posttoday
เงินสกุลหยวน...เงินตราในโลกแห่งอนาคต

เงินสกุลหยวน...เงินตราในโลกแห่งอนาคต

01 สิงหาคม 2557

ในปัจจุบันพวกเราคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าประเทศจีนมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมาก โดยที่ประเทศจีนมีความสำคัญและมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เศรษฐกิจจีนขยายตัวในระดับสูง โดยคาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 7.5% ต่อปี ในปี 2557

ในปัจจุบันพวกเราคงจะทราบดีอยู่แล้วว่าประเทศจีนมีความสำคัญต่อเศรษฐกิจโลกมาก โดยที่ประเทศจีนมีความสำคัญและมีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เศรษฐกิจจีนขยายตัวในระดับสูง โดยคาดว่าจะขยายตัวสูงถึง 7.5% ต่อปี ในปี 2557

ประกอบกับทางการจีนมีแนวการดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจต่างๆ เพื่อให้จีนกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจในอนาคต โดยเร่งเพิ่มบทบาทและสนับสนุนความสัมพันธ์ทางการค้ากับนานาประเทศ โดยเฉพาะกับกลุ่มประเทศที่เป็นเครือข่ายทางการผลิตที่สำคัญอย่างกลุ่มประเทศอาเซียน รวมถึงประเทศไทย

จีนเร่งรัดการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานภายในประเทศต่างๆ มากมาย ซึ่งจากความสำคัญของประเทศจีนในสายตาประชาคมโลกข้างต้น ประกอบกับจีนเป็นคู่ค้าที่มีความสำคัญเป็นลำดับที่ 1 ของประเทศไทย (สัดส่วนกว่า 12% ของมูลค่าการส่งออกรวม) และภาคเอกชนของทั้งสองประเทศมีการลงทุนข้ามประเทศระหว่างกันในแต่ละปีเป็นมูลค่ามหาศาล

คำถามคือไทยมีความพร้อมรับมือกับวิวัฒนาการสำคัญนี้มากน้อยเพียงใด เมื่อเทียบกับเพื่อนบ้านของเราหลายๆ ประเทศ จึงต้องย้อนกลับมาถามว่าไทยจะได้ประโยชน์อะไรบ้าง แล้วต้องทำอะไรบ้าง

คำถามแรกว่า ไทยจะได้ประโยชน์อะไรกับการหันมาใช้เงินสกุลหยวนแลกโดยตรงกับเงินบาท โดยไม่ผ่านเงินสกุลเหรียญสหรัฐ

ประการแรก ที่เห็นได้ชัด คือ ผู้ประกอบการไทยมีทางเลือกในการลดความเสี่ยงทางด้านอัตราแลกเปลี่ยน การที่ต้องไปอิงโดยตรงกับเงินสกุลเหรียญสหรัฐ สกุลยูโร สกุลเยน เป็นต้น

เป็นที่ทราบดีอยู่แล้วว่าค่าเงินสกุลหลักๆ ดังกล่าวผันผวนมากจากผลของวิกฤต Subprime ของสหรัฐ มาจนถึงวิกฤตหนี้ของยุโรป ขณะที่เงินหยวนมีความผันผวนต่ำมากโดยเปรียบเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ

ประการที่สอง ผมคิดว่าหากธุรกิจไทยเลือกใช้เงินหยวนชำระค่าสินค้ากับคนจีน น่าจะช่วยลดต้นทุนได้ระดับหนึ่งในแง่ผู้ประกอบการจีนไม่ต้องเสีย Spread ในการทำธุรกรรมผ่านสกุลเงินที่สาม และยังเป็นจังหวะดีที่ทางการจีนให้การสนับสนุนการใช้เงินหยวนในภูมิภาคอย่างจริงจังหลังจากปี 2008 ที่รัฐบาลจีนมีนโยบาย Yuan Internationalization โดยได้ดำเนินการด้านต่างๆ อย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้น เช่น...

ทยอยผ่อนคลายกฎ ระเบียบ ทำให้เงินหยวนสามารถเปลี่ยนมือได้เสรีมากขึ้น ทั้งด้านเงินทุนไหลเข้าและเงินทุนไหลออกจากจีน และการสนับสนุนให้เกิดศูนย์กลางแลกเปลี่ยนเงินหยวนภายนอกประเทศ ซึ่งเริ่มจากศูนย์กลางในฮ่องกง มาเลเซีย สิงคโปร์และปัจจุบันกำลังจะขยายไปยังยุโรป ผ่านศูนย์กลางการเงินของโลกที่มหานครลอนดอน

อย่างไรก็ตาม หนทางจะให้เงินหยวนเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายย่อมต้องมีอุปสรรคอยู่พอสมควร เป็นต้นว่า ข้อจำกัดทางด้านความเข้าใจในกฎระเบียบของทางการจีนที่ซับซ้อน เข้าใจยาก โดยเฉพาะเมื่อต้องแปลจากภาษาจีนที่อาจได้ความหมายไม่ครบถ้วน

นอกจากนี้ ยังมีปัญหาว่าจะมีเงินหยวนหมุนเวียนในระบบเพียงพอและมีประสิทธิภาพเพียงใด ทำให้ต้นทุนในการทำธุรกรรมยังแพงเกินไป ไม่คุ้มกับการเปลี่ยนแปลงจากที่เคยใช้เงินเหรียญสหรัฐอย่างในปัจจุบัน ซึ่งส่วนนี้สะท้อนจากตัวเลขที่ผู้ประกอบการยังใช้เงินหยวนในการชำระด้านการค้าในระดับต่ำเพียงประมาณ 0.2% ของมูลค่าการค้าระหว่างไทยจีนเท่านั้น

ทั้งนี้ ปัญหาเหล่านี้ทางการของไทยและจีนทราบเป็นอย่างดี จึงเกิดความร่วมมือกันในหลายระดับ โดยในแง่ผู้รับผิดชอบด้านนโยบายการชำระเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทยได้มีการร่วมมือกับธนาคารกลางของจีนลงนามในสัญญากู้ยืมระดับทวิภาคี Currency Swap Arrangement เมื่อปี พ.ศ. 2554 เพื่อให้มั่นใจว่าธนาคารกลางของไทยสามารถสนับสนุนให้ธนาคารพาณิชย์ไทยมีเงินหยวนอย่างเพียงพอรองรับความต้องการชำระเงินหยวนของผู้ประกอบการไทย เป็นต้น

ผมคิดว่าในอนาคตนักธุรกิจไทยน่าจะต้องหันมามองค่าเงินหยวนเป็นอีกทางเลือกที่จะใช้ในการทำธุรกรรมระหว่างประเทศมากขึ้น รวมทั้งเตรียมพร้อมปรับตัวให้ทันกับทิศทางเศรษฐกิจโลก ที่มีแนวโน้มว่าประเทศจีนจะมีบทบาทเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจนอาจกลายเป็นศูนย์กลางของความมั่งคั่งและเป็นผู้นำเศรษฐกิจโลกแซงหน้ากลุ่มประเทศตะวันตกในอีกไม่นานครับ

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน