posttoday
ลดหนี้ครัวเรือนต้องจัดระเบียบหนี้นอกระบบ

ลดหนี้ครัวเรือนต้องจัดระเบียบหนี้นอกระบบ

07 สิงหาคม 2557

นโยบายคืนความสุขให้คนไทยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

นโยบายคืนความสุขให้คนไทยของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่พยายามดำเนินการทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม กำลังดำเนินต่อไปอย่างเข้มข้น ไม่ว่า จะแก้ไขปัญหาสลากกินแบ่งรัฐบาลแพง การ ยกปัญหาของธุรกิจเอสเอ็มอีขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ การขอความร่วมมือให้เอกชนตรึงราคาสินค้า ฯลฯ

ล่าสุด หัวหน้า คสช.ขอให้กระทรวงการคลัง และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ไปรวบรวมข้อมูลภาพรวมของหนี้ครัวเรือนของไทย และหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยเร่งด่วน หลังจากเป็นห่วงว่าหนี้ ครัวเรือนของไทยได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาก อาจมีผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตของ คนไทย

มูลค่าหนี้สินของครัวเรือนไทยได้ปรับเพิ่ม สูงขึ้นมากอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2554 ซึ่งเกิดเหตุการณ์มหาอุทกภัย ทำให้ประชาชนต้องกู้เงินมาซ่อมแซมที่อยู่อาศัยและที่ทำกิน แต่หลังจากนั้นรัฐบาลยิ่งลักษณ์กระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการออกโครงการคืนภาษีสรรพสามิตให้กับ ผู้ซื้อรถคันแรกสูงสุด 1 แสนบาท ทำให้หนี้ ครัวเรือนสูงขึ้นในปลายปี 2556 แตะ 80.2% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี)

หนี้ครัวเรือนนี่เองที่เป็นตัวถ่วงทำให้เศรษฐกิจไทยไม่ขยับไปไหนเลย เห็นได้จากการจ่ายเงินค่าข้าวที่ คสช.ให้ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) รีบคืน 9.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นหนี้ที่ค้างชำระให้ชาวนาร่วม 8 แสนครัวเรือน แต่เงินดังกล่าว ก็ไม่ได้ออกมาหมุนเวียนให้เศรษฐกิจคึกคัก ซึ่งเป็นผลมาจากระหว่างรอเงินค่าข้าวชาวนาก็ไปยืมเงินมาใช้จ่ายในครัวเรือนไปก่อน เมื่อได้เงินมาเจ้าหนี้ก็เรียกเงินคืน

นอกจากนี้ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และอีกหลายๆ หน่วยงานทางเศรษฐกิจระบุตรงกันว่า หนี้ครัวเรือนที่สูงมากเป็นต้นเหตุทำให้เศรษฐกิจหดตัว เพราะประชาชนไม่มีเงินเพียงพอที่จะใช้จ่าย ทำให้การบริโภคภายในประเทศที่หวังจะให้ขยายตัวแทนการส่งออก ไม่เป็นไปตามความคาดหวัง

จากการวิจัยของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ระบุว่า รัฐบาล ยิ่งลักษณ์ขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาท ทำให้รายได้ของแรงงานเพิ่มขึ้น 13% แต่รัฐบาลไม่สามารถควบคุมการขึ้นราคาสินค้าและบริการได้ ทำให้ค่าครองชีพพุ่งขึ้นไปถึง 16% นั่นเท่ากับว่ารายได้ยังต่ำกว่ารายจ่าย ครัวเรือนกลุ่มนี้จึงเดือดร้อนชักหน้าไม่ถึงหลัง

ความหวังดีของ คสช.ที่ให้หน่วยงานที่ เกี่ยวข้องไปหาทางลดหนี้ครัวเรือนให้ประชาชน ได้สร้างคำถามให้เกิดขึ้นมากมายว่า นิยามหนี้ครัวเรือนที่ คสช.ต้องการให้แก้ไขนั้น มีนิยามอย่างไรแน่ และหนี้มูลค่าสูงขึ้นเหล่านี้เป็นหนี้ ที่น่ากลัวหรือไม่

สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) จำแนกหนี้ครัวเรือนออกมาดังนี้ เป็นเงินกู้ซื้อบ้าน เงินกู้ซื้อรถ สินเชื่อกู้ยืมทำธุรกิจ สินเชื่อบัตรเครดิต และสินเชื่อส่วนบุคคล หนี้ดังกล่าวเป็นหนี้จากสถาบันการเงินของรัฐและธนาคารพาณิชย์ รวมถึงสถาบันการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร (นันแบงก์)

หากเป็นหนี้ที่เกิดจากการซื้อบ้าน ซื้อรถยนต์ หรือกู้ยืมไปทำธุรกิจนั้น เป็นหนี้เพื่อสร้างทรัพย์สิน ซึ่งสร้างมูลค่าเพิ่มและมีหลักประกันให้เห็น ถือเป็นหนี้ที่ไม่น่าเป็นห่วง แต่หนี้บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล ก็ต้องไปแยกออกมาว่าเป็นการกู้เพื่อซื้อสินค้าอุปโภคและบริโภคอย่างไร หรือมีการกดเงินสดออกมาเพื่อเสริมสภาพคล่องทางธุรกิจ โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าเอสเอ็มอีที่นิยมทำเช่นนั้น

ฉะนั้น ก่อนจะแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ ก็จะต้องจำแนกหนี้ให้ชัดเจนว่าจะจัดการกับหนี้ก้อนไหนแน่ เพื่อให้การแก้ไขปัญหามีประสิทธิภาพและตรงจุดที่สุด

สำนักงานสถิติแห่งชาติได้สำรวจหนี้ครัวเรือนปี 2556 โดยการสำรวจล่าสุดเมื่อ 6 เดือนแรกของปีนี้ พบว่าครัวเรือนมีหนี้สิน 54.4% มีจำนวนหนี้สินเฉลี่ย 159,492 บาท/ ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นการก่อหนี้เพื่อใช้ใน ครัวเรือนถึง 78% คือ ซื้อบ้านและที่ดิน 39.4% ใช้ในการอุปโภคและบริโภค 37.1% เป็นหนี้เพื่อใช้ในการศึกษา 1.5% เท่านั้น หนี้เพื่อการลงทุนและอื่นๆ เป็นหนี้เพื่อทำการเกษตร 13% และใช้ทำธุรกิจ 8.1%

นอกจากนี้ ในครึ่งปีแรกของปี 2556 ครัวเรือนเป็นหนี้ในระบบถึง 91.3% มีหนี้ ในระบบและนอกระบบ 3.8% และมีหนี้นอกระบบอย่างเดียว 4.6%

สำหรับรายได้ของครัวเรือนทั้งหมดมีสัดส่วนการใช้จ่ายต่อรายได้วิ่งขึ้นลงอยู่ที่ 75-79% ทำให้ครัวเรือนมีเงินออมน้อยมาก

สมพล เกียรติไพบูลย์ สมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) กล่าวว่า แนวทางช่วยเหลือประชาชนให้ลดหนี้สินครัวเรือนทำได้หลายทาง อย่างไรก็ดี อยากให้ คสช.เน้นไปที่หนี้ นอกระบบก่อนจะดีกว่า เพราะไม่มีใครรู้จำนวนหนี้ทั้งหมด มีเจ้าหนี้กี่ราย กลุ่มที่เป็นหนี้นอกระบบส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อย แต่กลับต้องเสียดอกเบี้ย 20% ต่อเดือน ตกปีละ 240% ซึ่งเป็นอัตราที่ไม่สามารถทำให้ลูกหนี้ลืมตาอ้าปากได้เลย

สมพล กล่าวว่า คสช.ควรเน้นไปช่วยเหลือกลุ่มรากหญ้าก่อน เป็นไปตามนโยบายแก้ไขปัญหาความยากจน ซึ่งอาจจะต้องลงทะเบียนลูกหนี้และขึ้นทะเบียนเจ้าหนี้นอกระบบ ซึ่ง ธปท.ก็ได้เปิดให้นิติบุคคลสามารถทำธุรกิจให้สินเชื่อส่วนบุคคลได้ เจ้าหนี้เหล่านี้ควรจะไปขึ้นทะเบียนให้ถูกต้อง ไม่ควรจะมาอยู่นอกระบบและขูดรีดดอกเบี้ย และข่มขู่ทำร้ายร่างกาย ลูกหนี้

“เมื่อลงทะเบียนแล้วก็จะต้องกลับมาพิจารณาช่วยเหลือค่าครองชีพที่สูงมาก คือ การเข้าถึงระบบคมนาคม ที่ต้นทุนการเดินทางของคนรากหญ้าสูงมาก หลังจากนั้นก็มาแก้ไขกระบวนการยุติธรรมของประเทศ นี่จะเป็นการแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืน” สมาชิก สนช. กล่าว

ทางด้าน ธปท.นั้น ก็ยืนยันตลอดมาว่าหนี้ครัวเรือนของไทยมีอัตราการขยายตัวสูง แต่ไม่น่าเป็นห่วงแต่อย่างใด โดย ไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. ระบุว่า หนี้ครัวเรือนมีอัตราเพิ่มสูงขึ้นจาก 82.3% เมื่อปลายปี 2556 เป็น 82.7% ของจีดีพีในไตรมาสแรกปี 2557 เนื่องมาจากการขยายตัวของจีดีพีน้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของสินเชื่อ

ขณะที่ผู้บริโภคมีความระมัดระวังในการ ก่อหนี้เพิ่มขึ้น เห็นได้จากสินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง ซึ่งปัญหาหนี้ครัวเรือนไม่ได้เลวร้าย

นอกจากนี้ ไส้ในของหนี้ครัวเรือนนั้น ถ้าเป็นหนี้ในระบบเป็นการกู้ซื้อที่อยู่อาศัยมากกว่าการกู้ไปบริโภคส่วนบุคคล จึงเป็นสิ่งที่ ธปท. ไม่เป็นห่วง เพราะคือการเป็นหนี้แต่มีทรัพย์สินเพิ่ม

ดังนั้น ธปท.จึงเห็นว่าไม่ต้องดำเนินมาตรการใดเป็นพิเศษ เพราะการที่ธนาคารพาณิชย์เพิ่มความระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อก็ถือเป็นเรื่องที่น่าพอใจ แต่ ธปท.ก็ไม่ประมาท ยังคงจับตาอย่างใกล้ชิดต่อไป เพราะในต่างประเทศปัญหาหนี้ครัวเรือนที่ระดับ 85-100% ต่อจีดีพี ทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจได้ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเกิดขึ้นกับประเทศไทย

หากฟังความรอบด้านแล้ว คสช.อาจจะ ต้องลงไปจัดการกับหนี้นอกระบบเสียก่อน เพราะเจ้าหนี้นอกระบบส่วนใหญ่จะเป็นมาเฟียในท้องถิ่น และไม่มีรัฐบาลใดสามารถจัดการกับเจ้าหนี้นอกระบบได้

แต่รัฐบาลที่มีอำนาจเบ็ดเสร็จในมือ ควรฉวยโอกาสนี้แก้ไขรากเหง้าของหนี้นอกระบบ ซึ่งเป็นภาระหนักของคนจนที่ไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินกู้ได้ และขั้นต่อไปก็ต้องจัดหาแหล่งเงินทุนที่เป็นไมโครไฟแนนซ์ให้กับคนกลุ่มนี้ เพื่อแก้ไขความยากจนอย่างยั่งยืน

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน