posttoday
ผมมีครอบครัวที่ดี...ไม่ทะเยอทะยาน

ผมมีครอบครัวที่ดี...ไม่ทะเยอทะยาน

13 กรกฎาคม 2557

เป็นหนึ่งในจำนวนข้าราชการระดับสูงจำนวนมากที่ต้องย้ายออกจากตำแหน่ง

เป็นหนึ่งในจำนวนข้าราชการระดับสูงจำนวนมากที่ต้องย้ายออกจากตำแหน่ง แต่กรณีของ กิตติพงษ์ กิตยารักษ์ ที่ต้องมาพ้นจากเก้าอี้ปลัดกระทรวงยุติธรรม เพราะเจ้าตัวเป็นผู้ร้องขอไปเป็นที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี หลังจากเห็นว่าตัวเองอยู่ในตำแหน่งระดับ 11 ที่กระทรวงยุติธรรม มาครบ 2 วาระแล้ว อีกทั้งยังต้องการจะมีเวลาในการทำงานขับเคลื่อนการปฏิรูปในฐานะแกนหลักของเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป หรืออาร์เอ็นเอ็น

“ผมไม่เข้าใจจริงๆ การที่ผมขอย้ายมาเป็นที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการประจำแปลกตรงไหน มีแต่คนสงสัย เรื่องนี้ไม่มีเรื่องการเมืองเข้ามาแทรกแซงหรือซ่อนเร้นจริงๆ แม้หลายคนจะบอกว่าตำแหน่งนี้เป็นตำแหน่งที่ไม่มีงานทำก็ตาม แต่ผมก็รู้สึกแฮปปี้ดี”

กิตติพงษ์ เติบโตมาจากอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด เป็นมือกฎหมายทำงานร่วมกับ คณิต ณ นคร ก่อนจะถูกโอนย้ายมารับราชการที่กระทรวงยุติธรรม

“ช่วงที่ย้ายจากอัยการมาสังกัดกระทรวงยุติธรรมถูกคู่ชีวิตแซว เพราะเงินเดือนลดไปครึ่งหนึ่ง “ภรรยาบอกว่าเธอมีแต่คนที่เป็นราชการต้องก้าวหน้าเจริญขึ้น แต่ทำไมเธอเงินเดือนลดลงล่ะ แต่ผมโชคดีที่มีครอบครัวที่เข้าใจกัน สนับสนุนกัน เรื่องการทำงานผมมองว่าอยากทำก็ทำ แต่จะสำเร็จหรือไม่สำเร็จไม่รู้” กิตติพงษ์ เล่าแบบขำๆ

กิตติพงษ์ มุ่งมั่นให้งานที่รับผิดชอบจะต้องตอบโจทย์ว่าตัวเองอยากทำอะไร การตัดสินใจย้ายสังกัดไม่ได้คิดว่าจะต้องมาเป็นปลัดกระทรวง แต่ผลงานที่ประจักษ์กิตติพงษ์ก็ได้ก้าวขึ้นเป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดในที่ทำงานใหม่ด้วยวัยเพียง 49 ปี

ผมมีครอบครัวที่ดี...ไม่ทะเยอทะยาน

 

“แต่ที่ทำไปไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าที่ควรและรู้สึกเสียดายโอกาส ที่ผ่านมาไม่ได้พอใจกับการทำหน้าที่ตรงนั้น เราต้องมานั่งเสียเวลาไปกับการจัดการความขัดแย้งในองค์กรที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เปลี่ยนรัฐบาลทีก็มีเพื่อนๆ น้องๆ ที่รู้สึกขมขื่นมากในทางการเมือง เราต้องพยายามหาทางประทังบรรยากาศการทำงานให้ทุกคนสามารถอยู่ได้ ดังนั้นเรื่องการจัดการความขัดแย้งในองค์กร จึงเป็นเรื่องหลักในการทำงานไปโดยปริยาย”

“ผมชอบเปรียบเทียบว่าการทำงานเปรียบเหมือนตำแหน่งวาทยกร ซึ่งเป็นคนกำกับเพลง ทั้งๆ ที่ไม่ทราบว่านักดนตรีหลับไปบ้างหรือเปล่า แต่หน้าที่เราคือการเป็นนักวาทยกรที่ดีจะต้องสามารถดึงศักยภาพที่ดีที่สุดของนักดนตรีออกมาให้ได้ และทำให้นักดนตรีเล่นไปในทิศทางเดียวกัน การเป็นปลัดกระทรวงก็เช่นเดียวกันที่ต้องดึงศักยภาพเพื่อนร่วมงาน ข้าราชการในกระทรวงออกมาให้ได้”

กิตติพงษ์ กล่าวย้ำเจตนารมณ์ว่า การขอมานั่งที่ปรึกษานายกฯ ฝ่ายข้าราชการการประจำก็เพื่อต้องการเข้ามาทำงานเรื่องการปฏิรูปให้เต็มที่ เพราะตัวเองมีบทบาทเรื่องการปฏิรูปผ่านทางเครือข่ายเดินหน้าปฏิรูป หรืออาร์เอ็นเอ็น อยู่แล้ว

“เมื่อผมทำเป็นอยู่เรื่องเดียว ผมก็อยากทำให้เต็มที่ ผมอยากเต็มที่กับมัน ที่ผ่านมามีโอกาสได้ช่วยเรื่องปฏิรูปผ่าน คสช. โดยประสานงานผ่าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผบ.ทบ. ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรมว่ามีความประสงค์อยากทำเรื่องการปฏิรูป โดยผ่านเครือข่ายสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทยและอาร์เอ็นเอ็น ตรงนี้ผมพอใจแล้ว ส่วนตัวไม่ได้มีความปรารถนา หรือทะเยอทะยานอยากไปทำอย่างอื่นเลย”

อีกด้านหนึ่งขณะนั่งเป็นปลัดกระทรวงกิตติพงษ์ยังทำหน้าที่รักษาการประธานคณะกรรมการสถาบันเพื่อการยุติธรรมแห่งประเทศไทย (องค์การมหาชน) หรือ (สธท.) ซึ่งเป็นพระราชดำริของพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ในการจัดตั้งขึ้น เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ต้องขังหญิงในเรือนจำ ซึ่งใน 1-2 ปีนี้ จะต้องยกระดับให้เป็นองค์กรเครือข่ายสหประชาชาติ เพราะพระองค์ภาได้ทรงผลักดันกฎการปฏิบัติดังกล่าวจนประสบความสำเร็จก้าวขึ้นสู่เวทีระดับโลก และได้รับความยอมรับจากสหประชาชาติในชื่อที่เรียกว่า ข้อกำหนดกรุงเทพฯ (Bangkok Rules)

นอกจากบทบาทหัวหน้าส่วนราชการ กิตติพงษ์ยังเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ยึดหลักพอเพียง และกล่าวชื่นชมถึงภรรยา คือ ศริยา กิตยารักษ์ ด้วยความทราบซึ้งในฐานะแม่ของลูกที่เสียสละเพื่อครอบครัว

“การดูแลครอบครัวต้องไม่ให้ลำบาก ถ้าเราไปเปรียบเทียบว่าชีวิตต้องดีที่สุด หรูหราที่สุด ชีวิตเราต้องไปอยู่กับวัตถุเราก็คงอยู่กับความรู้สึกแบบคงไม่มีวันพอสักที แต่ผมโชคดีมีครอบครัวที่ดี ไม่ต้องไปกัดก้อนเกลือกิน และชีวิตก็ไม่จำเป็นต้องไปแข่งขันกับใคร”

“ถ้าเราพอใจในการใช้ชีวิตแบบพออยู่ได้ ไม่ได้ลำบาก เราก็จะมีความสุข แฮปปี้กับมันไปทุกวัน เช่นเดียวกันกับเรื่องตำแหน่งหน้าที่การงาน การยอมรับหรือไม่ยอมรับขึ้นอยู่กับผลงานความพอใจของเรา ถ้าเราพอใจกับสิ่งที่เรามี เราเป็น เราทำก็โอเค”

