posttoday
ประยุทธ์แปลว่าต่อสู้ ตู่แปลว่าช่วงชิง

ประยุทธ์แปลว่าต่อสู้ ตู่แปลว่าช่วงชิง

10 สิงหาคม 2557

หลายคนกำลังหนักใจแทนหัวหน้า คสช. ว่า “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน...” ได้อย่างนั้นจริงหรือไม่

หลายคนกำลังหนักใจแทนหัวหน้า คสช.

ว่า “เราจะทำตามสัญญา ขอเวลาอีกไม่นาน...” ได้อย่างนั้นจริงหรือไม่

ผู้เขียนจึงเอาเรื่องนี้ไป “ระดมสมอง” ในห้องสนทนาของบรรดาลูกศิษย์ที่มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอยู่เป็นประจำ ส่วนใหญ่เชื่อว่า “ทำได้” โดยมีข้อเสนอแนะที่หลากหลาย ซึ่งผู้เขียนได้นำมาสรุปและจัดเป็นข้อๆ ให้คล้องจองกัน จำนวน 10 ข้อ เรียกว่า “คาถา คสช.” ดังนี้

1.Army United มีความหมายถึงความสมานสามัคคีของกองทัพ ซึ่งครองความเป็นรัฏฐาธิปัตย์ในนาม “คสช.” เพราะจากประวัติศาสตร์หลังการรัฐประหารหลายๆ ครั้ง ทหารเกิดความแตกแยก แบ่งเค้กไม่ลงตัว แย่งชิงผลประโยชน์ ฯลฯ ในที่สุดก็ทำให้ความเป็น “วงอำนาจ” นั้น “ปริ” โดยเฉพาะการรับช่วงของทหารระหว่างรุ่นต่อรุ่น การลงจากหลังเสือไม่ได้เพราะงานยังไม่สำเร็จ หรือกลัวถูกเช็กบิลย้อนหลัง ฯลฯ กระทั่งกลายเป็นการหวงอำนาจหรือสืบทอดอำนาจ

2.เบ็ดเสร็จ สนช. เนื่องจากสภานิติบัญญัติแห่งชาติคือเครื่องมือที่สำคัญในการออกกฎหมายและรองรับความชอบธรรมให้รัฐบาล ซึ่งในครั้งนี้ทหารก็เข้าไปดูแลอย่างใกล้ชิด ดังจะเห็นได้จากการแต่งตั้ง สนช.ทั้งหมดนั้น ทั้งนี้ในอดีตที่ผ่านมาฝ่ายนิติบัญญัติที่จัดตั้งโดยคณะรัฐประหารก็ไม่ค่อยก่อปัญหาใดๆ เว้นแต่ถ้าสภานี้ “ประจบ” หรือ “สยบ” มากเกินไป ก็อาจจะเป็นข้อนินทาให้เสื่อมเสีย กระทั่งนำมาซึ่งการผุกร่อน อย่างที่เรียกว่า “สนิมเกิดแต่เนื้อในตน”

3.ครม.หน้าตาดี หมายถึงจะต้องเป็นบุคคลที่มีความรู้ความสามารถเป็นที่ยอมรับนับถือในระดับหนึ่ง ไม่ใช่ถือว่ามี คสช.ควบคุมอยู่แล้ว รัฐมนตรีจะกวาดๆ เอาใครมาเป็นก็ได้ ก็คงจะเป็นจุดด้อยให้ผู้คนโจมตีทั้งในประเทศและนอกประเทศ แต่นั่นแหละถ้าได้รัฐมนตรีเก่งและฉลาดมากไปก็อาจจะยากแก่การควบคุม ดังนั้นการบริหารจัดการอำนาจในองค์กรนี้จึงอยู่ที่ความสมดุลหรือความพอเหมาะพอควรในการ “ควบคุม” รวมทั้งมารยาทและการให้เกียรติ

ประยุทธ์แปลว่าต่อสู้ ตู่แปลว่าช่วงชิง

 

4.สามัคคี สปช. หมายถึงการทำหน้าที่ของสภาปฏิรูปที่ คสช.คงจะต้องปวดหัวเป็นอย่างมาก (เว้นแต่จะจัดการคัดสรรอย่าง “เบ็ดเสร็จ” เหมือนการตั้ง สนช.) ในทำนอง “จับปูใส่กระด้ง” เพราะสภานี้จะมีความยุ่งเหยิงเป็นที่สุด แม้ว่าจะเป็นแค่เวทีที่ให้ได้มีช่องระบายความเห็น ก็ต้องระวัง “ฤทธิ์เดช” จากพื้นฐานที่มาของคนเหล่านี้ ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับ “แม่ปู” คือ คสช. ว่าจะทำตัวเป็นแม่แบบได้เรียบร้อยเพียงใด เช่นเดียวกันก็ต้องเอาใจและให้เกียรติสภานี้ตามสมควร

5.เพียงพอนโยบาย หมายถึงนโยบายที่ “ไม่เว่อร์” เกินพอดี หรือคุยโม้โอ้อวดและประชานิยมมากเกินไป ควรจะมีการรับฟังความคิดเห็นประชาชน หรืออย่างน้อยก็ผ่าน “ผู้เชี่ยวชาญ” ให้เป็นที่ยอมรับ ด้วยกระบวนการที่โปร่งใส แม้ว่าจะคิดค้นโดยผู้เผด็จการ และนโยบายที่ควรทำที่สุดก็คือนโยบายที่ในภาวะปกติไม่สามารถทำได้ อย่างเช่นภาษีมรดก การปฏิรูปที่ดิน การปฏิรูปตำรวจ การจัดระเบียบสังคม ผู้มีอิทธิพล พลังงานและทรัพยากรธรรมชาติ

6.ทำถวายด้วยความซื่อสัตย์ หมายถึงการทำหน้าที่ของทุกองค์กรตั้งแต่ คสช. สนช. สปช. ครม. จนถึงระบบราชการ ต้องถือว่าเป็นการทำเพื่อ “แผ่นดิน” ด้วยความเทิดทูนและจงรักภักดี เพราะจะทำให้ประชาชนเกิดความเชื่อถือและไว้วางใจ ที่สำคัญจะต้องไม่มีการโกงกินคอร์รัปชั่นหรือมีผลประโยชน์ทับซ้อน ตลอดจนตำแหน่งทั้งหลายในองค์กรต่างๆ เหล่านี้ก็ไม่ใช่ “ศาลาพักใจ” หรือ “บ้านพักข้าราชการชรา” เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจและอวดอำนาจวาสนา

7.จัดแถวท้องถิ่น หมายถึงการบริหารจัดการชุมชนที่ควรจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจัดทำและร่วมรับผิดชอบ แต่ที่ผ่านมาคนในชุมชนต่างๆ กลับทำเหมือนการเมืองระดับชาติ คือ พอเลือกตั้งไปแล้วก็ปล่อยให้นักการเมืองและผู้บริหารท้องถิ่นใช้อำนาจตามอำเภอใจ การเป็น “วงจรจัญไร” 2 วงซ้อนกัน คือ ระดับชาติเป็นอย่างไรระดับท้องถิ่นก็เป็นอย่างนั้น จึงควรที่ คสช.จะต้องเข้ามาดูแล อย่างที่ให้ข้าราชการเข้ามา “ตรึงกำลัง” ไว้ก่อนในตอนนี้

8.ตัดลิ้นตำรวจ เพราะความย่อหย่อนและเน้นผลประโยชน์เป็นหลักของตำรวจ ทำให้ต้นธารของกระบวนการยุติธรรมองค์กรเต็มไปด้วยความมัวหมอง ส่งผลต่อการไม่เกรงกลัวกฎหมาย “หมดระเบียบไทย สิ้นวินัยชาติ” ใครใคร่ทำอะไรก็ได้ขอให้มีเส้นสาย ผู้ใหญ่ และเงินเป็นพอ อย่างที่เราได้เห็นในวิกฤตบ้านเมืองตลอดระยะเวลา 78 ปีมานี้ รวมทั้งตำรวจประเภทสร้างภาพและจัดอีเวนต์นั้นด้วย นั่นคือ “ตัดลิ้น” ไม่ให้โกงกินและเอาแต่ประชาสัมพันธ์ตัวเอง

9.ไล่กวดโลกา คสช.จะต้องแคร์นานาชาติบ้าง อย่างน้อยในระดับเพื่อนบ้าน ด้วยทำเลทางภูมิศาสตร์และระดับของการพัฒนา ประเทศไทยมีข้อได้เปรียบพอควรในการที่จะเป็นผู้นำด้านเศรษฐกิจทั้งในระดับภูมิภาคและในระดับโลก เพียงแต่เราจะต้องทำตัวให้เป็น “พี่ใหญ่” ให้เป็นที่พึ่งได้ รวมทั้งช่วยโอบอุ้มเพื่อนบ้านให้เติบโตไปพร้อมๆ กัน ด้วยความเป็น “ไทย” ที่เอื้อเฟื้อและช่วยเหลือกันและกัน อย่างที่จีนทำกับอาเซียน อย่าให้เหมือนอเมริกันที่เลวมากๆ

10.อย่าโอหังและหลอกลวง ปัญหาของการเมืองในระบอบรัฐสภาที่ผ่านมาก็คือ ความเลวของนักการเมือง ทั้งพฤตินิสัยที่น่ารังเกียจ ตั้งแต่ดีแต่โม้โอ้อวดอิทธิฤทธิ์ คิดเอาตัวรอด กอดตำแหน่ง แย่งกระดูก ผูกขาด หน้าด้าน ร้อยลิ้น ปลิ้นปล้อนหลอกลวง ฯลฯ แม้จับได้ไล่ทันก็ไม่รู้สึกรู้สา ดังนั้น คสช.ควรจะวางระบบใน สนช. และ สปช. ด้วยการเพิ่มเติมข้อบังคับการประชุมสภาให้เข้มงวด และจัดการเอาคนที่ไม่ดีออกไปให้เป็นแบบอย่าง ในแนวทาง “คุณธรรมนำการเมือง”

มีผู้วิจารณ์ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ที่ผู้เขียนคิดว่ามีสาระน่าสนใจ (แต่ไม่ทราบว่าท่านหัวหน้า คสช.จะเห็นเป็นสาระและน่าสนใจหรือไม่) คือ ความไม่แคร์สื่อ กับการพูดทื่อๆ ตรงๆ ของท่าน โดยในประเด็นแรกที่ว่าท่านไม่แคร์สื่อนั้น อาจจะเป็นเพราะทหารไม่เหมือนตำรวจที่เน้นประชาสัมพันธ์มาก แม้จะเอาเงินขององค์กร (ที่น่าจะเป็นเงินของประชาชนด้วยนั้น) มาซื้อของแทนของที่ตำรวจทำเสียหาย ก็ไม่อับไม่อายที่จะออกมา “เอาความดีความชอบ” ผิดกับทหารที่พอทราบว่าชาวบ้านเดือดร้อนไม่ได้ดูละครหลังข่าว ก็รีบออกมาปรับเปลี่ยนทันทีอย่าง “ลูกผู้ชาย”

ส่วนประเด็นที่ท่านชอบพูดทื่อๆ ตรงๆ ท่านก็เป็นอย่างนี้มานานแล้ว ไม่ใช่มา “แอ็กติ้ง” แสร้งทำหรือประดิดประดอยจนอาหารจะล้นคอหอย (ว่ากันว่าตำรวจบางนายต้องแต่งหน้าก่อนแถลงข่าวไม่ให้หน้าคล้ำตามปกติ) ควรถือเป็นแบบอย่างของความเสมอต้นเสมอปลาย แต่ถ้าท่านจะปรับปรุงให้นุ่มนวลและ “เป็นมิตร” มากขึ้น ก็จะสร้างความสุนทรีย์ในการรับชมไม่น้อย

ประยุทธ์สู้ๆ ตู่อย่าท้อถอย!

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน