
เอกชนวอนขึ้นเงินเดือนตามรัฐสินค้ามีแค่ซีอิ้วขึ้นขวดละ 2 บาท
ชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เปิดเผยว่า เห็นด้วยในหลักการที่จะมีการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ขณะเดียวกันควรมีการปรับขึ้นเงินเดือนในภาคเอกชนตามไปด้วย เนื่องจากปัจจุบันยังมีลูกจ้างเอกชนที่จบปริญญาตรีบางส่วน ยังมีรายได้เดือนละไม่ถึง 1.5 หมื่นบาทด้วยซ้ำ
ชาลี ลอยสูง ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เปิดเผยว่า เห็นด้วยในหลักการที่จะมีการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ ขณะเดียวกันควรมีการปรับขึ้นเงินเดือนในภาคเอกชนตามไปด้วย เนื่องจากปัจจุบันยังมีลูกจ้างเอกชนที่จบปริญญาตรีบางส่วน ยังมีรายได้เดือนละไม่ถึง 1.5 หมื่นบาทด้วยซ้ำ
นอกจากนี้ ในส่วนของค่าจ้างขั้นต่ำก็ควรขยับตามอย่างน้อยที่สุดคือ ปรับขึ้นเท่าอัตราเงินเฟ้อไม่เช่นนั้นเท่ากับว่ากำลังซื้อที่แท้จริงลดลง รายได้ที่แท้จริงไม่เท่ากับค่าจ้างขั้นต่ำที่รัฐบาลปรับขึ้นไปเป็นวันละ 300 บาท และจะไม่ขึ้นเงินเดือนไปอีก 3 ปี (เริ่มขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำต้นปี 2556 และให้คงอัตราค่าแรงขั้นต่ำไปถึงปี 2557-2558)
มนัส โกศล ประธานสภาองค์การลูกจ้างพัฒนาแรงงานแห่งประเทศไทย กล่าวว่า เมื่อมีการปรับขึ้นเงินเดือนข้าราชการ สิ่งที่ตามมาคือราคาสินค้าค่าครองชีพต่างๆ จะปรับตัวสูงขึ้นตามไปด้วย เพราะฉะนั้นอยากให้มีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำให้สอดคล้องกับอัตราเงินเฟ้อที่กำลังจะพุ่งสูงขึ้น ขณะเดียวกันยังควรต้องเป็นรายได้ที่ได้เต็มเดือน ตัวอย่างเช่น ค่าจ้าง 300 บาท/วัน คนอาจนึกว่าได้เดือนละ 9,000 บาท แต่ในความจริงยังต้องหักวันหยุดออกอีก ลูกจ้างได้จริงประมาณ 7,0007,200 บาท ดังนั้นการขึ้นค่าจ้างจึงควรเป็นค่าจ้างทั้งเดือนโดยไม่มีการหักวันหยุดออก
บุญทักษ์ หวังเจริญ ประธานสมาคมธนาคารไทย กล่าวภายหลังเป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ว่า กรณีที่จะมีการประชุมหารือของทางการเพื่อปรับเพิ่มเงินเดือนข้าราชการนั้น ปัจจุบันเงินเดือนข้าราชการก็ไม่ได้สูง เมื่อเทียบกับตลาดและความรู้ความสามารถ ซึ่งถ้าจะปรับให้สอดคล้องก็เป็นเรื่องที่ดี แต่ยอมรับว่าจะส่งผลให้เกิดการปรับขึ้นของราคาสินค้าและเงินเฟ้อตามมา แต่ขณะนี้ภาวะเศรษฐกิจไทยไม่โตร้อนแรง ดังนั้นเงินเฟ้อก็อาจจะไม่ได้เพิ่มมาก
สุพันธุ์ มงคลสุธี ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) กล่าวในประเด็นนี้ว่าควรปรับเงินเดือนให้แก่ข้าราชการชั้นผู้น้อยให้เพียงพอกับค่าใช้จ่าย ซึ่งจะช่วยลดปัญหาการคอร์รัปชั่นได้ แต่ในส่วนของเอกชนคงจะไม่ได้ปรับตามข้าราชการ แต่จะปรับไปตามภาวะตลาดมากกว่า เพราะได้มีการปรับขึ้นเงินเดือนไปในปีที่ผ่านมาแล้ว ส่วนเศรษฐกิจในครึ่งปีหลังนี้คาดจะขยายตัว 4% ทั้งปี 2% ด้านส่งออกคาดจะเพิ่มขึ้นแค่ 1.5% จากปีก่อน นอกจากนี้จะเสนอสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ ต่ออายุใช้แรงงานพื้นฐานที่เป็นต่างด้าวอีก 2 ปี เตรียมข้อเสนอปรับปรุงกฎหมายลดอุปสรรคธุรกิจ
ขณะที่พนักงานรัฐวิสาหกิจ กุลิศ สมบัติศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กล่าวว่า สคร.รอดูการปรับขึ้นเงินของข้าราชการ ก่อนที่จะมาพิจารณาปรับขึ้นเงินเดือนรัฐวิสาหกิจหรือไม่ ซึ่งขณะนี้รัฐวิสาหกิจมีเงินเดือนที่สูงกว่าข้าราชการ
ด้านผู้ประกอบการสินค้า สมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมค้าส่งปลีกไทย กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่มีผู้ผลิตสินค้าอุปโภคบริโภครายใดแจ้งปรับขึ้นราคา ผู้ผลิตส่วนใหญ่ไม่ได้ขึ้นราคา เพราะหลังจากปฏิวัติแม้ว่าจะมีเม็ดเงินจากโครงการรับจำนำข้าวเข้าสู่ระบบ ช่วยสร้างบรรยากาศจับจ่ายใช้สอยเพิ่มกำลังซื้อให้ผู้บริโภคคึกคักได้แค่ 3 สัปดาห์เท่านั้น หลังจากนั้นสภาพตลาดก็ซบเซาดังเดิม สะท้อนว่ากำลังการซื้อผู้บริโภคยังไม่ฟื้นจริง
ทั้งนี้ สินค้าส่วนใหญ่ยังโหมทำโปรโมชั่นลดราคา เพื่อกระตุ้นยอดขายมากกว่าจะเป็นนโยบายขึ้นราคาสินค้าด้วยซ้ำ ขณะที่นมผงเด็กก่อนหน้านี้ทุกรายประกาศจะขึ้นราคา 5% เพราะต้นทุนผลิตสูงขึ้น แต่ปัจจุบันผู้ประกอบหลายรายยังตรึงราคาไว้ เพราะเกิดการเปลี่ยนแปลงการเมือง อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีเพียงซีอิ๊วขาวตราเด็กสมบูรณ์เท่านั้นที่แจ้งปรับราคาขึ้นขวดละ 2 บาท







