posttoday
ส่่งออกเริ่มฟื้นกนง.ประเมินจีดีพีใหม่

ส่่งออกเริ่มฟื้นกนง.ประเมินจีดีพีใหม่

16 สิงหาคม 2557

กนง.เตรียมประเมินตัวเลขเศรษฐกิจใหม่ คาดแนวโน้มดีกว่าเดิม

กนง.เตรียมประเมินตัวเลขเศรษฐกิจใหม่ คาดแนวโน้มดีกว่าเดิม

นายจิรเทพ เสนีวงศ์ ณ อยุธยา โฆษกธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า การประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 17 ก.ย.นี้ โดยจะนำเอาปัจจัยการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่จะออกมาในปี 2558 บวกกับเงินลงทุนที่เหลือในปีนี้ ซึ่งมีวงเงินประมาณ 1 แสนล้านบาท หากมีการเร่งเลิกจ่ายจะมีผลต่ออัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศ (จีดีพี) ของไทยอย่างไร

หลังจากนั้น ธปท.จะประกาศผลการปะเมินจีดีพีอย่างเป็นทางการครั้งล่าสุดในวันที่ 26 ก.ย.นี้ อย่างไรก็ดีการลงทุนโดยเฉลี่ยที่ผ่านมาจะพบว่าหากลงทุน 25-27% ของงบประมาณจะช่วยให้จีดีพีโตใกล้เคียงกับศักยภาพที่ 4.55% ได้ จากปัจจุบันมีสัดส่วนการลงทุนอยู่ที่ประมาณ 22% แบ่งเป็นการลงทุนของเอกชน 17% และลงทุนภาครัฐ 5%

ทางด้านสสว.เผยครึ่งปีแรก เอสเอ็มอีมียอดส่งออกสินค้า 9.80 แสนล้านบาท พุ่ง 14.77% ส่งออกแดนมังกรมากสุด คนจีนชอบสินค้าเอสเอ็มอีไทย ส่วนยอดยกเลิกกิจการ 5,850 ราย ลดฮวบฮาบ 51.43% ขอจัดตั้งกิจการใหม่ 29,466 ราย หดตัว 4.7%

สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) กล่าวว่า ภาพรวมการส่งออกสินค้าเอสเอ็มอีไปต่างประเทศในช่วงครึ่งแรกของปีนี้ มีการส่งออกรวมมูลค่า 980,419 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 14.77% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยส่งออกไปจีนมากที่สุด มูลค่า 115,449 ล้านบาท รองลงมา คือ ญี่ปุ่น มูลค่า 95,184 ล้านบาท สหรัฐอเมริกา มูลค่า 72,224 ล้านบาท โดยทุกประเทศมีมูลค่าส่งออกเพิ่มขึ้น 10.78-22.24%

สินค้าที่มีการส่งออกสูงสุด ได้แก่ อัญมณีและเครื่องประดับ พลาสติกและของทำด้วยพลาสติก เครื่องจักร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ ยานยนต์และส่วนประกอบ ส่วนการนำเข้าสินค้า มีมูลค่า 1.074 ล้านล้านบาท ลดลง 13.20% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยประเทศที่นำเข้าสินค้ามากสุด ได้แก่ จีน มูลค่า 288,939 ล้านบาท รองลงมา คือ ญี่ปุ่น มูลค่า 158,487 ล้านบาท สหรัฐอเมริกา 62,750 ล้านบาท สวิตเซอร์แลนด์ 53,204.25 ล้านบาท และมาเลเซีย 51,489.34 ล้านบาท

ขณะที่สินค้าที่นำเข้ามากสุดได้แก่ อุปกรณ์ไฟฟ้าและส่วนประกอบ เครื่องจักร คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ อัญมณีและเครื่องประดับ พลาสติกและของที่ทำด้วยพลาสติก เหล็กและเหล็กกล้า ตามลำดับ ทั้งนี้ ภาพรวมธุรกิจเอสเอ็มอีในครึ่งปีแรกมีแนวโน้มดีขึ้น เป็นผลมาจาก คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ มีนโยบายสร้างความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ มีมาตรการกระตุ้นการลงทุน ส่งผลดีต่อความเชื่อมั่นของเอกชนและผู้บริโภค รวมทั้งเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าฟื้นตัว

สำหรับการจัดตั้งและยกเลิกกิจการของเอสเอ็มอีช่วงครึ่งปีแรก พบว่า กิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่ มีจำนวน 29,466 ราย ลดลง 4.7% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน โดยทุนจดทะเบียนของกิจการจัดตั้งใหม่มีมูลค่า 118,763 ล้านบาท ลดลง 25.01% กิจการที่จดทะเบียนจัดตั้งใหม่สูงสุดช่วงครึ่งปีแรก ได้แก่ ก่อสร้างอาคารทั่วไป ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์เป็นที่พักอาศัย ขายส่งเครื่องจักร บริการอาหารในภัตตาคาร/ร้านอาหาร และกิจกรรมให้คำปรึกษา

ด้านการจดทะเบียนยกเลิกกิจการ จำนวน 5,850 ราย ลดลง 51.43% จากปีก่อน ทุนจดทะเบียนของกิจการที่ยกเลิกมีมูลค่า 24,203 ล้านบาท ลดลง 68.15%ประเภทกิจการที่ยกเลิกมากสุดช่วง ได้แก่ การขายสลากกินแบ่ง ก่อสร้างอาคารที่ไม่ใช่ที่พักอาศัย ซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ไม่ใช่ที่พักอาศัย บริการให้คำปรึกษาทางธุรกิจ ภัตตาคาร/ร้านอาหาร

อย่างไรก็ตาม เฉพาะเดือน มิ.ย. การส่งออกมีมูลค่า 171,958 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 16.02% จากปีก่อน และหดตัวลง 0.22% เมื่อเทียบกับเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ส่วนการนำเข้าสินค้า มีมูลค่า 179,844 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 2.84% จากปีก่อน และหดตัวลง 3.47% จากเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ในครึ่งปีหลังเอสเอ็มอีมีทิศทางที่ดีขึ้นต่อเนื่อง มาจากมาตรการเร่งรัดใช้จ่ายภายใต้แผนการลงทุนของภาครัฐ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณปี 2557 รวมถึงเตรียความพร้อมในใช้งบประมาณประจำปี 2558 ทำให้การบริโภคในประเทศคึกคักมากขึ้น ส่งผลดีต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจมีทิศดีขึ้น

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI