
คสช.พบทุนนอก
ประจินแจงโรดแมปเศรษฐกิจวันนี้ครั้งแรกหลังประยุทธ์นั่งนายกฯคลังอัดฉีดจีดีพีปี’57ไม่ให้ต่ำกว่า2%
ประจินแจงโรดแมปเศรษฐกิจวันนี้ครั้งแรกหลังประยุทธ์นั่งนายกฯคลังอัดฉีดจีดีพีปี’57ไม่ให้ต่ำกว่า2%
คสช.โชว์โรดแมปเศรษฐกิจต่อนักลงทุนต่างชาติครั้งแรก หลัง พล.อ.ประยุทธ์ นั่งนายกฯ
ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) จัดโรดโชว์ในประเทศครั้งแรกหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ายึดอำนาจการบริหารประเทศ ระหว่างวันที่ 27-28 ส.ค. โดยนายสถิตย์ ลิ่มพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการ ตลท. เปิดเผยว่า พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รองหัวหน้า คสช. ผู้ดูแลงานด้านเศรษฐกิจ จะเป็นผู้เดินทางมาชี้แจงกับนักลงทุนต่างชาติ
การจัดโรดโชว์ครั้งนี้มีผู้บริหารกองทุนต่างชาติสนใจตอบรับเข้าร่วม 60 ราย และมีตัวแทนจากสถาบันในประเทศ รวมแล้วจะมีผู้ร่วมฟังข้อมูลประมาณ400 คน
“ไฮไลต์จะอยู่ที่คำถามที่นักลงทุนต่างชาติสอบถามรองหัวหน้า คสช.ในเรื่องของการปฏิรูปประเทศไทยภายหลังจากที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เป็นนายกรัฐมนตรี และโรดแมปเศรษฐกิจที่ คสช.ดำเนินการเข้าสู่ระยะที่ 2ซึ่งมีความชัดเจนมากในเรื่องของการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ การปฏิรูปภาษี การปรับโครงสร้างและกระตุ้นเศรษฐกิจ การช่วยเหลือเอสเอ็มอี คาดว่าเศรษฐกิจปีหน้าจะขยายตัวประมาณ 4% มาจากการลงทุนภาครัฐเป็นหลัก” นายสถิตย์ กล่าว
ประธาน ตลท. กล่าวว่า ในเดือน ก.ค.ที่ผ่านมา นักลงทุนต่างชาติซื้อหุ้นสุทธิแล้ว 1.6 หมื่นล้านบาท จากไตรมาสแรกที่เงินไหลออกมาก สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติเชื่อมั่นในพื้นฐานเศรษฐกิจไทย เชื่อว่าในปีนี้กำไรเฉลี่ยของบริษัทจดทะเบียนจะขยายตัว 9%ปีหน้าจะเติบโต 12-13% ส่วนอัตราค่าพี/อี (ราคาต่อกำไร) ของตลาดหุ้นไทยปัจจุบันอยู่ที่ 15.8 เท่า ไม่แตกต่างจากตลาดหุ้นเพื่อนบ้านมากนัก
นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้สั่งการให้สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ทำแพ็กเกจมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงที่เหลือของปี เพื่อดันตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) ให้ขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 2% ปัจจุบันคลังก็กระตุ้นเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณ 2557 ที่กรมบัญชีกลางรายว่าเบิกจ่ายละสุดยังได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ แต่ภาพรวมทั้งปีอาจจะได้ต่ำกว่าเป้าเล็กน้อย นอกจากนี้งบประมาณปี 2558 ก็อยู่ระหว่างการพิจารณาคาดว่า
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองผู้อำนวยการ สศค. เปิดเผยว่า โจทย์ใหญ่ของแพกเกจกระตุ้นเศรษฐกิจคือทำอย่างไรไม่ให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้น้อยกว่า 2% ซึ่งจะมีทั้งมาตรการทางการเงินและการคลัง แต่เป็นมาตรการคนละส่วนที่ไม่ซ้ำกับโรดแมปทางเศรษฐกิจที่กระทรวงการคลังเสนอให้คสช. เห็นชอบไปก่อนหน้านี้
