3ศพถูกวิสามัญที่รือเสาะเป็นผู้ก่อการร้าย
ปัตตานี-กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้าสรุป3ศพถูกวิสามัญที่รือเสาะเป็นผู้ก่อการร้ายระดับปฎิบัติการ แม่ทัพภาค4กำชับคุมเข้ม
ปัตตานี-กอ.รมน.ภาค4ส่วนหน้าสรุป3ศพถูกวิสามัญที่รือเสาะเป็นผู้ก่อการร้ายระดับปฎิบัติการ แม่ทัพภาค4กำชับคุมเข้ม
เมื่อวันที่ 29 กค 57 เวลา 10.00 น. ที่ศูนย์ประชาสัมพันธ์ กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ส่วนหน้า ค่ายสิรินธร ต.เขาตูม อ.ยะรัง จ.ปัตตานี พันเอกปราโมทย์ พรหมอินทร์ โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า จากกรณีเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายได้ซุ่มยิงเจ้าหน้าที่ตำรวจสถานีตำรวจภูธรโกตาบารู ได้รับบาดเจ็บ และปะทะกับเจ้าหน้าที่ทหารเป็นเหตุให้ทหารเสียชีวิต 1 นาย ตำรวจได้รับบาดเจ็บ 1 นาย และกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต จำนวน 3 คน พร้อมตรวจยึดอาวุธปืน 2 กระบอก เหตุเกิดเมื่อ 28 กรกฎาคม 2557 เวลา 1105 ในพื้นที่บ้านสะโลว์ หมู่ที่ 7 อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส เป็นเหตุให้จ่าสิบเอก ชัยณรงค์ วงศ์ษารัตน์ สังกัดหน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 103 หมู่ที่ 2 ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ เสียชีวิต สิบตำรวจตรี อาสมิง ยูโซ๊ะ สังกัดสถานีตำรวจภูธรโกตาบารู อำเภอรามัน จังหวัดยะลา อายุ 27 ปี บ้านเลขที่ 161/1 หมู่ที่ 7 อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส ได้รับบาดเจ็บ นำส่งโรงพยาบาลศูนย์ยะลา อาการพ้นขีดอันตรายแล้ว
“สำหรับรายชื่อผู้ก่อเหตุรุนแรงเสียชีวิต 3 คน พร้อมยึดอาวุธปืนได้ 2 กระบอก คือนายซัฟวาน สาและ อายุ 30 ปี บ้านเลขที่ 41/1 หมู่ที่ 4 อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส พฤติกรรม เป็นสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ เคยร่วมก่อเหตุปล้นปืน กองร้อยทหารราบที่ 15121 เมื่อ 19 มกราคม 2554 และเกี่ยวข้องกับคดีอื่นๆ อีกหลายคดี ปัจจุบันอยู่ระหว่างหลบหนีการประกันตัว นายอับดุลรอพา สาและรู อายุ 31 ปี บ้านเลขที่ 111 หมู่ที่ 4 ตำบลตะโล๊ะหะลอ อำเภอรามัน จังหวัดยะลา พฤติกรรม เป็นสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ เคยร่วมก่อเหตุลอบยิงตำรวจ สถานีตำรวจภูธรรือเสาะ เสียชีวิต 4 ศพ และเคยได้รับบาดเจ็บจากการปะทะกับเจ้าหน้าที่ (ผลการตรวจ DNA ) และคดีอื่นๆ อีกหลายคดี และนายมะยุดิง หะยีสะนิ อายุ 28 ปี บ้านเลขที่ 81/4 หมู่ที่ 4 ตำบลลาโล๊ะ อำเภอรือเสาะ จังหวัดนราธิวาส พฤติกรรม เป็นสมาชิกผู้ก่อเหตุรุนแรงระดับปฏิบัติการ เคยร่วมก็เหตุในพื้นที่หลายเหตุการณ์ ส่วนอาวุธปืนที่ตรวจยึดได้ 2 กระบอก คืออาวุธปืนกลมือ (UZI) จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุน จำนวน 2 ซอง และกระสุน จำนวน 84 นัด จากการตรวจสอบ เป็นอาวุธปืนที่คนร้ายปล้นไปจาก ฐานปฏิบัติการ กองร้อยทหารราบที่ 15121 หน่วยเฉพาะกิจนราธิวาส 38 เมื่อ 19 มกราคม 2554 อาวุธปืนพกขนาด 11 มิลลิเมตร จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองกระสุน จำนวน 2 ซอง และกระสุน จำนวน 16 นัด จากการตรวจสอบแล้วเป็นของ สิบตำรวจเอก อนุวัฒน์ ขุนรันต์ สังกัดสถานีตำรวจภูธรรือเสาะ ซึ่งถูกคนร้ายซุ่มยิงเสียชีวิต 4 ศพ เมื่อ 16 สิงหาคม 2556 และนำอาวุธปืนพกของผู้เสียชีวิตไปด้วย” โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า กล่าว
พันเอกปราโมทย์ ยังได้กล่าวอีกว่า ท่านผู้บัญชาการทหารบก ได้แสดงความเสียใจเป็นอย่างยิ่งต่อการจากไปของ จ่าสิบเอก ชัยณรงค์ วงศ์ษารัตน์ ซึ่งได้ทำหน้าที่ด้วยความเสียสละ กระทั่งนาทีสุดท้ายของชีวิต พร้อมกับขอชื่นชมการตัดสินใจเข้าแก้ปัญหา และยกย่องในความเสียสละ กล้าหาญ ในการเข้าแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างรวดเร็ว โดยคำนึงถึงความปลอดภัยของพี่น้องประชาชน เป็นสำคัญ โดยกองทัพบกและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะดูแลด้านสวัสดิการและสิทธิกำลังพลของผู้เสียสละอย่างเต็มที่ โดยกำหนดจัดส่งศพไปบำเพ็ญกุศล ณ ภูมิลำเนาใน 30 กรกฎาคม 2557 เวลา 10.00 น ณ สนามบินบ่อทอง ตำบลบ่อทอง อำเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี
“การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกคนยึดมั่นในหลักกฎหมายที่เป็นธรรม โดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนัก และรู้สึกเสียใจต่อญาติและครอบครัวของผู้ก่อเหตุรุนแรง ซึ่งต้องสูญเสียบุคคลในครอบครัวไปเช่นเดียวกัน แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรงมีเจตนาใช้อาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ก่อน เจ้าหน้าที่จึงจำเป็นต้องตอบโต้เพื่อปกป้องตนเองตามหน้าที่ ตามขั้นตอนของกฎหมาย และกฎการปะทะ ซึ่งเป็นสิ่งที่เจ้าหน้าที่ทุกคนยึดถือ และปฏิบัติอย่างเคร่งครัดเสมอมา
ทั้งนี้ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้สั่งกำชับให้ทุกหน่วยเพิ่มความระมัดระวัง และปฏิบัติงานเชิงรุก เพื่อจำกัดเสรีในการปฏิบัติ และป้องกันการตอบโต้ของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง สำหรับกลุ่มบุคคลที่ยังคงเคลื่อนไหว สร้างสถานการณ์ และสร้างความเดือดร้อน ให้พี่น้องประชาชนผู้บริสุทธิ์ เจ้าหน้าที่พร้อมที่จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย ตามโครงการพาคนกลับบ้าน โดยยืนยันว่าทุกคนจะได้รับการปฏิบัติด้วยความเสมอภาค และเป็นธรรม







