
ตร.เตรียมฟัน 2 ข้อหาคลีนิครับทำเด็กอุ้มบุญ
ตำรวจ เผย เด็กอุ้มบุญทั้ง 9 คน ไม่เข้าข่ายค้ามนุษย์ เตรียมเอาผิด 2 ข้อหาคลินิกรับทำ เร่งตามตัวพ่อชาวญี่ปุ่นให้ข้อมูล
ตำรวจ เผย เด็กอุ้มบุญทั้ง 9 คน ไม่เข้าข่ายค้ามนุษย์ เตรียมเอาผิด 2 ข้อหาคลินิกรับทำ เร่งตามตัวพ่อชาวญี่ปุ่นให้ข้อมูล
พล.ต.ต. ชยุต ธนทวีรัชต์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล เรียกฝ่ายสืบสวนสอบสวนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ ตัวแทนกรมสนับสนุนบริการสุขภาพกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ประชุมร่วมหารือความคืบหน้ากรณีอุ้มบุญในประเทศไทยโดยพล.ต.ต. ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาลกล่าวก่อนการประชุม ว่า จะเป็นการหารือแนวทางการทำงานร่วมและหาความชัดเจนเกี่ยวกับเด็กอุ้มบุญทั้งหมดว่ามีความต้องการนำเด็กไปไว้ที่ใดหรือเพื่อเหตุผลใดพร้อมยืนยันจะทำเต็มที่และเชื่อว่าจะมีความชัดเจนในเร็ววันนี้
อย่างไรก็ตามกรณีดังกล่าวก่อนหน้าเจ้าหน้าที่ได้สนธิกำลังกันเข้าตรวจค้นคลีนิคต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องกับการทำเด็กอุ้มบุญ เพื่อหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม
รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล ระบุ กรณีอุ้มบุญยังไม่เข้าข่ายความผิดค้ามนุษย์แต่ต้องตรวจสอบเพิ่ม พร้อมทั้ง ประสานทางการญี่ปุ่นขอข้อมูลบิดาเด็กอุ้มบุญแล้ว
ต่อมา พล.ต.ต. ชยุต เปิดเผยหลังการประชุมกรณีเด็กอุ้มบุญว่า การสืบสวนมีความคืบหน้าและความชัดเจนแต่ยังไม่เข้าข่ายความผิดฐานค้ามนุษย์ และเชื่อได้ว่า กรณีนี้ มีการกระทำในลักษณะเป็นขบวนการแต่เนื่องจากไทยยังไม่มีกฎหมายข้อบังคับเกี่ยวกับการ ทำอุ้มบุญโดยตรง แต่ตำรวจจะใช้ กฎหมายในข้ออื่นที่เกี่ยวข้อง เข้ามาดำเนินการเพื่อหยุดยั้ง ขบวนการนี้ ส่วนการสอบปากคำมารดาผู้รับอุ้มบุญเบื้องต้น สอบปากคำไปแล้ว 3 ราย
สำหรับ การติดตามตัว นายชิเกตะ มิตสุโตกิ อายุ 24 ปี พ่ออุ้มบุญชาวญี่ปุ่น ตำรวจได้ประสานขอข้อมูลส่วนตัวโดยละเอียดกับทางการญี่ปุ่นไปแล้ว พร้อมขอให้เดินทางกลับเข้ามาในไทย เพื่อให้ข้อมูลกับทางการไทยโดยเร็ว
ทั้งนี้ การตรวจสอบสถานพยาบาลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง พบว่า หลายแห่งปิดคลินิกและนำเอกสารออกจากคลินิกไปทั้งหมด ซึ่งเข้าใจได้ว่า จงใจหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่เจ้าหน้าที่ได้เอกสารมาส่วนหนึ่ง ซึ่งชัดเจนว่าผู้รับทำอุ้มบุญ นั้นกระทำการโดยไม่ชอบ ตามระเบียบของแพทยสภาอย่างแน่นอน ซึ่งในสัปดาห์หน้า สำนักงานส่งเสริมบริการสุขภาพ จะเข้าแจ้งความ สน.ลุมพินี ให้ดำเนินคดีกับ เจ้าของคลินิกรับทำอุ้มบุญ ย่านถนนวิทยุ 2 ข้อหา คือ ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยที่ไม่รับอนุญาต และปล่อยให้ผู้ประกอบวิชาชีพไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย ว่า ด้วยวิชาชีพเวชกรรม ต้องระวางโทษ จำคุก1 ปี ปรับ 2 หมื่นบาท หรือ ทั้งจำทั้งปรับ
ภาพประกอบข่าว
ส่วนสถานพยาบาลที่มีข้อมูลว่า ทำอุ้มบุญไม่ถูกกฎหมาย มี 12 แห่ง ส่วนใหญ่เป็นของเอกชน ซึ่งอยู่ระหว่างตรวจสอบความชัดเจน เพื่อรวบรวมพยานหลักฐานเอาผิดตามกฎหมาย