แหล่งข่าวกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า มาตรการที่เสนอจะเน้นให้เกิดการจ้างงานและรายได้ในพื้นที่ทั่วประเทศให้มากที่สุด เช่น โครงการให้ซ่อมโรงเรียนและหน่วยงานราชการทั่วประเทศ โครงการลงทุนขนาดเล็กในระดับท้องถิ่นที่ลงทุนได้ทันภายในปีนี้ คาดว่าจะมีเม็ดเงินไหลเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจอีกหลายหมื่นล้านบาทคาดว่าจะทำให้เกิดเงินหมุนเวียนระบบเศรษฐกิจเพิ่มขึ้นอีกหลายหมื่นล้านบาท ส่งผลให้การลงทุนฟื้นตัว และการใช้จ่ายระดับฐานรากขยายตัวได้เพิ่มมากขึ้น
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะเสนอให้มีการขึ้นเงินเดือนข้าราชการ 8% เป็นส่วนหนึ่งของมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่ยังติดปัญหาว่า คสช. ยังไม่มีนโยบายที่ชัดเจนว่าจะให้ขึ้นเงินเดือนข้าราชการเมื่อไร หากให้ขึ้นเดือน ต.ค. นี้ ก็จะมีส่วนกระตุ้นเศรษฐกิจได้ เพราะจากการประเมินคาดว่าการขึ้นเงินเดือน 8% จะต้องใช้เงินงบประมาณเพิ่ม 4 หมื่นกว่าล้านบาทต่อปี หากขึ้นเงิน ต.ค. นี้ จะทำให้มีเงินเข้ามาในระบบไตรมาสสุดท้ายของปีเพิ่มขึ้นอีก 1 หมื่นกว่าล้านบาท ทำให้การใช้จ่ายกระตุ้นทางเศรษฐกิจได้ อย่างไรก็ตามหากมีการตัดสินใจให้ขึ้นเงินเดือน เม.ย. 2558 ก็ไม่สามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในปีนี้ได้
อย่างไรก็ตาม มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ออกมาใหม่ จะไม่มีการลดอัตราภาษีเพิ่มเติม แต่จะมีเรื่องมาตรการลดหย่อนภาษีท่องเที่ยว 2 หมื่นบาท ตามนโยบายของ คสช. ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจได้เพิ่มขึ้น
โบรกฯ เผยหุ้นผันผวนในกรอบแคบ เพื่อรอปัจจัยใหม่ นักลงทุนจับตาความคืบหน้าชัดเจนในการเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศจากรัฐบาลใหม่ พร้อมคาด Thailand Focus เปิดฉาก 27 ส.ค.นี้ ช่วยดึงเงินลงทุนต่างชาติเข้าตลาดได้
น.ส.ธีรดา ชาญยิ่งยงค์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บล.ฟิลลิป (ประเทศไทย) เปิดเผยถึงตลาดหุ้นไทยวันนี้ (26 ส.ค.) พยายามขึ้นทดสอบแนว 1,570 จุด แต่มีการ Profit taking ออกมา มองว่าตลาดแกว่งแคบเนื่องจากยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามา ประกอบกับตลาดบ้านเราตอนนี้เทรดที่ P/E สูงมากแล้วเมื่อเทียบกับภูมิภาค และนักลงทุนกำลังรอคอยความคืบหน้าชัดเจนในการเดินหน้านโยบายเศรษฐกิจภายในประเทศจากรัฐบาลใหม่ ดังนั้น ตลาดฯคงจะแกว่งไซต์เวย์ออกไปก่อนเพื่อรอปัจจัยใหม่เข้ามา
ด้านตลาดหุ้นอื่นในภูมิภาคเอเชียวันนี้เคลื่อนไหวทั้งแดนบวกลบ ปัจจัยจากภายนอกยังสร้างความผันผวนให้กับตลาดฯ โดยเฉพาะกความไม่แน่นอนที่เกิดขึ้นทั้งสถานการณ์ในยูเครนที่จะมีการตั้งโต๊ะเจรจากับรัสเซียอีกรอบ อีกทั้งเศรษฐกิจในยุโรปก็ยังไม่ดี
แนวโน้มการลงทุนในวันพรุ่งนี้ (27 ส.ค.) เชื่อว่าตลาดจะยังผันผวนเพื่อรอปัจจัยใหม่เข้ามา เพราะขณะนี้ยังไม่มีปัจจัยใดเด่น แต่ยังมีความคาดหวังจากงาน Thailand Focus ที่จะเริ่มขึ้นพรุ่งนี้จะดึงเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติเข้ามาเพิ่มได้บ้าง พร้อมให้แนวรับ 1,550 จุด แนวต้าน 1,570 จุดจบ







