posttoday
เรื่องของหมา

เรื่องของหมา

22 กรกฎาคม 2557

ผมมีหมาเป็นเพื่อนตั้งแต่เด็กจำความได้ เพราะเกิดมาพ่อแม่ก็เลี้ยงหมาไว้ในบ้าน ยังจำได้ทุกวันนี้ว่าชื่อสี่ตาหรือไอ้สี่ตา เพราะเป็นหมาพันทาง มีจุดสีเหลืองอยู่ขอบตา เหมือนหมาโดเบอร์แมนของฝรั่ง หลังจากนั้นก็เลี้ยงหมาไว้ในบ้านตลอด บางทีซื้อมาเลี้ยง บางทีคนให้มา บางทีมาเองจากไหนไม่รู้ แต่ทุกตัวเหมือนกันคือรักเจ้าของ ผมเลยเป็นโรคขาดหมาไม่ได้ เพราะมันรักผม ผมก็รักมัน

ผมมีหมาเป็นเพื่อนตั้งแต่เด็กจำความได้ เพราะเกิดมาพ่อแม่ก็เลี้ยงหมาไว้ในบ้าน ยังจำได้ทุกวันนี้ว่าชื่อสี่ตาหรือไอ้สี่ตา เพราะเป็นหมาพันทาง มีจุดสีเหลืองอยู่ขอบตา เหมือนหมาโดเบอร์แมนของฝรั่ง หลังจากนั้นก็เลี้ยงหมาไว้ในบ้านตลอด บางทีซื้อมาเลี้ยง บางทีคนให้มา บางทีมาเองจากไหนไม่รู้ แต่ทุกตัวเหมือนกันคือรักเจ้าของ ผมเลยเป็นโรคขาดหมาไม่ได้ เพราะมันรักผม ผมก็รักมัน

จนเมื่อปลายปีที่แล้ว หมาสามตัวสุดท้ายที่เลี้ยงไว้เกิดตายในเวลาไล่เลี่ยกัน ตัวหนึ่งเป็นหมาพันธุ์ดัลเมเชียนที่คนให้มาเลี้ยงตั้งแต่ยังเป็นลูกหมาตัวเล็กๆ อยู่ด้วยกันมา 12 ปี ชื่อบิงโก บทจะตายก็ตายเอาง่ายๆ ไม่บอกไม่กล่าว เพราะเช้าวันหนึ่งบิงโกเดินตามผมไปกวาดสนามหญ้าหน้าบ้านแล้วอยู่ๆ หายไป ผมไม่ทันนึกอะไรทำงานต่อจนเสร็จ เดินกลับไปที่ลานซักล้างข้างบ้านที่บิงโกใช้เป็นที่พักผ่อนส่วนตัวเป็นประจำ เห็นนอนอยู่เหมือนเคย เลยเรียกแล้วเอาเท้าไปลูบหัวเพราะขี้เกียจก้มตัว บิงโกไม่กระดุกกระดิก เพราะไปสวรรค์หมาเรียบร้อยแล้ว ผมต้องรับบทสัปเหร่อขุดหลุมฝังบิงโกไว้โคนต้นมะม่วง ลูกสาว 2 คน ช่วยกันร้องห่มร้องไห้ หาธูปเทียนมาจุดส่งวิญญาณบิงโก แล้วเก็บดอกเข็มกับเฟื่องฟ้ามาวางไว้อาลัยบิงโกที่หลุมศพเป็นโศกนาฏกรรมครั้งแรก

พออีกไม่กี่เดือนต่อมา น้องชายของบิงโกชื่อดุ๊กดิ๊ก เป็นหมาพันธุ์ฟ็อกเทอเรียส์หน้ายาว ก็ตายตามพี่ชายไปอีก สงสัยจะคิดถึงกันเพราะหลังจากบิงโกตายดุ๊กดิ๊กมีอาการเศร้าซึมตลอด ผมต้องทำหน้าที่สัปเหร่อเป็นครั้งที่ 2 ขุดหลุมฝังดุ๊กดิ๊ก คราวนี้เบาแรงหน่อยเพราะดุ๊กดิ๊กตัวเล็กกว่าบิงโก แต่ความเศร้าโศกของสมาชิกในครอบครัวผมต่อการจากไปของดุ๊กดิ๊กไม่ได้น้อยไปกว่าบิงโก มีการจุดธูปจุดเทียนส่งวิญญาณดุ๊กดิ๊กให้ไปสวรรค์อยู่กับบิงโก และวางหรีดดอกเข็ม ดอกเฟื่องฟ้า แถมดอกแก้วเพิ่มเข้าไปอีก

แต่ยังไม่ทันหายโศกเศร้ากับการจากไปของบิงโกและดุ๊กดิ๊ก หมาตัวสุดท้ายที่เหลืออยู่ เป็นหมาพันธุ์เฟรนบูลด๊อก ชื่อไอพอด ก็เกิดป่วยขึ้นมาไม่กินข้าวกินปลาทั้งๆ ที่ปกติเจ้าตัวนี้กินไม่เลือก ไม่ว่าจะเป็นอาหารหมาบรรจุกระป๋อง อาหารเม็ด หรืออาหารคนที่แอบให้ไอพอดกิน แล้วโยนความผิดให้กันว่าใครทำให้ไอพอดเสียนิสัย ชอบมานั่งรออยู่โต๊ะกินข้าว จ้องตาเขม็งคอยดูว่าใครจะแอบยื่นอาหารให้กิน หมาพันธุ์นี้เป็นหมาหน้าสั้น หูเหมือนหูค้างคาว ตาโตมากยื่นออกมาอย่างที่เรียกในภาษาชาวบ้านว่าตาถลนนั้นแหละครับ เวลาเห็นมันจ้องขออาหารไม่กะพริบตาแล้วส่วนใหญ่ใจอ่อนแอบยื่นอาหารให้กินแล้วโทษกันเองว่าไม่ทำตามกติกา ให้อาหารหมาที่โต๊ะกินข้าวคนที่ผิดกติกาบ่อยที่สุด คือคนตั้งกติกาได้แก่แม่ไอพอด ภรรยาของผมเองนั้นแหละครับ

ไอพอดไม่สบายอยู่ 23 เดือน ไม่ยอมกินอะไร สัตวแพทย์ที่ไหนดีก็พาไปรักษา ได้รับคำวินิจฉัยโรคสารพัด ตั้งแต่สงสัยว่าไอพอดกินคางคกที่กระโดดอยู่ในสนามหญ้ายั้วเยี้ยไปหมดตอนเช้าๆ ไอพอดลำไส้อักเสบกระเพาะอาหารอักเสบ ไม่เป็นอะไรเลยแค่เบื่ออาหารเม็ดที่กินเป็นประจำ ซึ่งคำวินิจฉัยสุดท้ายทำให้ครอบครัวผมเสียเงินไปเยอะ เพราะทุกคนช่วยกันสรรหาอาหารมาให้ไอพอดกิน บางชนิดใส่ถ้วยเล็กๆ มาจากนอกราคาแพงกว่าอาหารของผมเวลาไปวิ่งเล่นออกกำลังกายอีก เพราะดูปริมาณอาหารแค่ไม่เกินสองช้อนโต๊ะราคาเกือบร้อยบาท แต่ไม่ว่าจะเป็นอาหารชั้นเยี่ยมมาจากไหน ไอพอดเอาแต่เมินหน้าไม่ยอมกิน

ท้ายที่สุด หมอบอกว่าขอผ่าตัดดูลำไส้และกระเพาะอาหารเพราะเอกซเรย์แล้วเห็นเงาอะไรบางอย่างที่ลำไส้ ผมก็ยอมให้ผ่าตัด พอผ่าเสร็จบอกว่าไม่เจออะไรได้แค่ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจรอผล 2 สัปดาห์ ได้ความว่าไอพอดเป็นมะเร็งที่กระเพาะอาหาร ต้องอยู่รักษาที่โรงพยาบาล แต่ท้ายสุดไอพอดก็จากพวกเราไปสวรรค์ตามบิงโกและดุ๊กดิ๊ก ผมต้องเอาศพไอพอดกลับบ้านขุดหลุมฝังไว้ใกล้ๆ กับพี่อีก 2 ตัว (และอีก 3 ตัวก่อนหน้านั้นหลายปี) มีการประกอบพิธีกรรมตามธรรมเนียมที่ทำให้หมาทุกตัวที่ตาย คือจุดธูปเทียนวางดอกไม้ตามฤดูกาล โดยมีดอกเข็มเป็นตัวยืนเพราะมีดอกทั้งปีไม่ขาด

แต่ครั้งนี้ค่อนข้างเป็นความทุกข์ที่หนักหนาสาหัสกว่าทุกครั้ง เพราะก่อนหน้านั้นหมาทุกตัวตายโดยสงบไม่ต้องรักษากันข้ามวันข้ามเดือนเหมือนไอพอด และเนื่องจากไอพอดเป็นหมาน่ารัก ขี้ประจบ ชอบให้คนกอดนอน พอไอพอดตายด้วยโรคมะเร็งร้าย มีอาหารทนทุกข์ทรมานให้เห็นจึงทำใจกันไม่ได้ ลูกวาวคนเล็กที่เป็นคนไปซื้อไอพอดมาเลี้ยง ร้องห่มร้องไห้คิดถึงไอพอดเป็นวรรคเป็นเวร สู้อุตส่าห์ไปซื้อตุ๊กตาหมาพันธุ์เฟรนบูลด๊อกมาวางไว้ที่หลุมศพจนตราบเท่าทุกวันนี้

ผลคือสมาชิกในครอบครัวผมทุกคนหันหน้ามาปรึกษาหารือกันพิจารณาข้อดีข้อเสียว่าจะเลี้ยงหมาต่อไปหรือไม่ แล้วมีมติว่าจะไม่เลี้ยงหมาอีกเพราะถึงการเลี้ยงหมาจะทำให้ทุกคนมีความสุขเวลาหมายังเป็นลูกหมาเล็กๆ หรือเวลาหมาแข็งแรง จมูกเป็นมันไม่เจ็บไข้ได้ป่วย แต่เวลาหมาไม่สบายทุกคนพลอยเป็นทุกข์ไปด้วยไม่ต่างไปจากเวลาสมาชิกในครอบครัวคนใดคนหนึ่งไม่สบาย แต่ที่น่าสงสารกว่าคือหมาพูดไม่ได้ จะเจ็บตรงไหน ปวดตรงไหน บอกให้รู้ไม่ได้เหมือนคน เพราะฉะนั้นเพื่อไม่ให้เกิดทุกข์อีกก็ต้องดับทุกข์ด้วยการไม่เลี้ยงหมา

ทีนี้พอได้เหตุผลหลักแล้ว เหตุผลอื่นๆ ที่ช่วยกันคิดขึ้นเพื่อสนับสนุนมติไม่เลี้ยงหมาอีกก็ตามมา เช่น บ้านไม่สกปรกเพราะขนหมา ไม่ต้องห่วงหมาเวลาไปไหนนานๆ ไม่ต้องวุ่นวายอาบน้ำหมา พาหมาไปฉีดวัคซีน จูงหมาเดินเล่นออกกำลังกาย ฯลฯ และประการสุดท้ายคือการไม่เลี้ยงหมาจะทำให้ผมหายจากโรคภูมิแพ้ ที่หมอเคยบอกว่าอาจเกิดขึ้นได้จากการแพ้ขนสัตว์เลี้ยง

ผมฟังเหตุผลโดยเฉพาะเหตุผลข้อหลังแล้ว ชักจะเห็นด้วยว่าต่อไปนี้เลิกเลี้ยงหมาดีกว่า แต่ยังลังเลอยู่เพราะไม่เคยอยู่โดยไม่มีหมามาตลอดชีวิต มาตัดสินใจได้เด็ดขาดว่าจะไม่เลี้ยงหมา ตอนบิลค่ารักษาไอพอดมาถึงรวมกันแล้วเกือบ 250,000 บาท จึงยอมรับมติเสียงส่วนใหญ่ของสมาชิกในครอบครัวด้วยดี ทั้งๆ ที่ผมเป็นคนนิยมความเท่าเทียมกันในครอบครัวแบบเจ้าหมูนโปเลียนในเรื่อง Animal Farm นะครับ คือทุกๆ คนเท่าเทียมกัน แต่บางคนเท่าเทียมมากกว่าคนอื่น (All animals are eqvac, but some animals are more equalthan others –Geovge Ovwell)

สรุปแล้วคือเราเลิกเลี้ยงหมา บ้านก็สะอาดขึ้นจริง ไม่ต้องคอยดูดฝุ่นกวาดขนหมา ไม่ต้องเสียเงินเสียเวลาซื้ออาหารหมา พาหมาไปหาหมอ และถ้าเราไม่เลี้ยงหมาก็จะไม่มีหมาป่วยตายให้เราเป็นทุกข์ต้องเศร้าโศกเสียใจ และดูเหมือนว่าตั้งแต่ไม่มีหมาในบ้าน อาการแพ้ของผมก็ดูเหมือนว่าจะหายไปเหมือนกันตามที่หมอ (ของผม) เคยแนะนำไว้ แต่ผมไม่ยอมเชื่อ

แต่สิ่งที่ขาดหายไปจากบ้านผมคือความรักของคนที่มีต่อหมา และความรักของหมาที่มีต่อคน บ้านชักจะเริ่มกลายเป็น House ไม่ใช่ Home ทำให้ผมชักเริ่มคิดว่าการขจัดความทุกข์โดยไม่เลี้ยงหมานั้นเป็นความคิดที่ถูกหรือผิดกันแน่

ก่อนจะจบ ขอบอกฝากคนรักหมาหน่อยนะครับว่า ช่วงที่เอาไอพอดไปรักษา หมอเล่าให้ฟังว่าปัจจุบันโรคมะเร็งในสุนัขระบาดมาก สงสัยว่าเพราะกินอาหารสำเร็จรูปที่ผ่านการปรุงแต่ง

เขียนเรื่องของหมาแล้วสบายใจดีครับ

ข่าวล่าสุด

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน

เอาท์ซอร์สโปรดักชั่น โกยภาษีบาป 5 ปี 60 ล้าน กำไรต่อเนื่อง สวนทาง ThaiPBS ขาดทุนพันล้าน