
DSIถกสมาคมประมงวางมาตรการสกัดค้ามนุษย์
"พล.ต.อ.ชัชวาลย์" นัดหารือสมาคมประมงฯ แก้ปัญหาค้ามนุษย์ ให้เรือทุกลำแจ้งรายชื่อลูกเรือก่อนเข้า-ออกฝั่ง
"พล.ต.อ.ชัชวาลย์" นัดหารือสมาคมประมงฯ แก้ปัญหาค้ามนุษย์ ให้เรือทุกลำแจ้งรายชื่อลูกเรือก่อนเข้า-ออกฝั่ง
เมื่อวันที่ 7 ก.ค. พล.ต.อ.ชัชวาลย์ สุขสมจิตร์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ได้หารือกับ นายภูเบศ จันทนิมิ ประธานสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย สมาคมประมงนอกน่านน้ำไทย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาการค้ามนุษย์ที่เกิดจากการใช้แรงงานประมง
พล.ต.อ.ชัชวาลย์ ได้หารือในประเด็นการขอความร่วมมือในการสอดส่องดูแลไม่ให้มีการกระทำเกี่ยวกับการค้ามนุษย์ในเรือประมง พร้อมขอความร่วมมือให้ผู้ประกอบการนำแรงงานประมงไปจดทะเบียนแรงงานให้ถูกต้องตามนโยบายของรัฐบาล พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการจัดทำบัญชีลูกเรือทั้งคนไทยและต่างด้าวเพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบควบคุม และให้เจ้าของเรือจ่ายค่าจ้างให้ถูกต้องและครบถ้วน รวมถึงสวัสดิการให้เป็นไปตามหลักมนุษยธรรมแก่แรงงานประมง
ทั้งนี้ได้ขอความร่วมมือเจ้าของเรือผู้ประกอบการในการสับเปลี่ยนแรงงานในเรือประมงที่ออกไปทำประมงในทะเลเป็นเวลานาน เช่นเดียวกับการเปิดรับฟังประเด็นปัญหาเพื่อนำไปแก้ไขและเสนอให้องค์กรที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไปสืบเนื่องจากกรณีที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐอเมริกาปรับลดอันดับการค้ามนุษย์ของประเทศไทยประจำปี 2557 จากระดับ 2 เฝ้าดูมาสู่ระดับที่ 3
อธิบดีดีเอสไอ กล่าวด้วยว่า ในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยได้ดำเนินการในการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังมาโดยตลอดในทุกมิติ ทั้งการปราบปราม การป้องกัน และรวมทั้งแสวงหาความร่วมมือกับต่างประเทศแต่ในรายงานของประเทศสหรัฐอเมริกาดังกล่าว การแก้ปัญหาการค้ามนุษย์ ในส่วนของแรงงานประมงจึงมีประเด็นปัญหาที่ต้องพิจารณา คือ 1.แรงงานต่างด้าว จะต้องเข้ามาทำงานอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
2. มีการจัดระบบแรงงานต่างด้าว โดยให้ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมาย ทั้งในส่วนของผู้ประกอบการและแรงงาน มีสัญญาจ้างที่ชัดเจน รวมทั้งมีรายละเอียดเกี่ยวกับการทำงานบนเรือประมง
3. พยายามลดการใช้นายหน้าจัดหางานที่ไม่ถูกต้องตามกฎหมาย เมื่อมีการจัดระบบต่างๆ แล้ว รวมทั้งผู้ประกอบการและเจ้าของเรือทั้งหลายให้ความร่วมมือกับทางภาครัฐแล้ว หากมีผู้ฝ่าฝืนจะมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างจริงจังเพื่อลดปัญหาการค้ามนุษย์ในเรือประมง
พล.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวภายหลังการหารือว่าขณะนี้กำหนดกรอบการปฏิบัติดังนี้ เรือประมงทุกลำต้องมีแจ้งรายชื่อลูกเรือทุกคนต่อเจ้าหน้าที่ก่อนออกจากฝั่งและต้องสำเนารายชื่อพร้อมรูปถ่าย รวมทั้งมีร่างสัญญาจ้างให้ลูกเรือและติดในเรือทุกลำเห็นชัดเจน นอกจากนี้ เรือทุกลำต้องมีช่องทางติดต่อหรือมีวิทยุติดต่อกลับมายังชายฝั่งได้เพื่อนำตัวลูกเรือที่ต้องกลับขึ้นฝั่งได้ตามประสงค์
ส่วนเรือทัวร์หรือเรือที่ไปรับปลาจากเรือประมงกลางทะเลก็ต้องปฏิบัติเช่นเดียวกับเรือประมงโดยต้องแจ้งชื่อผู้ที่ไปกับเรือทั้งหมดในการนำเรืออกจากฝั่งและนำเรือเข้าฝั่ง ทั้งนี้ได้กำหนดระยะเวลาให้ผู้ประกอบการต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในวันที่21 กค.นี้เพื่อให้สอดคล้องกับที่คสช.กำหนดเรื่องการขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวให้เสร็จสิ้นในสันดังกล่าว
พ.ต.อ.ชัชวาลย์ กล่าวอีกว่า หากผู้ประกอบการรายใดหรือนายจ้างไม่ปฏิบัติตามก็จะมีความผิดตามพรบ.คนเข้าเมือง และพรบ.การทำงานของแรงงานต่างด้าว







