posttoday
หนี้ครัวเรือนยังพุ่งขัดใจคสช.

หนี้ครัวเรือนยังพุ่งขัดใจคสช.

15 สิงหาคม 2557

ธปท.ห่วงหนี้ครัวเรือนยังสูง หนี้เสียส่อเพิ่ม แบงก์หยุดปล่อยกู้สินเชื่อบุคคล

ธปท.ห่วงหนี้ครัวเรือนยังสูง หนี้เสียส่อเพิ่ม แบงก์หยุดปล่อยกู้สินเชื่อบุคคล

นายอานุภาพ คูวินิชกุลผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์สถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้สินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคยังขยายตัวได้ ยกเว้นสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน ธนาคารพาณิชย์เข้มงวดการอนุมัติสินเชื่อ สะท้อนถึงภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังสูง ซึ่งทางคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้กระทรวงการคลังเร่งศึกษาการลดหนี้ครัวเรือนลง แม้สินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) จะยังทรงตัว แต่ถ้าดูในระยะยาวก็มีแนวโน้มเพิ่ม

ทงนทั้งนี้ เอ็นพีแอลก่อนหักสำรองหนี้เสียในไตรมาส 2 อยู่ที่ 2.3% แต่หนี้เสียหลังหักสำรองอยู่ที่ 1.1% ของสินเชื่อรวม เอ็นพีแอลของสินเชื่อธุรกิจทรงตัวอยู่ที่ 2.2% เอ็นพีแอลของสินเชื่ออุปโภคบริโภคเพิ่มขึ้นเป็น 2.5% จากไตรมาสก่อนหน้า

“ที่ต้องจับตาดูคือสินเชื่อค้างชำระตั้งแต่ 1 เดือนขึ้นไป แต่ยังไม่ถึง 3 เดือน มียอดคงค้าง 2.982 แสนล้านบาท เพิ่มขึ้น 9,600 ล้านบาท หรือคิดเป็น 2.4% ของสินเชื่อรวม ทำให้ธนาคารพาณิชย์ตั้งสำรองหนี้เสียเพิ่มไตรมาส 2 เพิ่มอีก 8,600 ล้านบาท ทำให้สัดส่วนเงินกันสำรองหนี้เสียของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบเพิ่มเป็น 169.2% และธนาคารมีเงินกองทุนต่อสินทรัพย์เสี่ยง (บีไอเอส) ซึ่งเป็นเงินกองทุนขั้นที่ 1 จำนวน 1.89 แสนล้านบาท คิดเป็นสัดส่วน 15.9% นับว่าสูงมาก เชื่อว่าสามารถรองรับปัญหาคุณภาพสินเชื่อได้มาก

“ส่วนที่กังวลกันว่าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์จะทำให้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้น เพราะเริ่มค้างชำระเกิน 3 เดือนมากขึ้น ธปท.คาดว่าไม่น่ากังวล เพราะแบงก์จะยึดรถแล้วนำไปขายทอดตลาด แต่ยอมรับว่ามีปัญหาบ้างในช่วงที่ราคารถมือสองปรับลงมาก 20-30% เพราได้รับผลกระทบของโครงการรถยนต์คันแรกที่มีรถใหม่เข้าตลาดมากอาจทำให้แบงก์ขาดทุนในส่วนนี้” นายอานุภาพ กล่าว

นายประพล พรประภา รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ฐิติกร (TK) เปิดเผยว่า บริษัทเข้มงวดการปล่อยสินเชื่อใหม่มากขึ้น ซึ่งต่อเนื่องจากปี 2556 โดยครึ่งปีหลังนี้จะเพิ่มเงินดาวน์รถอีก 23% จากเดิมที่กำหนดไว้ 1015% รวมถึงยังเข้มงวดการให้สินเชื่อ ส่งผลให้อัตราการปฏิเสธสินเชื่อจะเพิ่มขึ้นเป็น 30-35% จากเดิม 20% อีกทั้งเร่งจัดเก็บหนี้ให้เร็วขึ้นและติดต่อสอบถามข้อมูลลูกค้าใกล้ชิดขึ้น

บริษัทยังลดจำนวนการเปิดสาขาใหม่ปีนี้ลงเหลือ 12 สาขาจากปกติที่เปิดจำนวน 34 สาขาต่อปี หลังจากในช่วงไตรมาส 2 ปี 2557 บริษัทกำไรที่ 3.75 ล้านบาท ลดลงค่อนข้างมากจากช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีกำไร 105.91 ล้านบาท

เนื่องจาก ในช่วงไตรมาส 2 ปี 2557 ได้ตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญและตัดหนี้สูญจำนวนถึง 366.10 ล้านบาท เพิ่มขึ้นขึ้น 36.4% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ส่งผลให้ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 บริษัท สำรองหนี้สงสัยจะสูญและตัดหนี้สูญไปรวม 699.1 ล้านบาท โดยตัวเลขที่เพิ่มขึ้นดังกล่าว เนื่องจากบริษัทมีนโยบายเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อมากขึ้นจากเกณฑ์เดิมซึ่งหากลูกค้ารายการค้างชำระค่างวดติดต่อกัน 6 เดือนจะตั้งสำรองทันที โดยเพิ่มขึ้นหากลูกค้ารายใดที่มีความเสี่ยงจะมีการตั้งสำรองทันที เนื่องจาก ในช่วงครึ่งแรกของปี 2557 โดยมีลูกค้าจ่ายชำระค่างวดช้าลงจากผลเศรษฐกิจที่ชะลอตัวติดต่อกัน 5 ไตรมาสที่ผ่านมา ส่งกระทบต่อกำลังซื้อของประชน โดยมีลูกค้ากลุ่มที่มีปัญหาสภาพคล่อง เช่น ชาวนา และเกษตรที่ปลุกยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพด ปาล์มน้ำมัน ได้รับผลกระทบจากราคาที่ลดลง รวมทั้งพนักงานโรงงานที่โดนผลกระทบจากการส่งออกที่ลดลงและพนักงานโรงแรมการท่องเที่ยวที่ชะลอตัวในช่วงที่ผ่านมา

นอกจากนี้ สินเชื่อเช่าซื้อสุทธิของบริษัทในช่วง 6 เดือนแรกปี 2557 อยู่ที่ 8,596.8 ล้านบาท ลดลง 5.1% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน ขณะที่ตลาดจักรยานยนต์ครึ่งปีแรกที่ผ่านมียอดขายที่ 8.77 แสนคัน ลดลง 20.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ส่วนรายได้ TK ลดลง 23%

สำหรับ แนวโน้มกำไรในปี 2557 ยอมรับว่าจะปรับลดลงจากปีก่อน อีกทั้งเป็นอัตราที่มากกว่าการลดลงของรายได้ในปีนี้ซึ่งจะลดลงประมาณ 23% จากปี 2556 จากผลกระทบจากพอร์ตสินเชื่อพอร์ตการปล่อยสินเชื่อรถจักรยานยนต์และรถยนต์ปี 2557 จะลดลง 10% จากปีก่อนที่มีพอร์ตจำนวน 9,059 ล้านบาท ขณะที่ยังมีต้นทุนคงที่ยังอยู่ในระดับที่สูง ขณะที่แนวโน้มหนี้เสีย(เอ็นพีแอล) ทั้งปีนี้จะทรงตัวที่ระดับ 5.3% ใกล้เคียงกับไตรมาส 2 ปี 2557 สูงขึ้นจากสิ้นปี 2556 ที่ 4.4%

นายประพล กล่าวต่อว่า แม้ผลประกอบในระยะสั้นของบริษัทจะออกมาไม่ดี แต่มีแผนที่จะรับพนักงานใหม่เพิ่มขึ้นอีก 200 คน เพิ่มจากปัจจุบันที่มีจำนวนประมาณ 1,900 คน ด้วยจำนวนสาขาปัจจุบันที่มี 90 สาขา ครอบคลุมใน 53 จังหวัด ทั้งนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมรองรับการขยายธุรกิจในและต่างประเทศในอนาคต

“ธุรกิจเช่าซื้อน่าจะผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วในไตรมาส 2 ปี 2557 น่าจะเริ่มมีแนวโน้มไตรมาส 4 ปี 2557 น่าเริ่มดีขึ้นจากผลแรงส่งนโยบายเศรษฐกิจภาครัฐรวมถึงเป็นช่วงฤดูกาลเก็บเกี่ยวของเกษตรกรด้วยทำให้กำลังซื้อดีขึ้นและดีขึ้นชัดเจนในปี 2558” นายประพล กล่าว

ทั้งนี้ ปัจจุบันได้มีการตั้งบริษัทย่อยคือบริษัท ซัวสดัย ไฟแนนซ์ที่กัมพูชาพร้อมได้รับใบอนุญาตให้ดำเนินธุรกิเช่าซื้อเรียบร้อยแล้ว โดยยังไม่ได้มีการตั้งเป้าหมายถึงยอดปล่อยสินเชื่อเพราะเป็นช่วงเริ่มต้นของธุรกิจ แต่เชื่อว่าตลาดในกัมพูชามีศักยภาพเติบโตที่ดีในอนาคต อีกทั้งในช่วงที่เหลือของปี 2557 น่าจะได้รับในอนุญาตให้ประกอบธุรกิจเช่า 1 ประเทศในกลุ่มประเทศอาเซียนหลังจากยื่นเรื่องขออนุญาตเพิ่มไปจำนวน 12 ประเทศ

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้