posttoday
ปฏิรูปประเทศไทย (7)

ปฏิรูปประเทศไทย (7)

05 สิงหาคม 2557

สตีฟว์ ยัง ได้อธิบายแนวคิดประชาธิปไตยแบบล็อคว่า หัวใจสำคัญคือ “ตำแหน่งทางราชการต้องได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน” หนังสือเล่มสำคัญของล็อค มุ่งสนับสนุนการประนีประนอมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ ที่ตกลงใจให้วิลเลียมแห่งออเรนจ์ (William of Orange) ขึ้นเป็นกษัตริย์ภายใต้ขอบเขตอำนาจของสภาผู้แทน และกฎหมายสิทธิพลเมือง (Bill of Rights) เมื่อ พ.ศ. 2232 หนังสือของล็อคออกมาในปี 2232 ล็อคไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องความยุติธรรมที่เป็นนามธรรม แต่มุ่งเน้นการสร้างการถ่วงดุลอำนาจระหว่างกษัตริย์กับสภาผู้แทนราษฎร เพื่อความสงบสุขและความมั่งคั่งของชาติเป็นหลัก

สตีฟว์ ยัง ได้อธิบายแนวคิดประชาธิปไตยแบบล็อคว่า หัวใจสำคัญคือ “ตำแหน่งทางราชการต้องได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากประชาชน” หนังสือเล่มสำคัญของล็อค มุ่งสนับสนุนการประนีประนอมระหว่างสภาผู้แทนราษฎรอังกฤษ ที่ตกลงใจให้วิลเลียมแห่งออเรนจ์ (William of Orange) ขึ้นเป็นกษัตริย์ภายใต้ขอบเขตอำนาจของสภาผู้แทน และกฎหมายสิทธิพลเมือง (Bill of Rights) เมื่อ พ.ศ. 2232 หนังสือของล็อคออกมาในปี 2232 ล็อคไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องความยุติธรรมที่เป็นนามธรรม แต่มุ่งเน้นการสร้างการถ่วงดุลอำนาจระหว่างกษัตริย์กับสภาผู้แทนราษฎร เพื่อความสงบสุขและความมั่งคั่งของชาติเป็นหลัก

ล็อคเห็นว่า “อำนาจทางการเมืองคือสิทธิในการตรากฎหมาย เพื่อจัดระเบียบและรักษาทรัพย์สินและให้อำนาจชุมชนเพื่อบริหารกฎหมายและเพื่อป้องกันการรุกรานจากภายนอก และทั้งหลายทั้งปวงนี้ก็เพื่อประโยชน์สาธารณะ” สิ่งที่ล็อคต้องการคือ การจำกัดอำนาจฝ่ายต่ำของมนุษย์ ซึ่งแนวคิดนี้ต่อมา ลอร์ด แอ็คตัน ได้นำไปเขียนเป็น “อมตพจน์” ที่ว่า “อำนาจมักนำไปสู่การฉ้อฉล อำนาจเบ็ดเสร็จทำให้เกิดการฉ้อฉลอย่างเบ็ดเสร็จ” (Power tends to corrupt, absolute power corrupts absolutely)

ล็อค ระบุว่า อำนาจสาธารณะต้องใช้เพื่อประโยชน์ของประชาชน มิใช่อำนาจที่จะใช้ฉ้อฉลเพื่อประโยชน์ตนเอง ผู้มีตำแหน่งหน้าที่จึงต้องเป็น “ผู้พิทักษ์และได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ” (Steward and Fiduciary) ล็อคเขียนไว้ว่า “เป้าหมายของรัฐบาลก็คือประโยชน์ของมนุษยชาติ” ผู้มีอำนาจรัฐต้องมุ่งทำเพื่อส่วนรวมมิใช่ส่วนตัว หน้าที่คือรับใช้ชุมชน

ล็อคให้ความสำคัญอย่างสูงต่อ “เสรีภาพตามธรรมชาติ” (natural liberty) ของมนุษย์ว่าจะต้อง “เป็นอิสระจากอำนาจใดๆ ในโลก และต้องไม่อยู่ภายใต้เจตจำนงหรืออำนาจทางกฎหมายของบุคคลใดๆ เว้นแต่กฎหมายที่ออกมาโดยความยินยอม และโดยได้รับความเชื่อถือไว้วางใจ ไม่มีบุคคลใดต้องปฏิบัติตามเจตจำนงตามอำเภอใจของบุคคลอื่นที่ไม่สอดคล้อง ไม่แน่นอน และไม่เป็นที่รับรู้”

