
สภาปฏิรูปแห่งชาติที่ควรจะเป็น
ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 27 บัญญัติให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่างๆ นั้น จึงเป็นเรื่องที่ควรพินิจการเมืองที่สำคัญดังนี้
ตามที่รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฉบับชั่วคราว พ.ศ. 2557 มาตรา 27 บัญญัติให้สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีหน้าที่ศึกษาและเสนอแนะเพื่อให้เกิดการปฏิรูปในด้านต่างๆ นั้น จึงเป็นเรื่องที่ควรพินิจการเมืองที่สำคัญดังนี้
1.อำนาจหน้าที่ของ สปช. ไม่แตกต่างกับการทำหน้าที่ในรูปแบบของคณะกรรมการว่าด้วยการปฏิรูปต่างๆ ในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งเนื้อหาการปฏิรูปในด้านต่างๆ นั้น หลายหน่วยงานหลายองค์กรและหลายคณะกรรมการได้ทำไว้เสร็จสิ้นจำนวนมากสามารถนำมาต่อยอดได้ทันที และความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ แนวคิดเรื่องการปฏิรูปประเทศไทยที่ทำเป็นรูปธรรมขึ้นอย่างมากก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครองโดย คสช.นั้น การปฏิรูปได้เกิดขึ้นบนแนวคิดของ กปปส.เป็นที่ชัดเจน โดยเฉพาะเรื่องการปฏิรูปทางการเมือง การป้องกันการปราบปรามการทุจริต การปรับโครงสร้างสำนักงานตำรวจแห่งชาติ การแก้ไขปัญหาความยากจนและความเหลื่อมล้ำทางสังคม การปฏิรูประบบเลือกตั้งใหม่และการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่น นอกจากนี้ยังมีงานวิจัย วิทยานิพนธ์ ที่มีการศึกษาจำนวนมาก ดังนั้น สปช.ไม่ควรเสียเวลาและควรเร่งรีบที่จะแก้ไขปัญหาที่สำคัญโดยด่วนที่ไม่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของฝ่ายใด แต่จะต้องสำเหนียกว่าเป็นผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ และธำรงไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ มีเป้าหมายแห่งการปกครองระบอบประชาธิปไตยที่สมบูรณ์
2.หลักการสำคัญของการได้มาซึ่งสมาชิก สปช. จะต้องเป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีองค์ประกอบอย่างน้อย 3 ประการ
ประการที่ 1 ต้องเป็นผู้มีความรอบรู้ความเข้าใจในประเด็นการปฏิรูปจริงๆ และไม่ใช่พวกโลกสวยไม่กล้าตัดสินใจทำแต่เพียงเพื่อประโยชน์ส่วนตนหรือรักษาเกียรติยศของตนเป็นสำคัญ เข้าไปแล้วเสียของ การปฏิรูปก็ล้มเหลวอีก จะวัดคุณสมบัติข้อนี้อย่างไรดี
ประการที่ 2 ต้องเป็นผู้มีความเชี่ยวชาญ ลุ่มลึกหรือเข้าใจในวัฒนธรรมทางการเมืองของสังคมไทยเป็นอย่างดี และรู้จักบริบทของโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะในเรื่องของความอัปยศของระบบทุนนิยมในการสร้างประเทศชาติ ที่ทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำทางสังคมและนำมาซึ่งปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น นอกจากนี้ความเชี่ยวชาญจะต้องมีทักษะของการทำงานคู่กับระบบเครือข่ายภาคประชาชน การปฏิรูปประเทศชาติไม่ใช่เพียงเพื่อทำให้เกิดรัฐธรรมนูญฉบับถาวรเท่านั้น สิ่งสำคัญคือการที่มีองค์กรเครือข่ายภาคประชาชนสามารถที่จะนำแนวคิดเนื้องาน การปฏิรูปดังกล่าวไปเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต นำไปสู่การปฏิบัติอย่างแท้จริง
ประการที่ 3 สปช.ต้องเปิดโอกาสให้มีการประชาพิจารณ์รับฟังความคิดเห็นอย่างทั่วถึงแบบไม่ใช่แบบแก้บนหรือขอไปที และพร้อมที่จะรับผิดชอบหากการปฏิรูปไม่สำเร็จ กล่าวคือ เนื้องานการปฏิรูปไม่สามารถนำไปใช้ได้จริง หรือนำมาซึ่งปัญหาความขัดแย้งใหม่ ดังนั้นการปฏิรูปที่จำเป็นต้องอาศัยการประชาสัมพันธ์ที่ยอดเยี่ยม สร้างความเข้าใจกับประชาชนทุกกลุ่มทุกฝ่าย สิ่งสำคัญคือการสร้างความรู้สึกร่วมกันของคนในชาติให้มีการยอมรับและพร้อมเปลี่ยนแปลง ที่สำคัญควรมีโรดแมปของการปฏิรูปอย่างชัดเจนว่า ในระยะเวลา 12 ปีจะทำอะไร เรื่องอะไร 35 ปีจะทำอะไร แบบไหน อย่างไร อีก 20 ปีข้างหน้าต้องวาดฝันให้ประชาชนมีความมั่นใจในระบอบประชาธิปไตยที่มั่นคงได้อย่างไร นักการเมืองมืออาชีพคืออะไร การเมืองของทุกคนควรเป็นอย่างไร
3.ดังนั้น การได้มาซึ่งสมาชิก สปช. ที่มีทั้งผู้ทรงคุณวุฒิ 11 กลุ่มหลัก และตัวแทนจังหวัดกลุ่มละ 1 คน ต้องอธิบายในเชิงคุณภาพได้มากกว่าเชิงปริมาณ ตัวแทนการสรรหาครั้งนี้คล้ายๆ กับการสรรหาสมาชิกสภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่ต้องมีองค์กรนิติบุคคลรับรองเสนอชื่อ แต่แตกต่างกันตรงที่สมาชิก สนช.จะมีคณะกรรมการของ คสช.เป็นผู้คัดสรรโดยตรง ดังนั้นจึงเป็นความกังวลไม่มากก็น้อยว่าคณะกรรมการสรรหาของ คสช.นั้นจะมีข้อมูลเพียงพอจะรู้จักตัวจริงเสียงจริงมากน้อยแค่ไหน อย่าลืมว่าใครๆ ก็อยากมาช่วยปฏิรูปบ้านเมืองกันทั้งนั้น และอาจจะสรรหาแล้วไม่ได้ดังปรารถนา อาจจะมีคนโลกสวยเยอะมองปัญหาเพียงผิวเผิน หวังแต่เพียงได้เข้ามาเป็น สปช. ดังนั้น คสช.ควรต้องมีแผน 2 ไว้ และต้องรีบทำให้เข้มแข็ง มีการรองรับสนับสนุนเนื้อหาของการปฏิรูปเครือข่ายภาคประชาสังคมไว้ในลักษณะคู่ขนาน สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งจำเป็นที่สุดที่จะต้องมีองค์กรปฏิรูปประเทศไทยอย่างถาวรในระยะยาว และควรบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อให้องค์กรนี้ได้สานต่อเนื้อหาของการปฏิรูปอย่างเป็นระบบและรีบดำเนินการอย่างต่อเนื่องตามแผนที่วางไว้ ทุกสิ่งล้วนอนิจจัง คนดีตั้งใจเถิด เพื่อบ้านเมืองไทยของเรา