“ผมโชคดีที่ได้ภรรยาคนนี้ เรามีลูกผู้หญิง 2 ชาย 1 คน (กันต์รวี กันต์นภัส ศรณ์กิติ์ กิตยารักษ์) ภรรยาผมถือว่าเสียสละมากที่ออกมาเป็นแม่บ้านดูแลครอบครัว เพราะเขามีทั้งการศึกษาจบรัฐศาสตร์จุฬาฯ เกียรตินิยม จบต่างประเทศ เป็นนักบริหาร ทำงานแบงก์ก็ประสบความสำเร็จแต่เมื่อถึงเวลาเรามานั่งคุยกันว่าเมื่อมีลูก 3 คน ถ้าผมต้องกังวลเรื่องครอบครัวเป็นห่วงลูกๆ คงทำงานได้ไม่เต็มที่ เราจึงต้องมาวางแผนร่วมกันว่าจะทำอย่างไร ซึ่งภรรยาก็ต้องมาทำหน้าที่เป็นแม่บ้านอย่างเดียว เพราะเราเป็นผู้ชายจะมารับหน้าที่ตรงนี้คงไม่ใช่ แต่ถ้าจำเป็นผมก็สามารถทำได้”

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาต้องยอมรับกับความเสียสละของภรรยามาก เพราะงานบ้านเป็นงานที่เต็มเวลา มีความเครียดค่อนข้างสูง การที่ครอบครัวหนึ่งจะเลี้ยงลูกให้ได้ดีสักคนหนึ่งถือว่ายากมาก ผมโชคดีที่ภรรยาเลี้ยงลูก ดูแลครอบครัวได้เป็นอย่างดี ทำให้ผมทำงานได้อย่างสบายใจ และไม่เคยต้องกังวลอะไรเลย”

หัวหน้าครอบครัวกิตยารักษ์ เล่าถึงลูกๆ ด้วยความภูมิใจว่า ส่วนลูกสาวคนโต เพิ่งเรียนจบคณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งเมื่อตอนเด็กๆ เขามักจะบอกว่า เรียนอะไรก็ได้ที่ไม่ใช่กฎหมาย เพราะเขาจะมีความเป็นตัวของตัวเองสูง ชอบทำกิจกรรมทั้ง เชียร์ลีดเดอร์ เป็นตัวแทนไปประชุมกับอาเซียน ทำกิจกรรมทุกอย่างที่ขวางหน้า แต่ก็เขาสามารถเรียนได้ดี”

“แต่ความตั้งใจของเขาคือคงไม่อยากเดินตามพ่อเท่าไหร่ และก็ไม่ชอบให้เราไปยุ่งอะไรมาก ถ้ารู้ว่าไปฝากงานอะไรรับรองจะโกรธตายแน่ๆ ตอนนี้เขาทำงานแล้วเป็นที่ปรึกษาด้านกฎหมายที่เบเคอร์ แอนด์ แมคเคนซี เป็นคนทำงานหนัก ออกจากบ้านแต่เช้ากลับดึก ห้าทุ่มเที่ยงคืน ถ้าวันไหนกลับสี่ทุ่มทุกคนในบ้านจะต้องปรบมือให้

“โชคดีที่ผมเองก็ทำงานค่อนข้างดึก เลยมีเวลาได้เจอกันบ้าง ส่วนคนที่ 2 เรียนแพทย์รามา อยู่ปี 2 คนที่ 3 เรียนไฮสกูลอยู่ที่ออสเตรเลีย ทุกอย่างชีวิตผมตอนนี้ถือว่าโอเคเป็นครอบครัวธรรมดาที่มีความสุขดี”

สำหรับผู้เป็นพ่อ กิตติพงษ์เองก็มีความภาคภูมิใจในหน้าที่การงานที่ตัวเองทำมา และเมื่อช่วงปี 2543 เขาได้รับรางวัลเอกบุรุษ เป็นรางวัลของสถาบันส่งเสริมสถานภาพสตรี ในพระบรมราชูปถัมภ์ ถือเป็นรางวัลที่เจ้าตัวภูมิใจมากรางวัลหนึ่ง

ชีวิตราชการที่เหลืออีก 4 ปี จากนี้คงเป็นเรื่องอนาคต โดยเขาย้ำว่าไม่ได้คาดหวังตำแหน่งอื่นใดอีก ไม่ว่าตำแหน่งราชการหรือตำแหน่งทางการเมือง เพราะทุกอย่างขึ้นอยู่กับโอกาสและจังหวะเวลาเป็นตัวกำหนด

ข่าวล่าสุด

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อำลาแมนฯ ซิตี้ หลังคุมทีมครบ 10 ปี กวาด 20 แชมป์

เป๊ป กวาร์ดิโอล่า อำลาแมนฯ ซิตี้ หลังคุมทีมครบ 10 ปี กวาด 20 แชมป์