posttoday
เอกชนโดนรีดภาษีเพิ่ม20%

เอกชนโดนรีดภาษีเพิ่ม20%

01 สิงหาคม 2557

ภาคเอกชนมึนสรรพากรบีบเสียภาษีเพิ่ม โดนขอให้จ่ายสูงกว่าเดิม 20%

ภาคเอกชนมึนสรรพากรบีบเสียภาษีเพิ่ม โดนขอให้จ่ายสูงกว่าเดิม 20%

แหล่งข่าวจากสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า นโยบายไล่ล่าภาษีเงินได้นิติบุคคลของกรมสรรพากร ที่เรียกบริษัทตรวจสอบบัญชีมากำชับให้ทำบัญชีให้ถูกต้องและขู่จะขึ้นบัญชีดำหากไม่ปฏิบัติตาม และจะให้สรรพากรภาคเข้าไปสอบการทำงานของสรรพากรจังหวัด เป็นนโยบายที่มีผลทางด้านจิตวิทยา

แหล่งข่าวเปิดเผยอีกว่า บริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 500 ราย มีมาตรฐานบัญชีที่ถูกต้องและเป็นบริษัทใหญ่ที่ต้องรักษาชื่อเสียง แต่นิติบุคคลที่อยู่นอกตลาดหลักทรัพย์ฯ ทั่วประเทศมีเป็นแสนราย บางรายโดยเฉพาะเอสเอ็มอีทำบัญชีไม่เป็น บริษัทบัญชีรับจ้างทำให้เสร็จ โดยมีเจ้าหน้าที่สรรพากรบางพื้นที่เป็นที่ปรึกษาของบริษัทรับทำบัญชีเองด้วย

“วิธีการขอเพิ่มเงินภาษี ทางสรรพากรจังหวัดจะใช้วิธีไปคุยกับบริษัททำบัญชี ซึ่งขอให้จ่ายภาษีเพิ่มประมาณ 20% จากที่เคยเสียอยู่ในปัจจุบัน โดยอ้างคำกล่าวของอธิบดีกรมสรรพากรว่า ขณะนี้เก็บภาษีได้ต่ำกว่าเป้าถ้าบริษัทบัญชีใดทำให้ไม่ได้จะโดนข่มขู่” แหล่งข่าวระบุ

นายสันติ วิลาสศักดานนท์ ประธานคณะกรรมการวิชาชีพบัญชีด้านการทำบัญชี กล่าวว่า ทางสภาวิชาชีพบัญชีพยายามดูว่ามีผู้ทำผิดมาตรฐานหรือไม่ แต่ยอมรับว่าดูแลไม่ทั่วถึงเพราะผู้ตรวจสอบบัญชีมีจำนวนมาก แต่เจ้าหน้าที่มีน้อย เข้มงวดบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ฯเท่านั้น

“หากต้องการจะเก็บภาษีให้ยั่งยืน รัฐจะต้องหาวิธีการจูงใจให้บริษัทนอกตลาดหุ้นยินดีเสียภาษีให้ถูกต้อง” นายสันติ กล่าว

นายรังสรรค์ ศรีวรศาสตร์ ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ได้มอบหมายให้กรมสรรพสามิตไปศึกษาเก็บภาษีเครื่องดื่มชาเขียวที่ควรเสียภาษีแต่ยังไม่ได้เสีย ทั้งที่ไม่เป็นประโยชน์กับสุขภาพและไม่ได้ส่งเสริมการเกษตรอย่างแท้จริง ซึ่งได้ส่งเรื่องให้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) รับทราบแล้ว และจะต้องเสนอ สนช.พิจารณา คาดว่าจะบังคับใช้ได้ในปีงบประมาณ 2558

นอกจากนี้ ได้นำเอาการปฏิรูปภาษีที่ศึกษาไว้มาปัดฝุ่นเสนอ คสช. เช่น เก็บภาษีสรรพสามิตเครื่องดื่มชาเขียว 10% เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ขยายเวลาลดภาษีมูลค่าเพิ่มจาก 10% เป็น 7% ไปอีก 1 ปี

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การจัดเก็บภาษีอย่างเข้มงวดนั้นต้องดำเนินการอย่างยุติธรรม หากพบว่ามีผู้จ่ายภาษีไม่ถูกต้อง จำเป็นต้องลงโทษหรือเก็บภาษีย้อนหลัง ขอให้ทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะจะเป็นภาระต่อธุรกิจได้

นายตัน ภาสกรนที กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายชาเขียวพร้อมดื่มอิชิตัน กล่าวว่า จากการที่กระทรวงการคลังนำแนวทางจัดเก็บภาษี 10% ในกลุ่มเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของน้ำตาลที่ไม่มีประโยชน์ต่อร่างกายทุกประเภท ซึ่งครอบคลุมถึงเครื่องดื่มชาเขียวนั้น หากเกิดการจัดเก็บขึ้นจริงต้องเก็บทุกกลุ่มเครื่องดื่มและทุกเซ็กเมนต์ อาทิ น้ำผลไม้ กาแฟ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับผู้ประกอบการเครื่องดื่มทุกตลาด

ขณะที่การจะปรับขึ้นราคาหรือไม่นั้น ต้องพิจารณาและศึกษาว่าต้นทุนปรับเพิ่มขึ้นเท่าไร และจะส่งผลกระทบต่อยอดขายหรือไม่นั้น เพราะที่ผ่านมาตลาดชาเขียวพร้อมดื่มช่วง 5 เดือน ติดลบ 4% หรือมีมูลค่าจาก 8,646 ล้านบาท เหลือเป็น 8,260 ล้านบาท เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจและสภาพอากาศ ขณะที่ตลาดเริ่มกลับฟื้นเติบโตดีขึ้นเดือนมิ.ย. และทั้งปีคาดว่าจะโต 1020% หรือมีมูลค่าตลาด 1.98 หมื่นล้านบาท

นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ในหลักการการจัดเก็บภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างเข้มงวดนั้นเห็นด้วย แต่ต้องดำเนินการอย่างยุติธรรม มีการปฏิบัติที่เท่าเทียมกัน ซึ่งหากพบว่ามีผู้จ่ายภาษีไม่ถูกต้องตามกฎหมาย และจำเป็นต้องมีการลงโทษหรือเก็บภาษีย้อนหลัง ก็ขอให้ดำเนินการอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะจะเป็นภาระต่อภาคธุรกิจได้

นายพรศิลป์ พัชรินทร์ตนะกุล รองประธานกรรมการหอการค้าไทย กล่าวว่า การที่กรมสรรพากรจะตรวจสอบการเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลที่ที่อนุมัติไปแล้วทั่วประเทศนั้น ตามกฎหมายสามารถดำเนินการได้ที่จะมาตรวจสอบย้อนหลัง ซึ่งในส่วนของภาคเอกชนไม่น่ามีปัญหา แต่ภาครัฐต้องอย่าทำให้เป็นช่องทางการทุจริต คอร์รัปชั่นได้ หากพบว่าบริษัทห้างร้านเสียภาษีไม่ถูกต้อง ก็ให้ดำเนินการจ่ายภาษีให้ถูกต้องตามกฎหมายอย่างโปร่งใส เพราะบางครั้งอาจเกิดความผิดพลาดได้ แต่อย่าให้มีการจ่ายค่าปรับ เพราะจะเป็นช่องทางให้เกิดการเจรจา และทุจริต

สำหรับสำนักงานบัญชี และผู้ตรวจบัญชีส่วนใหญ่ได้รับการรองรับ และมีใบอนุญาตจากภาครัฐอยู่แล้ว จึงไม่น่าเป็นห่วง ซึ่งแต่ละบริษัทก็เลือกใช้บริการสำนักงานบัญชีที่มีมาตรฐานอยู่แล้ว

“การตรวจสอบเป็นอำนาจหน้าที่ของกรมสรรพากรอยู่แล้ว หากตรวจพบว่ามีการเสียภาษีไม่ถูกต้อง แล้วมีการประเมินย้อนหลัง จะเกิดการเจรจากัน เป็นช่องทางให้เกิดการทุจริตได้ จึงต้องดำเนินการอย่างโปร่งใส” นายพรศิลป์ กล่าว

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การตรวจสอบย้อนหลังดำเนินการได้อยู่แล้วเป็นปกติ เช่น การตรวจสอบว่าการเสียภาษีของบริษัทสอดคล้องกับยอดขาย ยอดการผลิตหรือไม่ ซึ่งไม่ใช่เรื่องน่าเป็นห่วง แต่ครั้งนี้ทางกรมสรรพากรอาจจะออกมาย้ำว่าจะดำเนินการ

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ตรวจสอบบัญชี โดยปกติบริษัทต่างๆ จะมีการจ้างสำนักงานบัญชีอยู่แล้ว ซึ่งผู้ประกอบการ หรือเจ้าของกิจการก็ควรคุยกับสำนักงานบัญชีที่ใช้บริการอยู่ให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย รวมทั้งตรวจสอบการดำเนินงานของสำนักงานบัญชีด้วยว่าดำเนินการได้ถูกต้องหรือเปล่า เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหากับบริษัทในภายหลัง

ขณะที่การปรับโครงสร้างภาษีใหม่ของภาครัฐ มองว่าเป็นการสร้างสมดุลทางด้านภาษี เนื่องจากที่ผ่านมารัฐกระตุ้นเศรษฐกิจโดยการใช้ภาษีเป็นเครื่องมือ ทำให้อาจจัดเก็บภาษีได้น้อยลง จึงต้องเพิ่มการจัดเก็บภาษีในส่วนอื่นๆ เข้ามาปรับสมดุล

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI