
แก้โกงที่กรมศุลฯ
หลังจากรับนโยบายจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาแล้ว หน่วยงานราชการทุกแห่งจะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่น อันเป็นนโยบายอันดับหนึ่งของ คสช.
หลังจากรับนโยบายจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มาแล้ว หน่วยงานราชการทุกแห่งจะต้องปรับปรุงประสิทธิภาพ และที่สำคัญคือการแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่น อันเป็นนโยบายอันดับหนึ่งของ คสช.
หน่วยงานที่ติดอันดับคอร์รัปชั่นสูงสุดของประเทศอย่างกรมศุลกากร จำเป็นต้องได้รับการแก้ไขเร่งด่วน หลังจากเปลี่ยนตัวอธิบดีกรมเป็นนายสมชัย สัจจพงษ์ งานก็เข้าอธิบดีคนใหม่ทันที ทั้งเรื่องการร้องเรียนจากเอกชนที่ระบุว่าโดนเรียกเงินใต้โต๊ะจากเจ้าหน้าที่ หากไม่ให้จะถูกกลั่นแกล้งกำหนดพิกัดภาษีนำเข้าให้เสีย เกินจริง หรือดึงเรื่องให้นำเข้าล่าช้า จนผู้นำเข้าทน ไม่ไหว เพราะจะต้องนำสินค้าไปผลิตเป็นสินค้าสำเร็จรูปต่อเนื่อง ก็ต้องจ่ายเงินใต้โต๊ะเอง
อธิบดีกรมศุลกากรชี้แจงเป็นนโยบายเลยว่า จะไปสุ่มตรวจงานของเจ้าหน้าที่ศุลกากรในทุกสนามบิน รวมถึงด่านชายแดนทุกด่าน ซึ่งจะเป็นการกำกับดูแลการทำงานของเจ้าหน้าที่ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และจะช่วยลดปัญหาทุจริตคอร์รัปชั่นได้ในระดับหนึ่ง และได้ทำหนังสือสั่งการให้เจ้าหน้าที่ศุลกากรที่มีหน้าที่ประจำด่านศุลกากรทุกแห่ง ให้ปฏิบัติงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ห้ามออกนอกพื้นที่ หรือเข้ามาในกรุงเทพฯ เพื่อพบปะใครในเวลาราชการ ยกเว้นป่วย หรือได้รับมอบหมายเท่านั้น แม้ว่าด่านจะมีงานน้อย ก็ต้องหากิจกรรมสร้างส่วนร่วมกับผู้ประกอบการมากขึ้น เพื่อให้การเก็บภาษีมีประสิทธิภาพมากขึ้น
นอกจากนี้ นายสมชัยได้เปิดทางให้เอกชนเข้าร้องเรียนได้ตลอดเวลา ความพยายามของอธิบดีกรมศุลกากรนั้น เป็นความปรารถนาที่อธิบดีทุกคนต้องการให้การคอร์รัปชั่นหมดไปจากกรม แต่ที่นโยบายของฝ่ายบริหารไม่เคยประสบความสำเร็จเลยก็คือ ความเคยชินของข้าราชการ และทางฝั่งเอกชนเองที่ทำไม่ถูกต้อง แต่ต้องการทำผิดให้เป็นถูกก็จ่ายเงินใต้โต๊ะให้กับข้าราชการ สอนให้ข้าราชการคอร์รัปชั่นจนติดเป็นนิสัย หากใครไม่ให้งานก็ไม่เดิน
กฎหมายหรือระเบียบใดที่นำออกมาแก้ไขและป้องกันการคอร์รัปชั่น เป็นเรื่องที่ป้องกันได้เพียงระดับหนึ่งเท่านั้น แต่ในที่สุดแล้วจิตสำนึกและความรับผิดชอบเท่านั้น จึงจะควบคุมจริยธรรมของข้าราชการว่าจะทำดีหรือทำชั่ว
การแก้ไขกฎหมายปราบปรามคอร์รัปชั่นใดๆ จำเป็นที่จะต้องมีบทลงโทษเอกชนผู้ติดสินบนเจ้าหน้าที่ด้วยเช่นกัน ไม่ใช่ลงโทษเพียงแต่ข้าราชการ และบทลงโทษก็ควรจะสูงเพียงพอที่จะทำให้ไม่มีใครอยากเสี่ยงจะรับโทษ กระบวนการยุติธรรมก็ต้องลงโทษ ผู้กระทำผิดอย่างตรงไปตรงมา ไม่เช่นนั้นการแก้ไข คอร์รัปชั่นไม่มีวันที่จะหมดไปจากประเทศไทยได้







