posttoday
แมตช์แห่งประวัติศาสตร์

แมตช์แห่งประวัติศาสตร์

11 กรกฎาคม 2557

ได้เห็นโฉมหน้ากันไปแล้วสำหรับคู่ชิงในศึกเวิลด์ คัพ 2014 ที่จะลงฟาดแข้งอวดสายตาชาวโลกในคืนวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค.

โดย...มิวโกโตะ

ได้เห็นโฉมหน้ากันไปแล้วสำหรับคู่ชิงในศึกเวิลด์ คัพ 2014 ที่จะลงฟาดแข้งอวดสายตาชาวโลกในคืนวันอาทิตย์ที่ 13 ก.ค. ย้ำตั้งแต่เนิ่นๆ ก่อนนะว่า คู่หยุดโลกเตะตี 2 นะคร้าบ ใครตั้งปลุกอัตโนมัติเป็นตี 3 ลองซ้อมตื่นด้วยนะ อย่าพลาดคู่หยุดโลก

อย่าเพิ่งกังขาล่ะว่ามันจะหยุดโลกยังไง เมื่อเยอรมนีถล่มเจ้าภาพมาซะเละตุ้มเป๊ะ 71 ส่วนอาร์เจนตินาทะลุเข้าชิงแบบคนดูเปลืองไฟ ก่อนอาศัยโชคเล็กๆ เอาชนะจุดโทษเหนือเนเธอร์แลนด์ในเกมตัดเชือก แต่เชื่อเหอะคู่ชิงยังไงก็ไม่น่าเบื่อ เพราะทั้ง “อินทรีเหล็ก” และ “ฟ้าขาว” เขาต่างมีความหลังกันอยู่ โดยเหตุการณ์ปะทุครั้งแรกเมื่อ 28 ปีก่อน

นี่ปาเข้าไปเป็นหนที่ 3 แล้วที่ เยอรมนี กับ อาร์เจนตินา ได้เข้ามาชิงชนะเลิศกัน หลังจากผลัดกันชนะไปทีมละครั้ง ความบาดหมางแรกเกิดขึ้นในปี 1986 ที่เม็กซิโก

เวลานั้น ดีเอโก มาราโดนา ก้าวเท้าขึ้นเป็นแข้งเบอร์ 1 โลกเต็มตัว ด้วยการพาบ้านเกิดเอาชนะเยอรมันตะวันตก 32 คว้าแชมป์สมัยที่ 2 ให้กับทีม “ฟ้าขาว”

ไฮไลต์ที่โลกไม่เคยลืมคือ “เสือเตี้ย” ใช้มือซ้ายปัดลูกฟุตบอลเข้าประตูในเกมชนะอังกฤษรอบ 8 ทีม หากไม่มีหัตถ์พระเจ้าลูกนั้น ไม่รู้จะมาไกลได้ขนาดนี้หรือเปล่า???

อย่างไรก็ตาม อีกแค่ 4 ปีถัดมา พระเจ้าก็ลิขิตให้ทั้งคู่สางปัญหาทันทีที่อิตาลี (ปี 1990) และ อันเดรส เบรห์เม แบ็กซ้ายเท้าพระกาฬยุคนั้น ก็รับหน้าที่สังหารจุดโทษเปรี้ยงตุงตาข่าย พาให้เยอรมนีถอนแค้นพร้อมคว้าแชมป์โลกสมัยที่ 3 ต่อหน้านักเตะอาร์เจนไตน์ แหม่ ... เหมือนตบหน้าคืนฉาดใหญ่

นับแต่นั้นมาก็ได้แต่โคจรมาพบกันแค่รอบน็อกเอาต์ โดย 4 ปีก่อนพลพรรคอินทรีเหล็กเพิ่งสอนเชิงฟ้าขาวมาถึง 40 ณ เวิลด์ คัพ 2010 ในดินแดนแอฟริกาใต้

หมายความว่า ถ้าอาร์เจนตินาถอนแค้นได้ พวกเขาจะสะใจทวีคูณ 2 เท่า เพราะได้ทั้งเอาคืนแชมป์โลก และปักดาวบนอกเพิ่มเป็น 3 ดวง เท่าเยอรมนีอีก

แต่ในมุมกลับ ถ้าแข้งเบียร์ทำสำเร็จ ก็จะมีดาว 4 ดวง เท่าอิตาลี พร้อมหายใจรดต้นคอบราซิลแชมป์โลก 5 สมัย อีกทั้งจะเป็นครั้งแรกที่ตัวแทนจากยุโรปชูโทรฟีฟุตบอลโลกได้ในดินแดนอเมริกาใต้ ซึ่งความมั่นใจอาจพาเยอรมนีลอยค้างฟ้าไปอีก 510 ปี อย่างที่เคยเป็นยุคของสเปนมาก่อนหน้านี้

นอกจากหวังของคนทั้งชาติที่แบกไว้ นักเตะหลายคนยังเตรียมใช้ฟุตบอลนัดหยุดโลกนี้ พิสูจน์ตัวเองในเส้นทางอาชีพ ลิโอเนล เมสซี ดาวเตะที่ถูกยกให้มีพรสวรรค์มากที่สุดในโลก ยังเหลือคำถามคาใจจากแฟนบอลว่า ถ้าเก่งจริงต้องพาทัพฟ้าขาวคว้าแชมป์โลกให้ได้ ดังนั้นแมตช์ชิงดำ ณ สนามมาราคานา เปรียบเหมือนกุญแจปลดล็อกปมในใจ

มิน่า ... ก่อนดวลจุดโทษกับอัศวินสีส้ม เจ้าตัวจึงเผลอปลุกใจเพื่อนร่วมทีมจนเกินหน้าเกินตาโค้ชซะอีก

ขณะที่เยอรมนี มาหนนี้ไล่ทุบสถิติกระจุยกระจายอย่างบ้าคลั่ง มิโรสลาฟ โคลเซ ขึ้นแท่นเป็นดาวซัลโวโลกตลอดกาลไปแล้วจากจำนวน 16 ประตู อีกทั้งตัวเลขส่งบอลสถิติพังประตูคู่แข่ง การยิงตรงกรอบ ตบเท้าเข้าสู่บันทึกสถิติไปแล้วมากมาย

เอาง่ายๆ แม้เหลืออีกเกมเดียว แข้งอินทรีเหล็กยังมีสถิติให้สอยอีกอย่างน้อยๆ ก็ 2 แขนง เชื่อว่า โธมัส มุลเลอร์ คงมุ่งมั่นเป็นพิเศษ เพราะเวลานี้ไล่หลัง ฮาเมส โรดริเกซ อยู่ 1 ประตู หากซัดเพิ่มได้เขาจะได้เป็นดาวซัลโวฟุตบอลโลก 2 สมัยติดต่อ ส่วน มานูเอล นอยเออร์ ผู้รักษาประตูมือปลาหมึก ก็มีลุ้นเป็นนักเตะยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

ลองคิดภาพตามดูมันจะยิ่งใหญ่แค่ไหน หากผู้รักษาประตูโดดเด่นขโมยซีนผู้เล่นเกมรุกทั่วโลก ยังจำวินาทีที่ ออสกา หลุดมาตีไข่แตกให้บราซิลได้หรือไม่ ภาพที่เห็นนอยเออร์ยัวะเพื่อนมากที่ปล่อยคู่แข่งหลุดมายิงง่ายๆ อันที่จริงช่วงทดเจ็บนำขาดลอยถึง 70 ไม่ต้องหงุดหงิดก็ได้ แต่มันคงเป็นปฏิกิริยาของคนต้องการเก็บสถิติคลีนชีต

ไม่เพียงเท่านั้น หากเกมยืดเยื้อถึง 120 นาที และตัดสินผู้ชนะไม่ได้ นอยเออร์ก็ส่อแววขึ้นแท่นเป็นผู้รักษาคนแรกที่สามารถซัดประตูได้ในเกมชิงชนะเลิศฟุตบอลโลก เพราะหลายคนอาจยังไม่รู้ว่า นายทวารวัย 28 ปี คือมือยิงจุดโทษลำดับต้นๆ ของทีมอินทรีเหล็กยุดนี้ก็ว่าได้

ขนาดบอลยังไม่คิกออฟยังมีสถิติจ่อให้ทำลายมากมายขนาดนี้ อย่างนี้ยังไม่ใช่คู่ชิงฯ ในฝันอีกหรือ ???

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้