posttoday
"แรงงาน"แค่ข้ออ้างเฟดไม่ขึ้นดอกฯ ยังห่วงตลาดกระทิง

"แรงงาน"แค่ข้ออ้างเฟดไม่ขึ้นดอกฯ ยังห่วงตลาดกระทิง

25 สิงหาคม 2557

เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณล่าสุดว่า เฟดยังจะคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์ต่อไป

โดย...ก้องภพ เทอดสุวรรณ

เจเน็ต เยลเลน ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณล่าสุดว่า เฟดยังจะคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์ต่อไป ระหว่างการประชุมเศรษฐกิจประจำปีที่แคนซัส ซิตี้ ในแจ็กสันโฮล รัฐไวโอมิง โดยให้เหตุผลว่าตลาดแรงงานสหรัฐยังคงไม่แข็งแกร่งพอ

อย่างไรก็ตาม น่าแปลกใจว่าเหตุใดผู้ว่าการเฟดรายนี้จึงกลับมาให้น้ำหนักกับตลาดแรงงานอีกครั้ง หลังจากก่อนหน้านี้เมื่อช่วงต้นปีเยลเลนได้แถลงว่า จะไม่ให้น้ำหนักกับตัวเลขอัตราว่างงาน ในฐานะตัวชี้วัดสุขภาพเศรษฐกิจสหรัฐได้อีกต่อไป

“เอฟโอเอ็มซีตัดสินใจยกเลิกหลักเกณฑ์ในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยที่นำมาผูกไว้กับตัวเลขว่างงานที่ 6.5% ต่อไปนี้ธนาคารกลางสหรัฐจะใช้หลักเกณฑ์ตัวชี้วัดทางเศรษฐกิจที่หลากหลายและครอบคลุมในการกำหนดนโยบายการเงินมากขึ้น” เยลเลน กล่าวเมื่อช่วงต้นปี

อย่างไรก็ดี ที่แจ็กสันโฮล ผู้ว่าการเฟดกลับแถลงว่า แม้ตำแหน่งในปัจจุบันจะมากกว่าในช่วงเศรษฐกิจถดถอยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมา ทว่าตลาดแรงงานก็นับว่ายังไม่ฟื้นฟูเต็มที่

ด้วยข้อความที่ขัดแย้งกัน ทำให้เป็นไปได้ว่า “ตลาดแรงงานที่ยังคงอ่อนแอ” อาจไม่ใช่เหตุผลที่แท้จริงในการที่เฟดจะยังคงดอกเบี้ยต่ำไว้ ทว่าน่าจะเป็นปัจจัยอื่นที่มีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ แต่เฟดไม่สามารถเปิดเผยได้โดยตรง สิ่งที่เป็นไปได้มากที่สุดน่าจะเป็นกรณีที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐไม่กล้าทิ้งตลาดทุนมากกว่า

นอกจากนี้ สุนทรพจน์ของเยลเลนยังสอดคล้องกับรายงานการประชุมของคณะกรรมการนโยบายการเงินของเฟด (เอฟโอเอ็มซี) ประจำเดือน ก.ค. ระบุว่า มีกรรมการส่วนน้อยเท่านั้นที่เห็นว่าทางเฟดควรปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ขณะที่กรรมการส่วนใหญ่ยังคงเห็นตรงกันว่าธนาคารกลางสหรัฐจำเป็นต้องคงอัตราดอกเบี้ยต่อไป

การดำเนินนโยบายดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์ ทำให้ดัชนีตลาดหุ้นสหรัฐต่างปรับตัวขึ้นไปทำสถิติใหม่ๆ กันถ้วนหน้าในครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ขณะที่การกล่าวสุนทรพจน์ของเยลเลนที่แจ็กสันโฮล ก็ทำให้บรรดานักลงทุนจับตาว่าดัชนีสแตนดาร์ด แอนด์ พัวร์ 500(เอสแอนด์พี 500) จะทะยานขึ้นแตะที่ระดับ 2,000 จุดหรือไม่ ซึ่งจะเป็นสถิติใหม่และนับว่ามีผลอย่างยิ่งในทางจิตวิทยา

ทั้งนี้ เนื่องจากการดำเนินนโยบายอัตราดอกเบี้ยต่ำติดต่อกันเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบดีต่อตลาดหลักทรัพย์ โดยเป็นการกระตุ้นให้นักลงทุนเน้นการโยกเม็ดเงินไปลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ที่มีความเสี่ยงสูง แต่ก็มีผลตอบแทนดีมากขึ้น เพราะผลตอบแทนจากเงินฝากและตราสารหนี้ไม่คุ้มค่า ถึงแม้ว่าเป้าประสงค์ที่แท้จริงของเฟดคือต้องการให้อัตราดอกเบี้ยต่ำช่วยให้สภาพคล่องสูง และการกู้ยืมทำได้ง่ายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจมากกว่าก็ตาม

อย่างไรก็ดี ภาวะตลาดทุนปรับตัวสูงขึ้นไปทำ “นิวไฮ” กลับไม่ได้เติบโตจากการสะท้อนสภาพเศรษฐกิจที่แท้จริง เนื่องจากเห็นได้ว่าการคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐปีนี้น่าจะโตอยู่ที่ราว 2.3% เท่านั้น นับเป็นสัดส่วนที่ไม่น่าเชื่อถือว่าเป็นแรงขับทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐมายืนจุดนี้ได้

แม้นักลงทุนส่วนใหญ่จะหลงระเริงกับภาวะตลาดที่สดใสในช่วงนี้ ทว่าปฏิเสธไม่ได้เช่นกันว่าตลาดที่โตเกินพื้นฐานก็น่ากังวลว่าเสี่ยงอย่างยิ่งต่อภาวะฟองสบู่ ชนิดที่เรียกได้ว่าหากมีสิ่งใดกระทบเพียงนิดเดียวก็จะทำให้ฟองสบู่แตกได้

แน่นอน สิ่งที่น่าจะมากระทบตลาดหุ้นขณะนี้ได้มากที่สุดก็คือ การตัดสินใจขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ ซึ่งย่อมส่งผลให้เงินไหลออกจากตลาดทุนเข้าสู่ตลาดตราสารหนี้ ดัชนีสหรัฐที่เคยทะยานสูงจะร่วงลงกลับสู่สภาพความเป็นจริง

เฟดจึงค่อนข้างให้ความสำคัญกับบรรยากาศในตลาดทุนมากเป็นพิเศษ เพราะก่อนหน้านี้สหรัฐเคยประสบกับภาวะเศรษฐกิจพังเพราะตลาดหุ้นมาแล้ว หรือที่รู้จักกันในนาม “เกรทดีเปรสชั่น” โดยเป็นผลสืบเนื่องมาจากเหตุการณ์อังคารทมิฬที่ตลาดหุ้นวอลสตรีทพังทลาย จนสร้างหนี้เสียจำนวนมาก และธนาคารหลายพันแห่งต้องล้มลง

ขณะที่สัดส่วนการว่างงานสหรัฐปรับลดลงมาต่ำกว่าเป้าที่เฟดวางไว้ที่ 6.5% มาได้ติดต่อกันถึง 2 เดือนแล้ว ดังนั้นความแข็งแกร่งของตลาดแรงงานจึงไม่น่าจะใช่ปัจจัยหลักที่เฟดยังคงอัตราดอกเบี้ยต่อ แต่น่าจะเป็นไปเพื่อรักษาบรรยากาศตลาดทุนมากกว่า

อย่างไรก็ดี เฟดไม่ได้ละเลยภาวะฟองสบู่ในตลาดอย่างแน่นอน แต่กลับใช้วิธีลดความร้อนแรงในทางอ้อม โดยก่อนหน้านี้เยลเลนเคยกล่าวว่า หุ้นโซเชียลเน็ตเวิร์ก และหุ้นไบโอเทคมีราคาสูงเกินจริง นัยว่าเพื่อควบคุมการทะยานขึ้นของตลาด ซึ่งก็ส่งผลให้หุ้นประเภทดังกล่าวย่อตัวลงไปไม่น้อยทีเดียว

กระนั้น เป็นที่แน่นอนว่าเฟดจะยังคงดำเนินการอัตราดอกเบี้ยต่ำใกล้ศูนย์เช่นนี้ต่อไปโดยไม่มีกำหนดแน่ชัด ซึ่งย่อมทำให้ปริมาณทุนต่างชาติในเอเชียยังคงอยู่ในสัดส่วนที่สูงเช่นเดิม นับว่าไม่เป็นผลดีต่อเศรษฐกิจในเอเชีย

เธอมาน ชันมูการัตนัม ประธานธนาคารกลางสิงคโปร์ แสดงทัศนะว่า กรณีเฟดกลับไปใช้นโยบายดอกเบี้ยปกติจะเป็นประโยชน์ต่อเศรษฐกิจเอเชียมากกว่า เนื่องจากจะช่วยเพิ่มเสถียรภาพในตลาดเงิน

ขณะเดียวกัน เอเชียก็ยังคงเสพติดภาวะเงินถูก และอยู่ในภาวะที่มีเศรษฐกิจเติบโตจากหนี้ต่อไป โดยไร้วี่แววความพยายามในการปฏิรูปเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจให้กับภูมิภาคแต่อย่างใด

ฉะนั้น ขณะที่เฟดพยายามทุ่มทุกมาตรการเพื่อประคับประคองเศรษฐกิจภายในประเทศไว้ โดยไม่ได้สนใจความปั่นป่วนในเศรษฐกิจโลก ก็น่าจะถึงเวลาแล้วที่เอเชียจะต้องหันหน้ามาร่วมมือกันเพื่อสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจและลดการพึ่งพาตะวันตกได้แล้ว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI