
ต้องปฏิรูปการบินไทย
พลันที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประธานกรรมการบริษัท การบินไทย ออกมาประกาศผลประกอบการของบริษัท การบินไทย สายการบินแห่งชาติที่คนไทยภาคภูมิใจว่าอาจขาดทุนในปีนี้สูงถึง 2 หมื่นล้านบาท มากกว่าปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1.2 หมื่นล้านบาท เพราะที่ผ่านมามีจำนวนผู้โดยสารลดน้อยลง แต่มีค่าใช้จ่ายเท่าเดิม จึงต้องขอให้กระทรวงการคลังช่วยเหลือจัดหาสภาพคล่องมาช่วย 2.8 หมื่นล้านบาท สร้างความตกตะลึงให้กับประชาชนอย่างมาก
พลันที่ พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง ผู้บัญชาการทหารอากาศ รองหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และประธานกรรมการบริษัท การบินไทย ออกมาประกาศผลประกอบการของบริษัท การบินไทย สายการบินแห่งชาติที่คนไทยภาคภูมิใจว่าอาจขาดทุนในปีนี้สูงถึง 2 หมื่นล้านบาท มากกว่าปีก่อนที่ขาดทุนสุทธิ 1.2 หมื่นล้านบาท เพราะที่ผ่านมามีจำนวนผู้โดยสารลดน้อยลง แต่มีค่าใช้จ่ายเท่าเดิม จึงต้องขอให้กระทรวงการคลังช่วยเหลือจัดหาสภาพคล่องมาช่วย 2.8 หมื่นล้านบาท สร้างความตกตะลึงให้กับประชาชนอย่างมาก
ทั้งนี้ เพราะสายการบินแห่งชาติแห่งนี้เพิ่งฟื้นตัวจากการขาดทุนมากที่สุดในประวัติศาสตร์ที่ก่อตั้งมาในปี 2551 ถึง 21,314 ล้านบาท และต่อมาได้จัดส่งนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เข้าไปเป็นผู้บริหารและเริ่มพลิกฟื้นองค์กรแห่งนี้ให้พลิกฟื้นกลับมามีกำไรอีกครั้งหนึ่ง
ระยะเวลาเพียงแค่ 6 ปี สายการบินแห่งชาติของไทยกลับตกอยู่ในวังวนของความอับเฉาอีกครั้งจนบรรดาพนักงาน ผู้ถือหุ้น และผู้โดยสารต่างตกตะลึงในประสิทธิภาพในการบริหารจัดการของรัฐวิสาหกิจแห่งนี้
เหตุผลในเรื่องความอ่อนไหวของนักท่องเที่ยวที่เลิกการเดินทางมาประเทศไทยเพราะปัญหาทางการเมือง การรัฐประหาร และการประกาศเคอร์ฟิวในประเทศไทยเป็นเรื่องที่สังคมยอมรับได้ แต่นั่นมิได้หมายรวมไปถึงการยอมรับในฝีมือการบริหารจัดการ
เพราะทุกองค์กรในประเทศนี้ต่างเผชิญวิกฤตทางการเมืองเหมือนกัน เพียงแต่ได้รับผลกระทบที่รุนแรงแตกต่างกันไป แต่สิ่งหนึ่งที่แตกต่างกันคือผู้บริหารในแต่ละองค์กรต่างก็มีแผนรับมือกับวิกฤตที่เกิดขึ้นได้อย่างทันท่วงที เพื่อประคองกิจการของตัวเองให้รอด
ปัญหาที่ต้องขบคิดคือคณะกรรมการและคณะผู้บริหารบริษัท การบินไทย ได้มีกระบวนการจัดการปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างไร เพื่อรับมือกับความเสี่ยงที่เกิดขึ้นกับองค์กร
คำอรรถาธิบายว่า สาเหตุที่ขาดทุนอย่างหนักเป็นเพราะธุรกิจการบินมีการแข่งขันกันสูงจนทำให้ต้นทุนเพิ่มขึ้นก็ไม่ใช่เหตุผลที่เพียงพอสำหรับผู้ถือหุ้น ที่ยอมจ่ายเงินเพื่อว่าจ้างผู้บริหารและพนักงานให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ
ในระยะสั้นแผนฟื้นฟูองค์กรเร่งด่วนในเรื่องการหารายได้และการลดต้นทุนเป็นเรื่องที่คณะกรรมการและหน่วยงานของรัฐที่กำกับดูแลจะต้องพิจารณาหาทางแก้ไขเยียวยา
แต่ในระยะยาวแล้วคณะกรรมการและกระทรวงการคลังที่เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จะต้องกำหนดยุทธศาสตร์ของสายการบินแห่งชาติให้แน่ชัดและต้องดึงพนักงานทั้งในระดับล่าง ระดับบนร่วมกันปฏิรูปการทำงานขององค์กรขึ้นใหม่ และต้องเพิ่มประสิทธิภาพขีดความสามารถในการแข่งขันของธุรกิจให้ได้
การปฏิรูปการบินไทยจะต้องยกเครื่องทั้งระบบ แต่งตั้งกรรมการที่เป็นมืออาชีพมากำกับดูแล จัดหาผู้บริหารที่มีฝีมือเข้ามาจัดการ และต้องหาลู่ทางแข่งขันกับสายการบินเอกชนให้ได้ อย่าลืมว่าในอนาคตแล้วการเดินทางด้วยสายการบินจะกลายเป็นหัวใจหลักด้านคมนาคมของโลก







