
โวยถูกอ้างชื่อร้องคสช.เหมืองทองอัคราก่อมลพิษ
พิจิตร-ชาวบ้านโร่งแจ้งความถูกอ้างชื่อร้องคสช.เหมืองทองอัคราก่อมลพิษสร้างความเดือดร้อน
พิจิตร-ชาวบ้านโร่งแจ้งความถูกอ้างชื่อร้องคสช.เหมืองทองอัคราก่อมลพิษสร้างความเดือดร้อน
เมื่อวันที่ 16 ก.ค.เวลา 17.30 น. นายสนิท วิมลพันธ์ ชาวบ้านเขาดิน หมู่ 3 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ จ.พิจิตร พร้อมเพื่อนบ้านรวม 9 คน เข้าแจ้งความกับ พ.ต.อ.พายัพ ค้าขาย ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทับคล้อ และ พ.ต.ท.พิทยา มณีวรรณ พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิจิตรสถานีตำรวจภูธรทับคล้อ หลังจากมีนักวิชาการนำชื่อไปร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ว่าได้รับผลกระทบจากการดำเนินการของเหมืองแร่ทองคำอัครารีซอร์สเซส ตั้งอยู่ที่หมู่ 9 ต.เขาเจ็ดลูก อ.ทับคล้อ โดยหนังสือส่งไปถึงคสช.เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.ที่ผ่านมา ทั้งๆที่ชาวบ้านไม่เคยเซ็นชื่อดังกล่าวทำให้ชาวบ้านเกิดความกลัวว่าจะมีความผิดที่ไปหลอกลวงคสช.จึงมาแจ้งความเพื่อให้ตำรวจลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐานเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ด้านพ.ต.ท.พิทยา พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิจิตรสถานีตำรวจภูธรทับคล้อกล่าวว่า หลักฐานที่ชาวบ้านนำมามีรายชื่อเป็นเหมือนบัญชีหางว่า 179 รายชื่อ มีทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งจากประสบการณ์เห็นบัญชีรายชื่อเพียงแว้บเดียวก็รู้ได้ทันทีว่าเป็นการเขียนโดยคนแค่ 3-4 คน ไม่ใช่การปลอมลายเซ็น แต่เป็นการคัดลายชื่อแอบอ้างเอาไปร้องเรียนต่อ คสช. ซึ่งจะต้องสอบถามไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องว่ามีหนังสือร้องเรียนฉบับดังกล่าวเกิดขึ้นจริงหรือเกิดความเสียหายกับผู้หนึ่งผู้ใดอย่างไรหรือไม่
ขณะที่ พ.ต.อ.พายัพ ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรทับคล้อ ให้สัมภาษณ์กับผู้สื่อข่าวว่าเอกสารชุดนี้ชาวบ้านบอกว่าเห็นปรากฎอยู่ในเฟซบุ๊คที่ใช้ชื่อว่า Sitang Pilailar จึงได้พริ้นท์ออกมาแล้วนำมาแจ้งความลงบันทึกประจำวัน ซึ่งจะต้องสอบสวนข้อเท็จจริงอีกครั้ง ส่วนการดำเนินคดีในขั้นต่อไปนั้นก็คงต้องดูว่าใครเป็นผู้เสียหายแล้วจะมีการมาแจ้งความร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีอย่างไร ก็จะทำอย่างเป็นกลางและตรงไปตรงมาอย่างแน่นอน







