
คนไทยหนี้ท่วม
ทะลุ2.1แสนบาท/ครัวสูงสุดรอบ9ปีค่าครองชีพพุ่งรูดผ่อนสินค้าเพลินกว่า40%รายได้โตไม่ทันรายจ่าย
ทะลุ2.1แสนบาท/ครัวสูงสุดรอบ9ปีค่าครองชีพพุ่งรูดผ่อนสินค้าเพลินกว่า40%รายได้โตไม่ทันรายจ่าย
หนี้ครัวเรือนแย่สุดรอบ 9 ปี ทะลุ 2.19 แสนบาท คนซื้อเงินผ่อนเพลิน
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยผลสำรวจสถานภาพหนี้ภาคครัวเรือน พฤติกรรมการใช้จ่ายของประชาชน ปี 2557 ระหว่างวันที่ 1420 ก.ค. พบว่า ครัวเรือนไทย 74.8% ของกลุ่มตัวอย่างมีหนี้สินเพิ่มขึ้นจากปี 2556 ที่มีจำนวน 64.6% ถือเป็นสัดส่วนที่สูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2550 โดยมีประชาชนเพียง 25.2% เท่านั้นที่ไม่มีหนี้สิน
ขณะที่จำนวนหนี้สินของครัวเรือนพุ่งทะยานขึ้นเป็นเฉลี่ยครัวเรือนละ 2.19 แสนบาท/ครัวเรือน จากปี 2556 ที่มีจำนวนหนี้สินเฉลี่ย 1.88 แสนบาท/ครัวเรือน เพิ่มขึ้น 16.6% ขยายตัวสูงที่สุดในรอบ 9 ปี นับตั้งแต่มีการสำรวจในปี 2549
ภาระหนี้สินของครัวเรือนแบ่งเป็นหนี้ในระบบ 50.9% และหนี้นอกระบบ 49.1% ซึ่งมีสัดส่วนใกล้เคียงกัน เนื่องจากคนส่วนใหญ่ใช้การขอสินเชื่อจากธนาคารเต็มวงเงินไปแล้ว และธนาคารปล่อยสินเชื่อไม่เพียงพอต่อความต้องการที่เพิ่มขึ้น ประชาชนจึงหันหาแหล่งสินเชื่ออื่นๆ แทน โดยแหล่งเงินกู้ที่มีคนใช้เพิ่มมากขึ้น ได้แก่ นายทุน 45% ธนาคารของรัฐ 32% โรงรับจำนำ 31% ธนาคารประชาชน 28.6% กองทุนหมู่บ้าน 24.1%
สำหรับวัตถุประสงค์ในการกู้ยืมเงิน 39.7% เป็นการกู้เพื่อนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน 17.1% กู้เงินเพื่อนำมาชำระเงินกู้นอกระบบ และ 10.9% กู้เพื่อซื้อยานพาหนะ
สาเหตุที่ทำให้หนี้สินครัวเรือนเพิ่มขึ้น เนื่องจากค่าครองชีพปรับตัวสูงขึ้น 14.3% มีภาระค่าเล่าเรียนบุตรหลาน 14% เป็นเพราะมีการผ่อนสินค้ามากเกินไป 12.5% มีภาระหนี้ที่เกิดจากภัยธรรมชาติ 12% มีการใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตมากถึง 10% ส่วนที่เหลือเป็นหนี้ที่เกิดจากการจ่ายจำนำข้าวล่าช้าและหนี้จากช่วงฟุตบอลโลก
ทั้งนี้ หากเปรียบเทียบหนี้กับรายได้จะพบว่าครัวเรือน 40.3% มีหนี้เพิ่มมากกว่ารายได้ที่เพิ่มขึ้น 30.2%







