
ตคสช.ลุยแก้หนี้นอกระบบธกส.อัดหมื่นล้านอุ้มเกษตรกร
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คสช.เห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืนตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังรับผิดชอบในการดำเนินการ มีการสร้างกลไกในการเจรจาประนอมหนี้ จัดให้มีกระบวนการในการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพของลูกหนี้ นอกจากนี้กระทรวงการคลังจะแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม คสช.เห็นชอบแนวทางการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบอย่างบูรณาการและยั่งยืนตามที่กระทรวงการคลังเสนอ โดยมอบหมายให้กระทรวงการคลังรับผิดชอบในการดำเนินการ มีการสร้างกลไกในการเจรจาประนอมหนี้ จัดให้มีกระบวนการในการฟื้นฟูและพัฒนาศักยภาพของลูกหนี้ นอกจากนี้กระทรวงการคลังจะแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินการแก้ปัญหาหนี้นอกระบบ
ทั้งนี้ ผู้เป็นหนี้นอกระบบขอรับความช่วยเหลือได้ 2 ทางเลือก คือ องค์กรการเงินชุมชนที่สำรวจหนี้นอกระบบและจัดการแก้ไขหนี้ให้สมาชิก และผ่านสถาบันการเงินเฉพาะกิจ ลูกหนี้ติดต่อสถาบันการเงินเฉพาะกิจในพื้นที่
“พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ได้ฝากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความร่วมมือเพื่อให้เกิดความครอบคลุมและให้เกิดผลทางปฏิบัติ และให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ให้ความรู้เกี่ยวกับการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตแก่ประชาชนด้วย” ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าว
รังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า จะให้ชุมชนเข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ผ่านองค์กรการเงินชุมชนที่เข้มแข็ง 47 แห่ง ควบคู่ไปกับการแก้หนี้นอกระบบของสถาบันการเงินเฉพาะกิจ 2 แห่ง คือ ธนาคารออมสิน และธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) โดยเงื่อนไขจะต้องมีการเจรจาประนอมหนี้ระหว่างลูกหนี้และเจ้าหนี้ รวมทั้งพัฒนาและฟื้นฟูให้ลูกหนี้มีศักยภาพในการหารายได้และป้องกันไม่ให้กลับไปเป็นหนี้นอกระบบ
“กระทรวงการคลังจะคัดเลือกองค์กรการเงินชุมชนนำร่องจำนวนหนึ่ง เพื่อติดตามประเมินโครงการอย่างใกล้ชิด ส่วนออมสินและ ธ.ก.ส.จะตั้งจุดให้คำปรึกษาปัญหาและให้ความช่วยเหลือลูกหนี้นอกระบบให้ครบทุกสาขาทั่วประเทศ” รังสรรค์ กล่าว
ด้าน สมศักดิ์ กังธีระวัฒน์ รองผู้จัดการ ธ.ก.ส. เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ธ.ก.ส. มีมติให้ทำโครงการแก้ไขหนี้นอกระบบของเกษตรกรและบุคคลในครัวเรือน วงเงิน 1 หมื่นล้านบาท ปล่อยกู้รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ตั้งเป้าปล่อยกู้ได้ 1.5 แสนราย ดอกเบี้ย 12% หากผิดนัดชำระหนี้จะคิดเบี้ยปรับเพิ่มอีก 3%
วงเงินดังกล่าวจะเน้นปล่อยกู้กลุ่มลูกหนี้สุจริตที่ต้องมีหนังสือยืนยัน เช่น สัญญาเงินกู้ สัญญานำทรัพย์สินไปจำนอง ใช้หลักประกันเช่น ที่ดิน เงินฝาก บุคคลค้ำประกัน เป็นข้าราชการอย่างน้อย 1 คน หรือค้ำไขว้กันเอง 2 คน หรือค้ำเป็นกลุ่มหลายคน ระยะเวลาผ่อนชำระหนี้ 10 ปี กรณีพิเศษได้ 12 ปี เริ่มปล่อยกู้ 1 ก.ย. 2557-30 ก.ย. 2558
นอกจากนี้ คณะกรรมการธนาคารยังเห็นชอบการปล่อยกู้ให้ลูกหลานเกษตรกรที่มีประวัติชำระหนี้ ที่ต้องเข้ามาทำงานในกรุงเทพฯ และปริมณฑล เช่น ขับแท็กซี่ ค้าขาย สามารถยื่นขอกู้เพื่อใช้เป็นทุนให้ลูกหลานลดปัญหาหนี้นอกระบบในโครงการอุ่นใจไกลบ้าน รายละไม่เกิน 1 แสนบาท ดอกเบี้ย 12% ตั้งเป้าปล่อยกู้ 1,000 ล้านบาท หรือประมาณ 1 หมื่นราย โดยแต่ละครอบครัวสามารถกู้ได้ทั้งสองโครงการ
อย่างไรก็ตาม ธ.ก.ส.จะไม่เสนอขอแยกบัญชีพิเศษ หรือพีเอสเอ ทั้งสองบัญชี เพราะความเสี่ยงไม่มาก คิดจากการปล่อยกู้หนี้นอกระบบในโครงการที่ผ่านมา พบหนี้เสียราว 4% และหากได้รับความสนใจมากก็พร้อมจะขยายวงเงินเพิ่มได้อีก โดยธนาคารจะจ่ายเบี้ย 550 บาท เพื่อทำประกันสินเชื่อเงินฝากสงเคราะห์ชีวิตให้ 1 แสนบาท/ราย และผู้ที่ใช้สินเชื่อนี้ต้องเข้าโครงการอบรมเรื่องการบริหารเงิน ปรับแนวคิด การใช้บัญชีครัวเรือน การสร้างรายได้ อาชีพที่เหมาะสม
สำหรับผู้ที่มีหนี้นอกระบบเกิน 1 แสนบาท/ราย จะเสนอให้ไปใช้เงินกู้จากกองทุนหมุนเวียนเพื่อการกู้ยืมแก่เกษตรกรและผู้ยากจนของกระทรวงเกษตรฯ ที่มีการขยายวัตถุประสงค์ในการปล่อยกู้เพื่อช่วยเหลือ และเปลี่ยนเงื่อนไขหลักประกันใหม่ ไม่จำเป็นต้องใช้ที่ดินเพียงอย่างเดียว







