posttoday
เดินเครื่องสนช.‘พรเพชร’นั่งประธาน

เดินเครื่องสนช.‘พรเพชร’นั่งประธาน

10 สิงหาคม 2557

การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ได้รับเลือกให้นั่งตำแหน่งประธาน

‘ประะยุทธ์’ยันทหารไม่แทรกแซง

การเมืองรอบสัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นที่แน่ชัดแล้วว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ได้รับเลือกให้นั่งตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.) โดยไม่มีใครเสนอชื่อบุคคลอื่น ท่ามกลางเสียงปรบมือกึกก้อง ขณะที่รองประธานคนที่ 1 คือ นายสุรชัย เลี้ยงบุญเลิศชัย และ นายพีระศักดิ์พอจิต เป็นรองประธานคนที่ 2 นับเป็นจุดเริ่มต้นของการนำพาประเทศไทยไปสู่ประชาธิปไตยอย่างสมบูรณ์ และนำไปสู่การเลือกตั้งในอนาคต

ทั้งนี้ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ซึ่งทำหน้าที่เลขาธิการ สนช.ได้ทำรายงานผลการเลือกประธานและรองประธาน สนช. ต่อหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อนำขึ้นทูลเกล้าฯ แล้ว

โดยขั้นตอนจากนี้ต้องรอให้มีการโปรดเกล้าฯจึงจะเริ่มปฏิบัติงานเรียกประชุมได้ เบื้องต้นจากการพูดคุยกับนายพรเพชร วิชิตชลชัย ว่าที่ประธานสนช. และนายพีระศักดิ์ พอจิต ว่าที่รองประธานคนที่ 2 ในเรื่องเร่งด่วนที่จะนำเข้าสู่การพิจารณาของสภาทันทีในการประชุมครั้งหน้า คือ ร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปี 2558 ส่วนการสรรหานายกรัฐมนตรีจะนำเข้าสู่การประชุมในสัปดาห์ถัดไป มั่นใจว่าจะสามารถสรรหานายกฯ ได้ภายใน ส.ค.นี้

อย่างไรก็ตาม สมาชิก สนช.ที่ได้รับแต่งตั้งจำนวน 200 คน ล่าสุด เหลือสมาชิกอยู่ 197 คน มีปัญหาเกี่ยวกับคุณสมบัติ 3 คน ซึ่งได้ยื่นหนังสือลาออกไปแล้ว ประกอบด้วย พล.อ.ธวัชชัย สมุทรสาคร อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 ขาดคุณสมบัติเนื่องจากเคยดำรงตำแหน่งในพรรคการเมืองภายใน 3 ปีก่อนได้รับแต่งตั้ง นายอาศิส พิทักษ์คุมพลจุฬาราชมนตรี มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติเนื่องจาก พ.ร.บ.การบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 มาตรา 7 (10) ระบุว่า จุฬาราชมนตรีต้องไม่เป็นผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง และ พล.ต.อินทรัตน์ ยอดบางเตย หรือ เสธ.ยอด มีปัญหาเรื่องคุณสมบัติ เนื่องจากเคยถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี จากการยุบพรรคมัชฌิมาธิปไตย

ด้าน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. เปิดงานกิจกรรม “เส้นทางการปฏิรูปประเทศไทย” คิกออฟสภาปฏิรูป โดยยืนยันจะไม่มีการแทรกแซงการทำหน้าที่ของ สนช. ส่วนบทบาทของ คสช.ต่อจากนี้จะเตรียมความพร้อมเรื่องการปฏิรูปในเรื่องต่างๆ ถือเป็นระยะที่ 1 เริ่มจากการตั้งสำนักงานคณะกรรมการปรองดอง รวบรวมข้อมูลจากหลายฝ่าย เพื่อวางกรอบให้ทุกคนเตรียมตัวเข้าสู่ระยะที่ 2 จะเป็นการรับสมัครสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ตั้งแต่วันที่ 14 ส.ค. ใช้เวลาประมาณ 50 วัน ในการตรวจสอบคุณสมบัติ ซึ่งคาดว่าจะได้รายชื่อครบ 250 คน จากนั้นจะนำรายชื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อลงพระปรมาภิไธย ส่วนระยะที่ 3 ช่วงปลายปี 2558 จะเข้าสู่กระบวนการเลือกตั้งไปพร้อมกับการปฏิรูปในเรื่องที่ยังค้างอยู่ เช่น การออกกฎหมายกว่า 400 ฉบับ เพื่อสร้างความเป็นธรรมต่อไป

