อได้อย่างไรว่าจะทำได้จริง

แต่โปรดอย่าแก้ปัญหาด้วยการส่งเจ้าหน้าที่ไปไล่จับผู้ค้ารายย่อยนะครับ เพราะนั่นเป็นการแก้ที่ปลายเหตุ และไม่มีความยั่งยืน ผู้ค้ารายย่อยเขารับสลากมาขายในราคาทุนที่สูงกว่า 80 บาทอยู่แล้ว จะให้เขาขายขาดทุนได้อย่างไร

ผู้บริโภคเองก็เข้าใจ และไม่ได้รู้สึกโกรธเคืองผู้ค้ารายย่อย หลายคนสรุปเอาเองว่า คสช.เจอกำลังภายในขั้นสูงกว่า ทำให้เกิดอาการน้ำท่วมปาก และไม่ต่างจากทุกรัฐบาลในอดีตที่แก้ปัญหานี้ไม่สำเร็จ

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลมีภาพลักษณ์เป็นแดนสนธยา มีเรื่องให้ชวนสงสัยอยู่หลายเรื่อง เช่น ทำไมต้องมีสลากการกุศล รายได้จัดสรรอย่างไร เข้าคลังหรือไม่ เหตุใดการให้โควตาหรือต่ออายุโควตาจึงทำแบบลับๆ ล่อๆ ไม่ผ่านการประมูล และอื่นๆ

ทุกคนที่ผมถามพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า มีการเมืองและผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องจำนวนมหาศาล มีคนพูดถึงอดีตผู้นำที่เลือกเฟ้นเฉพาะคนสนิทใกล้ชิดเข้าไปนั่งในคณะกรรมการและเป็นผู้บริหาร กล่าวกันว่าแรงจูงใจเรื่องผลประโยชน์มีมากจนพยายามเอาความคิดนี้ไปขออนุญาตทำธุรกิจประเภทเดียวกันในประเทศอื่น

นอกจากการกินหัวคิวในระดับนโยบายแล้ว ระบบการจัดจำหน่ายก็มีการกินกันเป็นทอดๆ ไล่ลงมาตั้งแต่ยี่ปั๊ว ซาปั๊ว จนถึงผู้ค้ารายย่อย กว่าจะผ่านแต่ละขั้นตอนต้นทุนก็สูงขึ้นเป็นลำดับ จนไม่น่าแปลกใจที่ผู้ค้ารายย่อยต้องรับต้นทุนที่สูงกว่าราคาควบคุม และผู้บริโภคต้องซื้อในราคาที่ยิ่งแพงขึ้น

แต่ตราบใดที่ยังมีผู้บริโภคนับสิบล้านคนที่ยอมสู้ราคา ระบบก็ยังอยู่ได้ และปัญหาก็ยิ่งแก้ไขยาก

ดูจากแนวทางการแก้ปัญหาที่เสนอกันขึ้นมา ส่วนใหญ่ก็ยังวนเวียนอยู่ในกรอบเดิม จึงมองไม่เห็นทางที่จะได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม เพราะถึงจะลดขั้นตอนและค่าหัวคิวไปได้บ้าง แต่ก็ยังอิงระบบการจัดจำหน่ายที่ขาดประสิทธิภาพ ใช้เวลาและแรงงานคนมากจนเกินไป

ระบบที่เคยเสนอกันมาที่จะทำให้ประสิทธิภาพสูงขึ้นในระดับหนึ่งคือระบบหวยออนไลน์ แต่เนื่องจากสังคมไม่เชื่อมั่นในความโปร่งใส และเชื่อว่ามีการเมืองและผลประโยชน์จำนวนมากเข้ามาเกี่ยวข้องตั้งแต่ต้น จึงทำให้ยากที่จะเดินหน้าต่อไปได้

ผมอยากเสนอแนวทางในการแก้ปัญหาให้กับ คสช. และรัฐบาลใหม่ ดังนี้

หนึ่ง ใช้ระบบจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพสูงที่มีอยู่แล้วในปัจจุบัน โดยไม่ต้องเสียเวลาและเงินลงทุนสร้างขึ้นมาใหม่ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับผู้บริโภค

เครือข่ายที่สามารถรับสลากกินแบ่งรัฐบาลไปจำหน่ายได้เกือบจะทันทีโดยแทบไม่ต้องลงทุนเพิ่ม ปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย เช่น เครือข่ายร้านสะดวกซื้อต่างๆ เครือข่ายสาขาธนาคารพาณิชย์และธนาคารออมสิน ระบบเอทีเอ็ม ระบบโทรศัพท์มือถือ รวมทั้งปั๊มน้ำมันและเครือข่ายร้านค้าในปั๊มน้ำมัน เป็นต้น

ผมเชื่อว่าถ้าทำแบบเปิดกว้างและโปร่งใส เครือข่ายเหล่านี้จะแย่งกันมาประมูล เพราะเขาจะมีผลพลอยได้ด้านการตลาดด้วย นั่นก็คือมีตัวช่วยในการดึงคนเข้าร้านนั่นเอง

ดีไม่ดีนอกจากจะหมดปัญหาในการขายในราคาควบคุมแล้ว ในวันท้ายๆ อาจมีการลดแลกแจกแถมด้วย เพื่อไม่ให้มีสินค้าเหลือค้างสต๊อก

สอง ระบบเดิมไม่จำเป็นต้องยกเลิกหรือเข้าไปแทรกแซงแตะต้อง จะได้ลดความเสี่ยงจากการถูกสามเสือหรือห้าเสือขย้ำ ใครยังอยากจะตั้งแผงหรือเดินเร่ขายเลขสวยๆ หรือเลขชุด หรือเลขทะเบียนรถยนต์ ก็เชิญตามสะดวก หากไม่ก่อความเดือดร้อนให้กับผู้อื่น จะขายเกินคู่ละ 80 บาทก็ไม่ว่ากัน เพราะผู้บริโภคบางรายอาจยินดีจ่ายแพงเพื่อซื้อความสะดวก

สาม อาจถือโอกาสแก้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ที่สำคัญคือ พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาล พ.ศ. 2517 เพื่อให้ทันยุคทันสมัยมากขึ้น และเพื่อขจัดช่องโหว่ที่ทำให้เกิดระบบกินหัวคิว หรือระบบเสือนอนกิน เช่นที่เป็นมาตลอดหลายสิบปี

ประเด็นที่ควรพิจารณามีทั้งการรวมระบบสลากการกุศลเข้ากับระบบสลากปกติ การเพิ่มจำนวนฉบับเพื่อขายผ่านระบบสะดวกซื้อ การใช้ใบเสร็จที่มีบาร์โค้ดแทนใบสลาก (ซึ่งจะช่วยลดต้นทุนด้วย) รวมทั้งการรับซื้อสลากที่ขายไม่หมดคืนโดยอาจมีหรือไม่มีส่วนลด เป็นต้น

สี่ การมีระบบจัดจำหน่ายที่มีประสิทธิภาพและทำให้ราคาถูกลง อาจเป็นข้ออ้างให้เกิดแรงต่อต้านอีกทางหนึ่ง โดยการกล่าวหาว่าเป็นการส่งเสริมให้ประชาชนเล่นการพนัน

มีความเป็นไปได้สูงที่ยอดขายของกองสลากจะเพิ่มขึ้น เพราะจำนวนเงินเท่าเดิมจะซื้อได้หลายฉบับมากขึ้น

นอกจากนั้น ยอดขายยังอาจจะเพิ่มขึ้นอีกบางส่วน จากการที่คนที่เคยซื้อใต้ดินจำนวนหนึ่งหันมาซื้อบนดินแทน

แต่ในระยะยาว ผมไม่เชื่อว่าเราจะแก้ปัญหาการเสพติดการพนันได้ด้วยวิธีการเดิมๆ เช่น การขึ้นราคาหรือการจำกัดจำนวนฉบับ เราคงต้องไปแก้กันที่ระบบการศึกษา และเป็นเรื่องที่คงต้องใช้เวลานานกว่าจะสัมฤทธิผล

การพร่ำสอนว่าการพนันมีโทษไม่ทำให้คนเล่นน้อยลง ที่ควรสอนด้วยคือ ผู้เล่นเสียเปรียบเจ้ามืออย่างไรและเพียงใด

ห้า ทุกครั้งที่มีการเสนอให้เปลี่ยนวิธีจัดจำหน่ายสลาก ก็จะมีเสียงคัดค้าน โดยอ้างว่าจะทำให้ผู้ค้ารายย่อยจำนวนนับหมื่นนับแสนคนเดือดร้อนเพราะหมดอาชีพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มคนพิการและคนตาบอด

ผมใคร่ชี้ให้เห็นว่า ปัญหานี้ถึงจะมีอยู่จริง แต่เป็นเรื่องไม่เหลือบ่ากว่าแรงในการแก้ไข เพราะประเทศของเราเป็นประเทศที่อัตราการว่างงานต่ำ เราขาดแคลนแรงงาน ต้องนำเข้าจากพม่า ลาว และกัมพูชาจำนวนหลายล้านคน

ปัญหาของเรามีเพียงการมีทักษะไม่ตรงกับความต้องการของตลาดแรงงาน ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงแรงงานควรต้องเข้ามาจัดการแก้ไข

อาชีพผู้ค้าสลากรายย่อยไม่ใช่อาชีพที่สูงส่งหรือทำรายได้มากมายจนไม่สามารถทดแทนได้ด้วยอาชีพอื่น ในทางตรงข้าม หากรัฐบาลวางแผนและบริหารจัดการให้ดี น่าจะสามารถหาอาชีพอื่นให้คนเหล่านี้ทำ ที่ทำให้เกิดมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจมากกว่า

ไหนๆ ก็พูดเรื่องนี้แล้ว ก็ขอถือโอกาสเรียกร้องให้ คสช. และรัฐบาลใหม่ช่วยจัดระเบียบสังคมด้วยการกวาดต้อนคนที่ไม่มีอาชีพแน่นอน ที่หากินอยู่ตามสี่แยกและตามข้างถนน ไปฝึกอาชีพด้วย เผื่อจะทำให้บ้านเมืองน่าอยู่และปลอดภัยมากขึ้น

ก่อนจบ เรื่องขายสลากเกินราคาไม่ควรปล่อยให้ผ่านไปเฉยๆ เพราะมีผู้ซื้อสลากสิบกว่าล้านคนกำลังจับตารอดูผลงานอยู่

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI