posttoday
สัมพันธ์ลึก มือ กม. ข้างประยุทธ์

สัมพันธ์ลึก มือ กม. ข้างประยุทธ์

24 สิงหาคม 2557

ชื่อของ “พรเพชร วิชิตชลชัย” เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงนักกฎหมายสายตุลาการ

ชื่อของ “พรเพชร วิชิตชลชัย” เป็นที่รู้จักกันดีในแวดวงนักกฎหมายสายตุลาการ เพราะเขารับราชการครั้งแรกในตำแหน่งนิติกร สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ต่อมาเข้ารับราชการเป็นผู้พิพากษา เคยดำรงตำแหน่งผู้พิพากษาหัวหน้าคณะศาลฎีกา ทางการเมือง โดยเฉพาะคนในรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร คงจดจำชื่อเขาได้ เพราะเคยเป็นองค์คณะในศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (คดีกล้ายาง) เป็นผู้พิพากษาเจ้าของสำนวนคดี เป็นคดีเจ้าพนักงานทุจริตต่อตำแหน่งหน้าที่แปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต เอื้อประโยชน์ธุรกิจให้กับบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น ทำให้รัฐเสียหาย 6.6 หมื่นล้านบาท และออกหมายจับ พ.ต.ท.ทักษิณ และจำหน่ายคดีออกจากสารบบไว้เป็นการชั่วคราวจนกว่าจะได้ตัวมาศาล

ไม่เพียงเท่านั้น มือกฎหมายแถวหน้ารายนี้มีบทบาทอีกครั้งเมื่อมาดำรงตำแหน่งคณะกรรมการตรวจเงินแผ่นดิน ด้วยการรับสำนวนการเลือกตั้งวันที่ 2 ก.พ. 2557 ให้เป็นโมฆะจากพรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ส่งต่อให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย โดยเขารับหน้าที่ชี้แจงเหตุผลต่อศาลรัฐธรรมนูญก่อนที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 6 ต่อ 3 ให้เลือกตั้งเป็นโมฆะ

แต่จากนั้นไม่มีใครคาดคิดว่า พรเพชร จะปรากฏตัวอีกครั้งในฐานะมือร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว และมาเป็นประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ความลึกลักซับซ้อนนี้แม้แต่ศรีภรรยา หรือ อารยา วิชิตชลชัย ยังไม่ทราบเลยว่าในช่วงที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้าควบคุมอำนาจการบริหารบ้านเมือง พรเพชรได้ไปปฏิบัติภารกิจอะไรที่ไหนอย่างไร

จนมาทราบอีกครั้งเมื่อมีการถ่ายทอดสดการแถลงรายละเอียดรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวร่วมกับ พล.อ.ไพบูลย์คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คสช. และวิษณุ เครืองาม ที่ปรึกษา คสช. ฝ่ายกฎหมาย

เพราะเป็นคนที่ค่อนข้างพูดน้อย มีความระมัดระวังตัวสูง จึงไม่ปรากฏตัวต่อสาธารณะบ่อยครั้ง

“การเข้ามามีส่วนทำงานใน คสช.นั้น พูดไปก็ไม่น่าเชื่อ มีแต่ภรรยาผมเท่านั้นรู้ ลูก พี่น้องผมยังไม่รู้เลย แต่เรื่องนี้ไม่ใช่ลับสุดๆ นะ แต่เพราะผมเป็นคนไม่พูด อยู่ดีๆ ไปออกทีวีก็งงกัน ไม่ได้ล้งไม่ได้ลับอะไรหรอก แต่เพราะเป็นคนไม่ชอบไปพูดอะไรกับใคร ไม่เล่า ไม่ไปบอกว่าเราเข้าไปโน้นไปนี่ แต่เข้ามาทำงานตรงนี้ ภรรยาก็ไม่ได้ว่าอะไร เขาก็รู้เท่าที่รู้ว่ามาทำงานอย่างนี้ แต่จะไม่ได้ซักถามรายละเอียดอะไร เขาก็ให้กำลังใจบ้าง ไม่มีปัญหา” พรเพชร กล่าว

เมื่อถามว่าเหตุใด พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ถึงมอบความไว้วางใจแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาหัวหน้า คสช. พรเพชรยิ้มเล็กๆ นิ่งสักครู่ แล้วกล่าวเพียงสั้นๆ ตามสไตล์คนพูดน้อยว่า “เรื่องนี้ขอเก็บไว้เป็นประวัติศาสตร์ ถึงวันหนึ่งก็มาบอกเล่ากันเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้น เพิ่งผ่านไป ถ้าไปพูดอะไรอาจจะกระทบการเมือง ไม่อยากให้ใครนำไปใช้ไปวิพากษ์วิจารณ์”

ถึงกระนั้น หากย้อนเกล็ดดูช่วงที่มีคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) เข้ายึดอำนาจรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ปี 2549 ช่วงนั้นพรเพชรได้รับการแต่งตั้งให้เป็น สนช.ในสายข้าราชการ ตุลาการ อัยการ จึงไม่แปลกที่จะมีสายสัมพันธ์อันดีกับทหารหลายกลุ่ม โดยเฉพาะกับ พล.อ.ประยุทธ์ ที่เข้าไปเป็น สนช.ในสายของข้าราชการทหาร ซึ่งจุดนี้เองเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ทั้งสองได้รู้จักคุ้นเคยกันตั้งแต่นั้นมา

“ตั้งแต่เข้ามาทำงานเป็นที่ปรึกษา คสช. ไม่ใช่ว่าไม่มีเวลาพักนะ เพราะผมสามารถทำงานที่บ้านได้ แต่ต้องคิดมากเมื่อคิดอยู่ตลอดเวลาก็อาจจะเหนื่อยเพิ่มขึ้นหน่อย การใช้ชีวิตประจำวันมีเวลาน้อยลง เช่นก่อนหน้านี้จะใช้เวลาออกกำลังกายด้วยการเดินทนบ้าง วันละชั่วโมง ครึ่งชั่วโมงก็ว่าไป ซึ่งจะไปเดินตามสวนสาธารณะ เช่น ที่สวนลุม เวลาที่จะไปทำอย่างนั้นก็น้อยลง หลังจากนี้คงต้องเริ่มใหม่ ช่วงนี้เลยได้แต่อาศัยฟังเพลงบ้าง ซึ่งเพลงที่ฟังก็ทั่วไปไม่ใช่แนวคลาสสิก แต่เป็นพวกแนวป๊อปมากกว่า ส่วนศิลปินที่ชอบ คนโปรดก็ชอบศรัณย่า ส่งเสริมสวัสดิ์ เสียงเขาดี ร้องเพลงเพราะ แต่เขาร้องเพลงเก่าไปหน่อย หลายคนอาจจะไม่ชอบ

พรเพชร เล่าย้อนอดีตไปว่า เมื่อก่อนกีฬาจะเล่นกอล์ฟ แต่พอเล่นไม่ดีเลยเลิกเล่น เพราะกอล์ฟเป็นกีฬาที่กดดัน เพื่อนฝูงกดดันเยาะเย้ย รับแรงกดดันไม่ได้ (พูดแบบขำเล็กๆ) เพราะผมไม่ซีเรียส เล่นสบายๆ พอเล่นไม่ดีเพื่อนก็เรียกว่าหมูบ้างอะไรบ้าง เวลาเล่นก็ต้องมีเดิมพันด้วย รู้สึกว่าเสียเวลามากเลย เลยหันมาเดินทนแทน

ประธาน สนช. เล่าอีกว่า หลังจากนี้จะต้องมีการปรับเปลี่ยนวิถีชีวิตลงบ้าง ทั้งเรื่องการสอนหนังสือ ตอนนี้ยังต้องสอนอยู่ กำลังหาคนช่วย เพราะตั้งหลักไม่ทัน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาก็สอนที่จุฬาฯ ธรรมศาสตร์ เดี๋ยวต้องลดบทบาทตรงนี้ลง

ถามว่าหากสถานการณ์ทุกอย่างจบลง จะเลือกเข้าสู่เส้นทางการเมืองหรือจะกลับไปสอนหนังสือต่อ พรเพชร บอกว่า คงจะไม่ทำอะไรเพราะอายุมากแล้ว จะทำเท่าที่ทำได้ คือสอนหนังสือตามพละกำลัง

“อย่างว่าผมได้ทำงานที่มีเกียรติมาตลอดชีวิต เช่น งานสอนหนังสือ ผมก็ภูมิใจที่ได้ให้ความรู้ทางกฎหมายที่ถูกต้องแก่ลูกศิษย์ ส่วนอนาคตทางการเมืองนั้นไม่เคยได้วางไว้เลย” มือกฎหมายคนสำคัญผู้กำหนดโครงสร้างรัฐธรรมนูญชั่วคราว และวางพิมพ์เขียวรัฐธรรมนูญถาวร กล่าว

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา