posttoday
7 เหตุผลโรงงานญี่ปุ่นยังไม่ย้ายหนีไทย

7 เหตุผลโรงงานญี่ปุ่นยังไม่ย้ายหนีไทย

08 สิงหาคม 2557

เหตุการณ์ความไม่สงบในการเมืองไทย ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายกังวลกันมากว่ากรณีดังกล่าวอาจกลายเป็นเหตุปัจจัยให้บริษัทข้ามชาติจากญี่ปุ่น ในฐานะผู้ลงทุนทางตรงรายใหญ่ (เอฟดีไอ) ในประเทศ อาจตัดสินใจย้ายฐานการลงทุน

เหตุการณ์ความไม่สงบในการเมืองไทย ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา ทำให้หลายฝ่ายกังวลกันมากว่ากรณีดังกล่าวอาจกลายเป็นเหตุปัจจัยให้บริษัทข้ามชาติจากญี่ปุ่น ในฐานะผู้ลงทุนทางตรงรายใหญ่ (เอฟดีไอ) ในประเทศ อาจตัดสินใจย้ายฐานการลงทุน

อย่างไรก็ดี ฮิโรชิ ยากาเมะ หัวหน้าประจำอนุภูมิภาคแม่น้ำโขงของธนาคาร ซูมิโตโม มิตซุย แบงก์กิ้ง คอร์ป ได้แสดงทัศนะว่า ประเทศไทยยังคงมนต์เสน่ห์ในการดึงดูดการลงทุน โดยสะท้อนได้จากการลงทุนจากญี่ปุ่นในประเทศไทยที่ยังคงขยายตัวอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงปี 2011-2013 ซึ่งทำให้ไทยกลายเป็นชาติที่ทุนญี่ปุ่นหลั่งไหลเข้ามากที่สุดเป็นอันดับ 2 รองจากจีน เท่านั้น

นอกจากนี้ รายได้จากยอดขายของบริษัทญี่ปุ่นในไทยยังคิดเป็น 40% ของผลผลิตมวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) อีกด้วย นับเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย

ทั้งนี้ ยากาเมะได้ให้เหตุผลที่ธุรกิจญี่ปุ่นยังคงเดินหน้าลงทุนในไทยแม้จะผ่านวิกฤตการเมืองมาก็ตามไว้ 7 ข้อ ดังนี้

1.ถึงแม้ไทยผ่านเหตุการณ์ความไม่สงบทางการเมือง แต่ระบบราชการยังคงทำงานได้อย่างดี นอกจากนี้ข้อบังคับและนโยบายของรัฐบาลยังเอื้อต่อการลงทุนของต่างชาติ และมีความเสถียร

2.สังคมไทยมีระดับความสงบเรียบร้อยสูงตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)เข้าควบคุมอำนาจรัฐบาลเมื่อวันที่ 22 พ.ค.ที่ผ่านมา ยากาเมะยังเสริมว่า การรักษาความสงบเรียบร้อยเป็นปัจจัยสำคัญต่อการตัดสินใจของนักลงทุนต่างชาติ

3.ไทยมีโครงสร้างพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินการของโรงงานที่มีการพัฒนาและบำรุงรักษาเป็นประจำ ทั้งนิคมอุตสาหกรรม ถนน และไฟฟ้า

4.ไทยมีข้อบังคับและกฎเกณฑ์ในการลงทุนที่ชัดเจนและมีความโปร่งใส่สูงโดยเปรียบเทียบกับต่างประเทศ

5.ตลาดความต้องการสินค้าในไทยเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องและมั่นคงได้ด้วยตนเอง

6.ไทยมีธุรกิจในด้านการป้อนวัตถุดิบสู่โรงงานญี่ปุ่นจำนวนมาก โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์และอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้อง ซึ่งนับเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญสำหรับการเลือกที่ตั้งธุรกิจ

7.และท้ายที่สุด ประเทศไทยนับเป็นจุดยุทธศาสตร์ที่สำคัญทั้งในแง่ของเศรษฐกิจและภูมิศาสตร์ โดยตั้งอยู่ใจกลางของอนุภูมิภาคแม่น้ำโขง

ยากาเมะยังเปิดเผยอีกว่า ก่อนหน้าการเข้าควบคุมอำนาจของ คสช. ผู้ประกอบการญี่ปุ่นส่วนใหญ่กังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองในไทยเป็นอย่างยิ่ง โดยจากการสำรวจของหอการค้าญี่ปุ่นมีธุรกิจญี่ปุ่นถึง 40% ที่แสดงความกังวลต่อสถานการณ์การประท้วงบนท้องถนนอันยืดเยื้อ

ทั้งนี้ โดยปกติผลสำรวจระบุว่า ธุรกิจญี่ปุ่นมักกังวลสถานการณ์การเมืองในประเทศเพื่อนบ้านมากกว่า จนกระทั่งเมื่อช่วงต้นปีนี้ที่ความกังวลต่อการเมืองไทยทะยานแซงหน้าเพื่อนบ้าน

ถึงกระนั้น จากการสำรวจครั้งล่าสุดเมื่อ พ.ค.ที่ผ่านมา ปรากฏว่า ความกังวลต่อสถานการณ์ทางการเมืองในไทยมีสัดส่วนลดลง

“เป็นผลสืบเนื่องจากความพยายามของ คสช. ที่ต้องการสร้างความมั่นใจให้นักลงทุนและฟื้นฟูการท่องเที่ยว” บทความระบุ

ยากาเมะทิ้งท้ายไว้ว่า ญี่ปุ่นยังคงเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจของไทยในระยะยาวไม่ใช่เพราะญี่ปุ่นเชื่อในประเทศไทยเท่านั้นแต่ยังรวมถึงความเชื่อต่อความมุ่งมั่นของคนไทยอีกด้วย

ข่าวล่าสุด

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์

ทรัมป์ปลดโฆษกทำเนียบขาว หลังรับตำแหน่งไม่ถึงสัปดาห์