posttoday
คสช.ตกเขียวข้าราชการ

คสช.ตกเขียวข้าราชการ

05 สิงหาคม 2557

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการอีก 8%

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

คำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการอีก 8% และเพิ่มค่าครองชีพข้าราชการและลูกจ้างชั้นผู้น้อยจาก 1,500 บาท เป็น 2,000 บาท โดยจะให้มีผลในปีงบประมาณ 2558 หรือตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค. 2557 นี้

ปัจจุบันข้าราชการจะได้ปรับเพิ่มเงินเดือนประจำปีทุกปี ปีละประมาณ 6% หากปรับเพิ่มเป็น 8% ข้าราชการก็จะมีรายได้เพิ่มอีก 2%

แต่หากเป็นการปรับเพิ่มฐานเงินเดือน 8% ก็ต้องดูว่าจะปรับเพิ่มฐานเงินเดือนก่อนปรับเพิ่มเงินเดือนประจำปีไม่เกิน 6% หรือไม่ หากมีการปรับฐานเงินเดือนใหม่ก่อน แล้วจึงปรับขึ้นเงินเดือนประจำปี ข้าราชการก็ส้มหล่น 2 เด้ง

จากข้อมูลของกรมบัญชีกลาง พบว่าปัจจุบันมีข้าราชการ 1.77 ล้านล้านคน ลูกจ้างประจำ 1.5 แสนคน ในปีงบประมาณ 2557 มีรายจ่ายเงินเดือนและค่าจ้างประมาณ 6 แสนล้านบาท หากมีการปรับฐานเงินเดือนเพิ่ม 8% เท่ากับมีภาระงบประมาณเพิ่ม 45 หมื่นล้านบาท เมื่อรวมกับการเพิ่มเงินเดือนประจำปีอีก 6% ทำให้ต้องใช้เงินงบประมาณอีก 3-4 หมื่นล้านบาท

นั่นหมายความหากใช้โมเดลของ คสช. จะทำให้ปีงบประมาณ 2558 รัฐจะมีรายจ่ายเงินเดือนข้าราชการเพิ่มขึ้น 79 หมื่นล้านบาท ซึ่งถือว่าจำนวนไม่น้อยเมื่อเทียบกับการเพิ่มเงินเดือนข้าราชการปริญญาตรีเป็น 1.5 หมื่นบาท ทำให้ภาระงบประมาณเพิ่มขึ้นปีละ 1.8 หมื่นล้านบาท รวมทั้งการปรับเพิ่มฐานเงินเดือนทำให้ต้องใช้เงินมากขึ้นจากฐานเงินเดือนที่สูงขึ้น

ทั้งนี้ คำสั่งวงในที่ให้มีการเพิ่มเงินเดือนข้าราชการครั้งนี้ ส่วนหนึ่งมาจากความต้องการของกองทัพเองที่ต้องการให้ข้าราชการระดับล่างของกองทัพได้เงินเดือนมากขึ้น เนื่องจากข้าราชการและลูกจ้างของกองทัพหลายแสนคนนั้น ส่วนใหญ่เป็นข้าราชการชั้นล่างที่ไม่จบปริญญาตรี และได้เงินเดือนไม่ถึง 1 หมื่นบาท

แต่การปรับเงินเดือนให้เฉพาะทหารและลูกจ้างเพียงหน่วยงานเดียว คสช.ต้องถูกวิจารณ์ในแง่ลบอย่างไม่ต้องสงสัย จึงปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการทั้งระบบแทน

นอกจากนี้ ในแง่การเมืองการขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการทำให้ คสช.มีแต่ได้กับได้ นอกจากได้ใจลูกน้องทหารและครอบครัวหลายแสนคนแล้ว ยังได้ใจข้าราชการพลเรือนและครอบครัวอีกหลายล้านคน เรียกว่าซื้อใจข้าราชการทั้งหมด ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนการทำงานและนโยบายต่างๆ ให้ คสช. เพื่อฟื้นฟูประเทศระยะที่ 2 ที่ คสช.จะแปลงสภาพส่วนหนึ่งมาเป็นรัฐบาลชั่วคราวที่มีอำนาจเต็มในการบริหารบ้านเมืองและยังมีภารกิจที่ต้องสะสางอีกมาก

ดังนั้น การขึ้นเงินเดือนของ คสช. นอกจากตีกรอบให้ขึ้น 8% จากฐานเงินเดิมแล้ว ยังต้องการให้ข้าราชการระดับล่างที่ได้เงินเดือนไม่ถึง 1 หมื่นบาท มีรายได้ไม่ต่ำกว่าเดือนละ 1.21.3 หมื่นบาท หลังจากปรับขึ้นเงินเดือนและค่าครองชีพแล้ว ซึ่งรายได้ระดับนี้ไม่ถือว่ามากเมื่อเทียบกับค่าครองชีพในปัจจุบันที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะข้าราชการเมืองใหญ่อย่าง กทม. ที่ใช้ชีวิตยากลำบากมากกับรายได้ที่ไม่ถึง 1 หมื่นบาท/เดือน

เมื่อ คสช.เข้ามาเติมเต็มในส่วนนี้ ย่อมได้คะแนนนิยมไปเต็มๆ ทำให้แนวร่วมการฟื้นฟูประเทศของ คสช.เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะการขึ้นเงินเดือนให้ข้าราชการที่เป็นกำลังสำคัญในการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชะลอตัวอย่างรุนแรง เพราะทำให้ข้าราชการมีกำลังซื้อเพิ่มขึ้น ช่วยให้เศรษฐกิจขยายตัวก้าวกระโดดในครึ่งหลังของปีนี้

ที่ผ่านมาหลังจาก คสช.เข้ามาบริหารประเทศเมื่อเดือน พ.ค.ที่ผ่านมา ได้จ่ายเงินชาวนา 9.2 หมื่นล้านบาท ทำให้กำลังซื้อฟื้นตัวระดับหนึ่ง แม้ว่าจะไม่มากอย่างที่คาดไว้ เพราะชาวนานำเงินส่วนใหญ่ไปใช้หนี้ไม่ได้นำไปบริโภคจับจ่าย แต่ก็ทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.2%

เช่นเดียวกับการขึ้นเงินเดือนข้าราชการที่ใช้เม็ดเงินเพิ่มขึ้น 79 หมื่นล้านบาท ใกล้เคียงกับเงินจำนำข้าวและเงินส่วนนี้น่าจะถูกนำไปใช้จ่ายทันที ย่อมทำให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้เพิ่มอีก 0.2% ทำให้ทั้งปี 2557 เศรษฐกิจขยายตัวได้ไม่ต่ำกว่า 2% ตามที่กระทรวงการคลังคาดไว้

นอกจากนี้ คสช.คงจะมองข้ามช็อตไปถึงเศรษฐกิจปี 2558 ที่คาดว่าจะขยายตัวได้สูง คือไม่น้อยกว่า 4% โดย คสช.วางโรดแมปการบริหารเศรษฐกิจไว้เต็มกำลัง ทั้งการเร่งการลงทุนของภาคเอกชน ผ่านการสร้างความเชื่อมั่นและการอนุมัติการลงทุนจำนวนมาก การเร่งลงทุนภาครัฐจากการอนุมัติโครงการโครงสร้างพื้นฐาน 2.4 ล้านล้านบาท การขยายตลาดส่งออกและการเร่งการบริโภคให้ฟื้นตัว ซึ่งการขึ้นเงินเดือนข้าราชการจะเป็นตัวช่วยที่สำคัญทางหนึ่ง

ดังนั้น การขยายตัวเศรษฐกิจปี 2558 จะเป็นผลงานของ คสช. อย่างเต็มตัว ยิ่งเศรษฐกิจโตมากเท่าไร คสช.ยิ่งได้ใจจากประชาชนและนักลงทุนมากขึ้น และลบคำสบประมาทของกลุ่มต่อต้าน คสช. ที่ว่าการรัฐประหารจะทำให้เศรษฐกิจลงเหวได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม การขึ้นเงินเดือนข้าราชการก็มีภาระงบประมาณที่ต้องพิจารณาให้รอบคอบ ที่ผ่านมาการขึ้นเงินเดือนข้าราชการจะดูจากความสามารถด้านการเงินของประเทศก่อนและปรับเพิ่มตามกำลังเงินที่มี เพื่อให้แน่ใจว่าไม่เป็นภาระงบประมาณจนมีปัญหาการคลัง

แต่ครั้งนี้ยังไม่ทันดูฐานะการคลัง แต่ตีกรอบมาก่อนเลยว่าจะขึ้นให้ 8% ทำให้ภาระงบพุ่งสูง 45 หมื่นล้านบาท/ปี และเป็นภาระผูกพันถาวร จึงต้องประเมินให้รอบคอบว่าการขึ้นเงินเดือนให้กับข้าราชการแบบรถไฟความเร็วสูงครั้งนี้ จะไม่กระทบวินัยการคลังของประเทศ

นอกจากนี้ คสช.ยังต้องระวังไม่ให้การขึ้นเงินเดือน ถูกตีความว่า เป็นประชานิยมซ่อนรูปเหมือนรัฐบาลในอดีต ที่ทำกันอย่างต่อเนื่องเพื่อซื้อใจข้าราชการ นโยบายการขึ้นเงินเดือนข้าราชการของ คสช. จึงต้องมาพร้อมกับการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานข้าราชการด้วย เพื่อไม่ให้เป็นโครงการประชาชนนิยมที่ใช้เงินอย่างไม่คุ้มค่า

ดังนั้น ต้องติดตามว่า คสช.จะทำอย่างไรให้การขึ้นเงินเดือนข้าราชการครั้งนี้ เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของประเทศ ไม่ใช่ขึ้นเงินเดือนเพียงเพื่อซื้อใจข้าราชการอย่างเดียวเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI