
ผู้บริโภควอนคสช.แก้คำสั่งประมูลคลื่น4จี
เครือข่ายผู้บริโภคคัดค้านประกาศ คสช. ชี้เลื่อนประมูลคลื่น 4จี ทำรัฐเสียหาย
เครือข่ายผู้บริโภคคัดค้านประกาศ คสช. ชี้เลื่อนประมูลคลื่น 4จี ทำรัฐเสียหาย
เครือข่ายผู้บริโภคแถลงข่าวคัดค้านประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ฉบับที่ 94/2557 เรื่องชะลอการประมูลคลื่นความถี่โทรคมนาคม 1800900 เมกะเฮิรตซ์ โดยเสนอให้แก้ประกาศกำหนดให้ทรูมูฟและดีพีซีจ่ายเงินให้รัฐหลังได้ต่อสัญญาให้บริการอีก 1 ปี เพราะรัฐเสียหาย ขณะที่เอกชนได้ประโยชน์นับหมื่นล้านบาท
เครือข่ายผู้บริโภคเสนอว่า คสช.ต้องรีบกำหนดกติกาใหม่ให้ดีกว่าเดิม เพราะกติกาของ กสทช.ที่รับฟังความคิดเห็นสาธารณะไม่ได้คุ้มครองผู้ใช้บริการคลื่น 1800 ที่ยังมีผู้ใช้บริการกว่า 4 ล้านราย
ขณะเดียวกัน การที่ผู้รับสัมปทานไม่ต้องคืนคลื่นความถี่เพื่อนำไปจัดสรรใหม่ภายหลังหมดอายุสัมปทานและได้ให้บริการต่อไปอีก 1 ปีนั้น เป็นการเปิดช่องให้ผู้ประกอบการสามารถใช้คลื่นความถี่หรือทรัพยากรสาธารณะได้ฟรี แต่รัฐกลับต้องสูญเสียรายได้ ขณะที่ในสัมปทานปกติ ผู้รับสัมปทานจะต้องส่งรายได้ให้ผู้ให้สัมปทาน 2030% ของรายได้ในแต่ละปี และหากเป็นระบบการให้ใบอนุญาต เอกชนจะต้องเสียค่าธรรมเนียม 5.75% ของรายได้ในแต่ละปีประมาณปีละ 1,300 ล้านบาท
ทั้งนี้ เครือข่ายผู้บริโภคจึงเสนอให้ คสช.แก้ไขประกาศให้บริษัท ทรูมูฟ และดีพีซีจ่ายเงินให้รัฐเหมือนเดิม ไม่ใช่สามารถให้บริการต่อไปโดยไม่ต้องจ่ายเงินเช่นที่ผ่านมา
แม้ประกาศดังกล่าวมีข้อกำหนดว่า ผู้ให้บริการมีหน้าที่นำเงินรายได้และดอกผลที่เกิดขึ้นจากการให้บริการ หักต้นทุนค่าใช้จ่ายที่จำเป็นในการให้บริการแล้ว เงินส่วนที่เหลือต้องนำส่งเป็นรายได้แผ่นดินต่อไป แต่ข้อเท็จจริงจากกรณีบริษัททรูมูฟให้บริการตามประกาศดังกล่าวในช่วงเกือบ 1 ปีที่ผ่านมา จากรายงานของบริษัททรูพบว่า การประกอบการอยู่ในภาวะขาดทุน รายได้ไม่เพียงพอที่จะหักรายจ่าย นั่นหมายความว่าจะไม่มีเงินคงเหลือให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินได้ ในทางตรงกันข้าม บริษัทอาจเรียกร้องให้ กสทช. หรือรัฐต้องชดเชยส่วนที่ขาดทุน จึงเป็นที่ชัดเจนว่า มาตรการตามประกาศนี้ไม่ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ
การบริการต่อหลังสิ้นสุดสัมปทานยังมีปัญหาว่า กสท โทรคมนาคม หรือ CAT อาจจะไม่ได้รับค่าเช่าใช้โครงข่ายในการให้บริการ
เป็นที่ชัดเจนแล้วว่า ผลลัพธ์จากการใช้ประกาศดังกล่าว จะทำให้ผู้ใช้บริการที่ยังคงเหลืออยู่ต้องซิมดับหรือสูญเสียบริการไปอย่างแน่นอน ของประกาศได้กำหนดให้เมื่อสิ้นสุดระยะเวลาการคุ้มครอง หากยังมีผู้ใช้บริการคงเหลือที่ไม่แจ้งความประสงค์จะขอย้ายไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่น ให้สิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการเป็นการชั่วคราวตามประกาศนี้ ประกาศจึงมิได้ช่วยการแก้ปัญหาซิมดับ แต่เป็นเพียงการเลื่อนเวลาซิมดับเท่านั้น และยังเป็นการยืนยันว่าซิมจะดับแน่นอน หากว่าผู้ใช้บริการไม่แจ้งความประสงค์จะขอย้ายไปยังผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่รายอื่น
การกำหนดให้ใช้ประกาศนี้เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภค ให้ได้ใช้บริการอย่างต่อเนื่องจึงไม่ใช่แนวทางที่เหมาะสม ทางเลือกเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคนั้นสามารถทำได้ในแนวทางอื่นๆ ที่ดีกว่า ทั้งในแง่ความถูกกฎหมาย ไม่ทำให้รัฐเสียประโยชน์ และเป็นการบังคับและตัดสิทธิผู้บริโภค
แนะให้เรื่องระบบสื่อสารเป็นประเด็นในการปฏิรูปประเทศ
3.ข้อเสนอประเด็นการแก้ไขกฎหมาย
จะต้องมีหลักประกันว่าจะไม่มีการละเมิดหลักการใหญ่ที่สังคมตกผลึกร่วมกันแล้ว ในเรื่องเป้าหมายการปฏิรูปสื่อและการเปลี่ยนผ่านจากระบบสัมปทานสู่ระบบการอนุญาต
การปฏิรูปกฎหมายกสทช. ต้องทำให้ กสทช.แยกบทบาทการกำกับดูและและการให้ใบอนุญาต เพราะที่ผ่านมา มีปัญหาการบังคับใช้กฎหมาย (ประกาศและระเบียบ) ของ กสทช. เพื่อให้เกิดการคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรคมนาคมอย่างแท้จริง เช่น กรณีค่าบริการระบบ 2G ต้องไม่เกิน 99 สตางค์, ราคาค่าบริการภายในเครือข่ายเดียวกันไม่แตกต่างกับบริการข้ามเครือข่าย, อัตราค่าบริการระบบ 3G ต้องต่ำกว่า 2G ร้อยละ 15, กรณีการเติมเงินล่วงหน้าทุกอัตราต้องได้ระยะเวลาการใช้งาน 30 วัน และสะสมได้ไม่น้อยกว่า 365 วัน เป็นต้น
การปรับเปลี่ยนต้องพิจารณาในเชิงระบบ และมีกระบวนการที่เน้นการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง มีความโปร่งใส ไม่ใช่การผูกขาดการออกแบบ
ควรกำหนดให้เรื่องระบบสื่อสารเป็นประเด็นหนึ่งในการปฏิรูปประเทศ.