ขณะเดียวกัน สงครามปั่นป่วนการเมืองในห้วงเวลานี้ยังคงมีอย่างต่อเนื่อง โดย น.ส.กริชสุดา คุณะแสน หรือเปิ้ล (สหายสุดซอย) นักกิจกรรมกลุ่มคนเสื้อแดง ขอลี้ภัยในยุโรป พร้อมทั้งให้ข้อมูลยูเอ็นและนิรโทษกรรมสากล เรื่องการถูกเจ้าหน้าที่ทหารทำร้ายร่างกายระหว่างถูกควบคุมตัว

เรื่องนี้ทำให้ พล.อ.ประยุทธ์ออกมายืนยันหนักแน่นว่า ทหารไม่มีเหตุผลที่จะต้องทำร้าย น.ส.กริชสุดา ซึ่งในช่วงที่ถูกควบคุมตัวอยู่ก็ได้พูดคุยกันดี แต่เมื่อครบกำหนดปล่อยตัว กลับมาบอกว่า อันตราย ขออยู่ที่นี่ก่อน อีกทั้งตอนนี้ส่อเจตนาไม่ดี ไปรวมกลุ่มกับคนที่ทำความผิดหนีหมายจับ

ตร.ออกหมายจับ‘กริชสุดา’

ด้านความคืบหน้าล่าสุด เจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรภาค 1 ได้เปิดเผยผลการจับกุมผู้ต้องหาวัย 42 ปี 1 ราย ข้อหามีอาวุธปืนหรือวัตถุระเบิดที่ใช้ในการสงครามอยู่ในครอบครอง โดยผู้ต้องหาให้การสารภาพว่าเป็นผู้จัดหาอาวุธสงครามให้แก่ผู้ร่วมขบวนการ นำไปก่อเหตุความไม่สงบในระหว่างที่มีการชุมนุมของกลุ่ม กปปส. อีกทั้งได้รับอาวุธสงครามจาก น.ส.กริชสุดา ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจัดซื้อจัดหาอาวุธสงคราม โดยมีพยานหลักฐานเป็นเอกสารการจัดซื้อและพยานบุคคลซึ่งเป็นผู้ต้องหาที่ถูกจับกุมตัวได้ ให้การซัดทอดตรงกัน

ทำให้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. ออกหมายจับบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องประกอบด้วย น.ส.กริชสุดา นายสมศักดิ์ พูลสวัสดิ์ หรือน้อง และนางมนัญชยา เกตุแก้ว หรือเมย์ ในข้อหาร่วมกันมีอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือวัตถุระเบิดที่ใช้เฉพาะในสงคราม ไว้ครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต

แก้กฎหมาย‘อุ้มบุญ’

รอบสัปดาห์ที่ผ่านมา คลินิกรับทำอุ้มบุญ กลายเป็นหนึ่งในเรื่องที่นายพีระศักดิ์ พอจิต ว่าที่รองประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) คนที่ 2 ยืนยันจะรับเรื่องต่อจากกระทรวงสาธารณสุข กรณีการแก้ไขกฎหมายการอุ้มบุญ และการเพิ่มบทลงโทษเกี่ยวกับคดีอุ้มบุญ ขณะนี้เรื่องดังกล่าวกำลังอยู่ในความสนใจของสังคม เนื่องจากเกิดผลกระทบและความเสียหายกับประเทศไทย

ทั้งนี้ กฎหมายเรื่องนี้ที่ผ่านมาอาจจะยังไม่ทันต่อเหตุการณ์ในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำนำหน้าไปมาก ดังนั้นกฎหมายอุ้มบุญจะต้องทันต่อเหตุการณ์ในปัจจุบันให้ได้

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน