posttoday
บริโภคไม่ฟื้นเศรษฐกิจโตยาก

บริโภคไม่ฟื้นเศรษฐกิจโตยาก

09 กรกฎาคม 2557

แค่เดือนกว่าๆ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ

โดย...เกียรติศักดิ์ ผิวเกลี้ยง

แค่เดือนกว่าๆ ที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามาบริหารประเทศ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคก็ฟื้นขึ้นมาทันทีในเดือน พ.ค. 2557 อยู่ที่ระดับ 60.7 เป็นการปรับเพิ่มครั้งแรกในรอบ 14 เดือน และเป็นค่าดัชนีที่สูงสุดในรอบ 4 เดือน นับตั้งแต่เดือน ก.พ. 2557 เนื่องจากผู้บริโภคมีความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจไทยเพิ่มขึ้นตามสถานการณ์ทางการเมืองที่คลี่คลายลง

อย่างไรก็ตาม การบริโภคที่แท้จริงกลับยังไม่ฟื้นตัวเร็วตามดัชนีความเชื่อมั่น ทำให้การขยายตัวเศรษฐกิจไทยในช่วงที่เหลืออีก 6 เดือนของไทยอาจจะกลายเป็นการฟื้นตัวแบบอ่อนแรง

ก่อนหน้านี้มีการประเมินกันว่าการเร่งจ่ายเงินจำนำข้าวให้กับชาวนา 9.2 หมื่นล้านบาท เมื่อเดือน มิ.ย.ที่ผ่านมา จะทำให้การบริโภคฐานรากฟื้นตัว เกิดเงินหมุนในระบบเศรษฐกิจหลายรอบ ดันให้เศรษฐกิจฟื้นตัวได้รวดเร็ว โดยกระทรวงการคลังประเมินว่าจะทำให้ขยายตัวเพิ่มไม่น้อยกว่า 0.2% แต่ผลกลับผิดคาด

สาเหตุสำคัญเพราะเงินจำนำข้าวที่ได้นั้น ชาวนานำไปจ่ายหนี้สินที่ค้างชำระอยู่จำนวนมาก ทั้งหนี้จากนโยบายกระตุ้นการใช้จ่ายของรัฐบาลชุดเดิม และหนี้ที่กู้นอกระบบช่วงที่ยังไม่รับเงินจำนำข้าว

ขณะที่การบริโภคของคนชั้นกลางก็จุดไม่ติด แม้ดัชนีเชื่อมั่นการบริโภคจะดีขึ้น แต่เงินในกระเป๋าถูกเอาไปจ่ายค่าผ่อนรถคันแรก หนี้บ้านหลังแรก จนไม่สามารถบริโภคอะไรเพิ่มได้มาก อีกทั้งค่าครองชีพก็เพิ่มสูงลิ่ว ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าก๊าซ และอาหารการกิน

จึงไม่น่าแปลกใจที่จะเห็นภาพห้างสรรพสินค้าทุกแห่งจัดโปรโมชั่นลดราคาสินค้าแบบถล่มทลาย ที่เคยลดราคา 50% แล้วยังพอขายได้ เวลานี้บางแห่งต้องลดถึง 7080% เพื่อให้ผู้บริโภคควักเงินออกจากกระเป๋ามาซื้อให้ได้

การบริโภคที่มีทีท่าไม่ยอมฟื้นตัวนี้เป็นอุปสรรคในการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะหากการบริโภคไม่ขยับการลงทุนก็ยังไม่ขยายตัว เห็นได้จากตัวเลขการนำเข้าที่ยังติดลบต่อเนื่องทั้งการนำเข้าสินค้าเพื่ออุปโภคบริโภคและการนำเข้าวัตถุดิบเพื่อการผลิต

ภาวะดังกล่าวเป็นเงื่อนไขสำคัญทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ปรับลดประมาณการเศรษฐกิจไทยปีนี้จาก 2.7% ต่อปี เหลืออยู่ 1.5% ต่อปี แม้เห็นว่าเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลังฟื้นตัวได้ดีกว่าครึ่งแรก แต่ถือว่าฟื้นตัวได้ช้าเพราะการบริโภคการลงทุนยังฟื้นตัวได้ไม่มาก ขณะที่การลงทุนภาครัฐก็ยังต้องใช้เวลาที่เงินจะเข้าระบบ

ธปท.ประเมินว่าปีนี้การบริโภคภาคเอกชนจะโตแค่ 0.2% ส่วนปีหน้าจะขยายตัวได้ดี 4.7% ส่วนการลงทุนภาคเอกชนปีนี้จะติดลบ 2.6% แต่ปีหน้าจะโตได้ 11.2% ด้านการลงทุนภาครัฐขยายตัว 1.1% และปีหน้าจะสูงขึ้น 9.7% จากการเร่งการลงทุนและไม่มีปัญหาการเบิกจ่ายงบประมาณเหมือนปีนี้

ล่าสุด คสช.ออกมาระบุว่า เศรษฐกิจปีนี้จะขยายตัวไม่ต่ำกว่า 2% จากเดิมที่ตั้งใจทำให้ได้ถึง 3% แสดงให้เห็นว่าเศรษฐกิจยังไม่แข็งแรงพอที่จะโตแบบก้าวกระโดดในช่วง 56 เดือนที่เหลือ

ขณะที่กระทรวงการคลังประเมินว่าปีนี้จะขยายตัวได้ 2.6% โดยมีตัวเลขละเอียดยิบว่าปัจจัยบวกที่เพิ่มขึ้นกับปัจจัยลบที่ยังมีอยู่จะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวได้ 23% ตามที่หวังหรือไม่

ก่อนหน้านี้ คลังได้ตำหนิ ธปท.ว่าประเมินเศรษฐกิจปีนี้ต่ำเกินไป แต่เมื่อตัวเลขเศรษฐกิจล่าสุดเดือน พ.ค.ที่ออกมาทำให้คลังต้องคิดหนัก โดยเฉพาะการบริโภคภาคเอกชนที่พบว่ายอดจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มเดือน พ.ค.ที่ขยายตัวครั้งแรกในรอบ 3 เดือนในอัตรา 2.3% แต่เป็นการขยายตัวจากการจัดเก็บบนฐานนำเข้าที่สูงถึง 5% ขณะการจัดเก็บจากฐานการบริโภคในประเทศขยายตัวเพียง 0.1% หรือแทบไม่เพิ่มขึ้นเลย

ที่น่าเป็นห่วงคือ ปริมาณจำหน่ายรถจักรยานยนต์ในเดือน พ.ค. 2557 ติดลบถึง 17.8% โดยยอดขายรถจักรยานยนต์ในภูมิภาคติดลบ 21% ขณะที่ใน กทม. ยอดขายติดลบ 5.6% รวมทั้งยอดขายรถยนต์นั่งก็ติดลบ 44.4%

สาเหตุสำคัญมาจากภาคครัวเรือนมีรายได้ลดลง โดยเฉพาะเกษตรกร เพราะราคาสินค้าเกษตรสำคัญๆ เช่น ข้าว ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ราคาลดต่ำลงโดยถ้วนหน้า ทำให้รายได้เกษตรกรหดตัวตาม

ทั้งหมดแสดงให้เห็นว่าการบริโภคยังไม่ฟื้น ทำให้การลงทุนยังไม่ขยับ โดยประเมินว่าต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งกว่าที่การบริโภคจะฟื้นตัวอย่างชัดเจน ซึ่งน่าจะเป็นไตรมาส 4 ของปีนี้ ที่การบริโภคจะกลับมาขยายตัวเห็นได้อย่างชัดเจน เพราะเป็นช่วงปลายที่มีการจับจ่ายใช้สอยส่งท้ายเทศกาลปีเก่า ต้อนรับปีใหม่ 2558 ที่อาจจะทำให้เศรษฐกิจกระเตื้องขึ้น

อย่างไรก็ตาม การบริโภคที่อ่อนแอยังต้องการมาตรการกระตุ้นเพิ่มเติมจาก คสช.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสร้างความมั่นใจให้มีการบริโภคและการลงทุนขยายตัวเพิ่มขึ้น ที่ผ่านมามีการยืนยันว่าจะคงภาษีมูลค่าเพิ่มไว้ที่ 7% ออกไปอีก 1 ปี รวมทั้งลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาเหลือสูงสุด 35% จาก 37% คงภาษีเงินได้นิติบุคคลไว้ที่ 20% แต่สามารถเรียกความเชื่อมั่นการบริโภคการลงทุนได้ระดับหนึ่งเท่านั้น

แต่หากต้องการให้เศรษฐกิจปีนี้ขยายตัวได้ 23% ช่วงเวลาที่เหลืออีก 5 เดือนเศษจะต้องเดินหน้าโรดแมปกระตุ้นเศรษฐกิจเต็มสูบ เพื่อกระชากการบริโภคให้ฟื้นตัวและติดเรื่องการลงทุน เพื่อจะได้เห็นการขยายตัวเศรษฐกิจในรูปตัววีตามที่คาดไว้ เพราะหากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจไม่เพียงพอ ความหวังที่จะให้เศรษฐกิจปีนี้โตได้ 23% ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายอย่างที่คิด

ข่าวล่าสุด

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน

EmbeddingGemma 2 โมเดล AI ใหม่จาก Google รันได้บนสมาร์ทโฟน