
รีเทิร์นลุยตรวจสอบทุจริต
บทบาทหน้าที่ของวีระไม่ได้เริ่มต้นจากการตรวจสอบข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนชายแดนไทยกัมพูชา
บทบาทหน้าที่ของวีระไม่ได้เริ่มต้นจากการตรวจสอบข้อพิพาทพื้นที่ทับซ้อนชายแดนไทยกัมพูชา 4.6 ตารางกิโลเมตร แต่เขาทำหน้าที่ตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นภาคประชาชนมานานหลายสิบปีแล้ว หากย้อนกลับไปช่วงเหตุการณ์รัฐบาลชวน หลีกภัย วีระในฐานะประธานกลุ่มพิทักษ์สิทธิเสรีภาพประชาชนขณะนั้น รับไม้ต่อการอภิปรายไม่ไว้วางใจ พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ เข้ายื่นหนังสือต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตรวจสอบบัญชีหนี้สินปริศนา 45 ล้านบาท จนในที่สุด พล.ต.สนั่น ถูกตัดสิทธิทางการเมือง 5 ปี
เหตุที่ทำให้เขาสามารถตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นบรรดานักการเมืองชนิดรู้ลึกตื้นหนาบาง เพราะมีความสนิทคุ้นเคยกับนักการเมืองหลายต่อหลายคนเป็นอย่างดี ต่างเป็นเพื่อน เป็นพี่ เป็นน้องด้วยกันทั้งสิ้น เพียงแต่วีระกลับเลือกเส้นทางตรวจสอบมากกว่าเลือกเข้าไปสู่อำนาจการเมือง
“วัฒนา เมืองสุข เพื่อนผม หมอเหวง โตจิราการ อาจารย์สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล เรียนห้องเดียวกัน เนวิน ชิดชอบ ก็เรียนห้องข้างๆ” วีระเล่าถึงพรรคพวกศิษย์เก่าโรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย ณ วันนี้ต่างคนต่างแยกย้ายไปทำหน้าที่บนทางเลือกของตัวเอง
“นักศึกษาหัวก้าวหน้ารุ่นเดียวกับผม อย่างคุณหมอเหวง อาจารย์สมศักดิ์ เมื่อเข้าป่ามีความคิดลักษณะอุดมการณ์ ซ้ายจัดโชคดีที่ผมเข้าธรรมะ จึงไม่ฝังหัวในบางเรื่องเหมือนกับพวกเขา” วีระเล่าถึงการได้เป็นลูกศิษย์พระธรรมโกศาจารย์ หรือท่านพุทธทาสภิกขุ ซึ่งเป็นอาจารย์องค์แรกหลังวีระออกจากป่า
นอกจากได้ศึกษาธรรมะกับท่านพุทธทาสภิกขุ ท่านแนะนำให้ไปเป็นลูกศิษย์หลวงพ่อชา สุภัทโท วัดหนองป่าพง ต่อมาหลวงพ่อชาป่วยมากท่านแนะนำให้ไปอยู่กับพระอาจารย์กัณหา สุขกาโม และท่านโพธิรักษ์ ซึ่งเป็นหลานชายแท้ๆ ของหลวงพ่อชา
ด้วยเหตุนี้ เมื่อวีระได้รับอิสรภาพ ภารกิจแรกจึงได้เดินทางไปกราบครูบาอาจารย์ตั้งแต่วันแรก ได้ไปกราบสมณะโพธิรักษ์ จากนั้นมีกำหนดการวันอังคารที่ 8 ก.ค. จะเดินทางไปวัดป่าทรัพย์ทวี อ.วังน้ำเขียว เพื่อไปกราบพระอาจารย์กัณหา สุขกาโม
ภารกิจต่อไปเดินหน้าตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่นตามเดิม โดยที่เขามีองค์กรอยู่แล้วในฐานะเลขาธิการเครือข่ายประชาชนต่อต้านคอร์รัปชั่น ซึ่งมีประชาชนส่งข้อมูลการทุจริตมาให้โดยตลอด รวมถึงได้ขุดคุ้ยด้วยตัวเอง เจ้าตัวบอกด้วยว่าเมื่อบ้านเมืองกำลังมีการปฏิรูป และประเด็นการตรวจสอบทุจริตคอร์รัปชั่นเป็นหนึ่งในการปฏิรูป พร้อมยินดีให้การสนับสนุน เพียงแต่ตอนนี้ยังไม่มีการประสานมา
ถามว่าการตรวจสอบพื้นที่พิพาททับซ้อนไทยกัมพูชา 4.6 ตารางกิโลเมตร จะดำเนินการต่อไปหรือไม่ วีระ ยืนยันว่าทำแน่ และคงต้องทำอย่างรอบคอบ “ถ้าคราวต่อไปถูกจับอีก เขาคงไม่ปล่อยแน่ ผมตายแน่” วีระกล่าวพร้อมหัวเราะ
ชนวนข้อพิพาททำให้เขารู้จักฮุนเซนมากขึ้น “ฮุนเซนมันเล่นผมแสบ” “กล่าวหาว่าผมเป็นสปาย หนังสือพิมพ์ต่างประเทศขึ้นพาดหัวกันหมดว่า วีระเป็นสายลับของไทย ผมขอถามว่า ผมทำงานให้ใคร ใครเป็นผู้บังคับบัญชาจะได้ไปตามเก็บเงินสักหน่อย ผมทำงานในฐานะประชาชนคนหนึ่งเท่านั้น”
หากย้อนติดตามวีรกรรมของวีระกับกัมพูชาแตกต่างจากรายอื่นที่มีการเจรจาต่อรองยอมปล่อยตัว โดยไม่ได้ยึดหลักข้อกฎหมายใดมากล่าวอ้างเหมือนวีระที่ต้องคิดคุกจำนวนเท่านั้นเท่านี้ปี อย่างเช่น กรณีตำรวจกัมพูชาจับกุมวิศวกรชาวไทยที่ลอบนำบันทึกเส้นทางการบิน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ ปรากฏว่ามีความพยายามจากบุคคลสำคัญทางการเมืองเจรจากับฮุนเซน จนได้รับการปล่อยตัว หรือกรณี พนิช วิกิตเศรษฐ์ อดีต สส.ประชาธิปัตย์ ซึ่งร่วมคณะกับวีระไปสำรวจพื้นที่ทับซ้อน ก็ได้รับการช่วยเหลือในเวลาไม่นานนัก ขณะที่วีระกลับถูกพิพากษาให้จำคุกยาวนานกว่า 3 ปี
“ครั้งแรกผมลงพื้นที่ไปกับนายก อบต.เจ้าของที่ดินทำบันทึกข้อตกลงกับทางกัมพูชาดำเนินคดีไม่ได้ แต่ครั้งที่สองไปกับพนิช ผมคิดว่ามีข้อตกลงไว้แล้วเขาคงปล่อย แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่กัมพูชาเอาตัวผมไปเฉยเลย”
อย่างไรก็ตาม หลังได้รับอิสรภาพ วีระ กล่าวถึงฮุนเซนว่า
“ผมให้อภัยหมดแล้ว บุคคลที่ให้ร้ายผมให้อภัยหมด ที่ผ่านมาถือว่าจบให้เป็นเวรเป็นกรรมไป เราลูกผู้ชายเหมือนเชลยศึกเหมือนเข้าสู่สนามรบ เมื่อแพ้มันล้อมจับเราได้ ติดคุกไม่มีปัญหา เรารบในสนามรบกลัวอะไร แต่ต่อไปถ้าเป็นเรื่องใหม่ยังเล่นกับประเทศเราไม่จบ ก็ต้องเจอกันอีก”
ส่วนคนในรัฐบาลไทยที่มีส่วนทำให้เสียผลประโยชน์ชาติ วีระ บอกว่า ไม่ได้คิดจ้องอาฆาตแค้นเพราะไม่มีประโยชน์ แต่เรื่องอะไรที่เป็นคดีความกันอยู่ก่อนเป็นอาญาแผ่นดิน ไม่ว่าจะเป็นรัฐบาลใด ให้อภัยไม่ได้เรื่องพวกนี้ผมต้องรื้อว่ากันต่อไป
ระหว่างนี้วีระจะรอดูฝีมือการทำหน้าที่ของฝ่ายรัฐก่อน กรณีข้อพิพาท 4.6 ตารางกิโลเมตร ซึ่งประเมินแล้วคงตกลงไม่ได้
“ใครก็ตกลงไม่ได้ ถ้ารัฐบาลไหนยอมอีกก็เสียหายคอยดูแล้วกัน ผมเคยพูดกับท่านทูต ท่านถามผมในฐานะส่วนตัว ถามตรงๆ คุณยังคิดจะมายุ่งวุ่นวายชายแดนอีกไหม ผมตอบท่านทูตไปว่า การรักษาอธิปไตยหน้าที่ใคร มันเป็นหน้าที่คุณ หน้าที่ของทหารนั่นแหละ รัฐธรรมนูญกำหนดไว้การรักษาอธิปไตยเป็นหน้าที่ทหาร ถ้าคุณทำหน้าที่ดี ประชาชนเขาไม่ไปยุ่ง ถ้าทหารเข้มแข็งผมไม่ไปยุ่ง แต่เมื่อคุณไม่ทำสิ ผมเป็นประชาชนเจ้าของประเทศจะปล่อยให้สูญเสียแผ่นดินไม่ได้” “ถ้าถามผมจะไปยุ่งอีกไหม ตอนนี้ผมตอบไม่ได้ ต้องนั่งดูผลงานพวกคุณก่อน ถ้ารักษาอธิปไตยได้จะไปยุ่งทำไม แต่ถ้าพวกมันเดินถือปืน นำอาวุธบุกเข้ามาไล่คนไทยออกไป ฝ่ายเราไม่ทำอะไรเลย ก็ทนไม่ได้หรอกครับ”
ไม่ว่าจะออกมาต่อสู้เรียกร้องปกป้องอธิปไตยชาติกันอย่างไร ถูกจับโดนยัดข้อหาว่าเป็นสายลับบ้าง กลายเป็นคู่กรณีแถวหน้าชนิดที่ฮุนเซนต้องขึ้นบัญชีบ้าง กระทั่งรัฐบาลที่ผ่านมามีความพยายามส่งคนมาเจรจาต่อรองเสนอเงื่อนไขการปล่อยตัว วีระได้สรุปบทเรียนจากนี้ ไม่มีอะไรมากไปกว่าเป็นเรื่องผลประโยชน์ทางการเมือง
“บทสรุปเรื่องนี้ การเมืองเป็นอย่างนี้ เป็นแต่เรื่องผลประโยชน์ของพวกเขา บางคน บางพรรค ไม่ใช่ประโยชน์ของคนทั้งประเทศหรือของคนกัมพูชา เป็นผลประโยชน์ของผู้มีอำนาจเท่านั้นเอง ไม่มีอะไรได้มาฟรีๆ ต้องมีอะไรแลกเปลี่ยน” เชลยศึก “วีระ” กล่าวทิ้งท้าย