ผู้ปกครองที่ใช้อำนาจฉ้อฉล จะต้องออกจากอำนาจ หรือโดยการถอดถอน หรือแม้แต่โดยการปฏิวัติ (Revolt) เพราะรัฐบาลหรือผู้ปกครองที่ไม่ทำหน้าที่ผู้พิทักษ์ที่ดี เพื่อประโยชน์ส่วนรวม ย่อมสูญเสียความชอบธรรมและประชาชนย่อมได้อิสระที่จะไม่เชื่อฟัง ประชาชนอาจมอบอำนาจการบริหารให้แก่บุคคลอื่น หลักการของล็อคข้อนี้เองที่เป็นเหตุผลสำคัญทำให้อาณานิคมในอเมริกาเหนือก่อกบฏ ต่อพระเจ้ายอร์จที่ 3 เมื่อ พ.ศ. 2319 นำไปสู่การทำสงครามและประกาศอิสรภาพก่อตั้งประเทศสหรัฐอเมริกาในเวลาต่อมา

ล็อคชี้ว่า “ฝ่ายนิติบัญญัติมีอำนาจบนพื้นฐานของความเชื่อถือไว้วางใจเพื่อทำหน้าที่ตามวัตถุประสงค์ที่กำหนด อำนาจสูงสุดยังเป็นของประชาชนที่จะปลดหรือเปลี่ยนถ่ายอำนาจหากพบว่าการใช้อำนาจไม่เป็นที่เชื่อถือของประชาชนอีกต่อไป เพราะอำนาจที่ได้รับพร้อมกับความไว้วางใจนั้นต้องทำเพื่อวัตถุประสงค์ที่ชอบธรรม และจำกัดเฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์นั้นเท่านั้น เมื่อใดก็ตามที่พบว่ามีการละเว้นหรือกระทำตรงข้ามวัตถุประสงค์นั้น ความเชื่อถือจะต้องถูกยกเลิก และอำนาจก็จะกลับคืนไปสู่ประชาชน เพื่อมอบให้แก่ผู้ที่ประชาชนเชื่อว่าจะสร้างความปลอดภัยและความมั่นคงให้แก่ตนได้ดีที่สุด”

ล็อคกล่าวชัดเจนว่า ผู้ปกครองจะต้องไม่มองประชาชน “เป็นฝูงสัตว์ที่ด้อยกว่า ที่จะต้องอยู่ภายใต้นายที่เลี้ยงดูมันเพื่อประโยชน์สุขของตน” ตามหลักประชาธิปไตยของล็อค ผู้ปกครองจะรักษาอำนาจไว้ได้ก็ด้วยการสร้าง “บารมี” โดยวิธีการสำคัญหนึ่งในขนบของประเพณีการปกครองของไทยก็คือ การบำเพ็ญตนตามหลัก “ทศพิธราชธรรม”

ด้วยหลักการดังกล่าว สตีฟว์ ยัง จึงเห็นว่า การที่ “ทักษิณ ชินวัตร รวบอำนาจไว้ในมือ โดยบงการให้ สส.ทำตามที่ตนบงการ เช่นที่ล็อคอธิบายไว้เมื่อปี 2232 จึงทำให้รัฐบาลหมดความชอบธรรมตามหลักประชาธิปไตยของล็อค ภายใต้ระบบดังกล่าว การยึดอำนาจไว้ในมือมากเกินไปทำให้ทักษิณสูญเสียอำนาจอันชอบธรรมของตนและประชาชนไทยย่อมมีสิทธิที่จะถอนความจงรักภักดีจากทักษิณและบรรดารัฐมนตรีของทักษิณ และหาทางเปลี่ยนให้อำนาจไปอยู่ในมือรัฐบาลที่ซื่อสัตย์ต่อความเชื่อถือไว้วางใจของประชาชนมากกว่า”

นอกจากนี้ สตีฟว์ ยัง ยังเห็นว่า “การต่อต้านที่ระเบิดขึ้นช่วงปลายปี 2556 เมื่อรัฐบาลภายใต้การนำของน้องสาวทักษิณ ผลักดันร่างกฎหมายนิรโทษกรรมให้แก่ทักษิณในคดีทุจริตคอร์รัปชั่น จึงสอดคล้องกับหลักการของล็อคที่ประชาชนจะถอนคืนความไว้วางใจ ซึ่งแทนที่จะมุ่งทำเพื่อประโยชน์ของประชาชน แต่กลับไปทำเพื่อประโยชน์ของตนแทน”

สตีฟว์ ยัง ชี้ว่า ความแตกต่างระหว่างประชาธิปไตยแบบล็อค กับแบบรุสโซ ก็คือ ล็อคยึดหลักการแน่วแน่ว่าการเลือกตั้งไม่สามารถรับรองการใช้อำนาจฉ้อฉลที่จะตามมาภายหลังได้ ความชอบธรรมจากการเลือกตั้งย่อม “ระเหยหายไป” เมื่อใดก็ตามที่มีการใช้อำนาจฉ้อฉล ดังนั้นในความเห็นของ สตีฟว์ ยัง จึงเห็นว่า “รัฐประหารเมื่อ พ.ศ. 2549 ซึ่งโค่นทักษิณและคณะลงจากอำนาจ จึงสอดคล้องกับวิธีการของล็อคในการควบคุมการละเมิดความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชน” (การ “ควบคุมอำนาจ” ของ คสช. เมื่อ 22 พ.ค. 2557 จึงย่อมเป็นความชอบธรรมตามแนวคิดของล็อคด้วย)

ข้อจำกัดของระบบการถอดถอน ทำให้ล็อคเสนอวิธีการแบ่งแยกอำนาจเพื่อป้องกันผู้มีตำแหน่งหน้าที่ใช้อำนาจโดยมิชอบ เอกสารอธิบายรัฐธรรมนูญสหรัฐหมายเลข 51 ชี้ว่า“จะต้องใช้ความทะเยอทะยานต่อต้านความทะเยอทะยาน ผลประโยชน์ของบุคคลจะต้องเชื่อมโยงกับสิทธิตามรัฐธรรมนูญของตำแหน่งต่างๆ ขณะที่มีการพอกพูนอำนาจในส่วนหนึ่ง จะต้องให้ส่วนต่างๆ มีอำนาจที่จะต่อต้านการรุกล้ำด้วย”

หลักการแยกอำนาจข้อที่สองคือ ต้องใช้กับสังคมโดยรวม โดย “จะต้องมีการแยกส่วนในสังคมออกเป็นหลายๆ ส่วน หลายๆ กลุ่มผลประโยชน์ กลุ่มพลเมือง เพื่อมิให้สิทธิของปัจเจกบุคคลหรือคนกลุ่มน้อยถูกละเมิดโดยเสียงส่วนใหญ่ หลักการดังกล่าวนี้เขียนไว้ในคำอธิบายรัฐธรรมนูญของสหรัฐ ฉบับที่ 10 ด้วย”

สิ่งสำคัญยิ่งที่ล็อคเน้นคือ “หลักนิติธรรม” (Rule of Law) ที่กำหนดให้ผู้มีอำนาจต้องปฏิบัติตามปทัสถาน มิให้ผู้มีอำนาจกำหนดปทัสถานเพื่อประโยชน์ของตน หลักการดังกล่าวนี้มีรากฐานมาจากหลักการใน “มหากฎบัตร” (Magna Carta) ที่บัญญัติว่า “ต้องไม่อยู่ภายใต้บุคคล แต่ภายใต้พระเจ้าและกฎหมาย” (Not under man but under God and the law)

หลักประชาธิปไตยของล็อคจึงเป็นหลักประชาธิปไตยที่แท้จริง ที่เคารพความหลากหลาย ไม่รวมศูนย์อำนาจอยู่ภายใต้ “เจตจำนงร่วม” (General Will) ที่กำหนดโดย “องค์อธิปัตย์” (Sovereign authority) ที่ได้มาจากการลงคะแนนเลือกตั้งเท่านั้น หน้าที่ของรัฐบาลคือการบริหารภายใต้อำนาจที่จำกัด เพื่อประโยชน์สาธารณะที่ทุกภาคส่วนต่างได้รับความพึงพอใจและความสุขทั่วกัน

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI