posttoday
ปปช.จ้องอายัดทรัพย์นักการเมือง

ปปช.จ้องอายัดทรัพย์นักการเมือง

04 กรกฎาคม 2557

ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามายึดอำนาจ สิ่งที่ คสช.ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก

โดย...ชลลดา อิงศรีสว่าง

ตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เข้ามายึดอำนาจ สิ่งที่ คสช.ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก คือ การแก้ไขปัญหาการคอร์รัปชั่น จึงเห็นการโยกย้ายข้าราชการแบบยกแผง รวมทั้งสอบสวนโครงการลงทุนที่ส่อว่าจะมีการทุจริต เรียกได้ว่า คสช.ทำการสแกนการคอร์รัปชั่นทุกพื้นที่ และส่งให้หน่วยงานที่รับผิดชอบนำไปดำเนินคดีต่อ

อย่างไรก็ตาม มีความกังวลใจว่า หากการเมืองกลับเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว สถานการณ์คอร์รัปชั่นก็จะกลับไปเหมือนเดิม ดังนั้นจำเป็นจะต้องวางระบบและวางแนวทางป้องกันแก้ไขปัญหาอย่างถาวร และให้ได้ผลอย่างเป็นรูปธรรม

ตัวกลางคนสำคัญที่มีส่วนในกระบวนการคอร์รัปชั่นโดยไม่รู้ตัว คือ สถาบันการเงิน ที่จะเป็นทางผ่านของเงินที่ทุกคนจะต้องใช้บริการ จึงมีการดักจับเครือข่ายการกระทำที่ผิดกฎหมายด้วยการออกกฎหมายฟอกเงิน ซึ่งกำหนดให้ตั้งสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และให้สถาบันการเงินส่งรายงานการฝาก ถอน และโอนเงินสดผ่านธนาคารรายการละ 2 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องส่งรายงานให้กับ ปปง. ซึ่ง ปปง.จะตรวจสอบหากเกิดคดีตามความผิดมูลฐานที่เข้าข่ายฟอกเงิน อาทิ การค้ามนุษย์ ค้ายาเสพติด คอร์รัปชั่น และสามารถสั่งอายัดทรัพย์ผู้ต้องสงสัยห้ามเคลื่อนย้ายเงินฝากจากธนาคาร ซึ่งธนาคารพาณิชย์ก็จะต้องทำตามไม่เช่นนั้นถือว่าฝ่าฝืนกฎหมาย

แต่กฎหมายฟอกเงินอาจจะยังไม่สามารถแก้ไขการคอร์รัปชั่นได้ตรงจุด ทางคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) จึงเสนอแก้ไขกฎหมายโดยอาศัยอำนาจคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. กำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานการทำธุรกรรมการเงินของนักการเมืองทุกระดับ รวมถึงนักการเมืองท้องถิ่นต้องรายงานธุรกรรมต่อ ป.ป.ช.ด้วย จากเดิมที่รายงานให้เฉพาะ ปปง.เท่านั้น

สาระสำคัญของประกาศที่เตรียมออกจะกำหนดให้สถาบันการเงินต้องรายงานการทำธุรกรรมการเงินของผู้มีหน้าที่ยื่นบัญชีทรัพย์สินต่อ ป.ป.ช. ทั้งนักการเมืองระดับชาติ ระดับท้องถิ่น ตลอดจนข้าราชการประจำ กรณีการทำธุรกรรมที่เป็นอสังหาริมทรัพย์ตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป หรือเงินสดตั้งแต่ 5 แสนบาทขึ้นไป เพื่อให้ ป.ป.ช.นำมาตรวจสอบว่ามีความผิดปกติหรือไม่

ปัจจุบัน ป.ป.ช.มีอำนาจตรวจสอบธุรกรรมทางการเงินของนักการเมืองที่มีหลักฐานชัดเจนว่าทุจริตคอร์รัปชั่น โดยสามารถส่งหนังสือให้สถาบันการเงินตรวจสอบรายการให้ แต่สิ่งที่กฎหมาย ป.ป.ช.ด้อยกว่ากฎหมาย ปปง.ก็คือ การสั่งอายัดทรัพย์ เพราะกว่า ป.ป.ช.จะยึดทรัพย์นักการเมืองที่ทุจริตคอร์รัปชั่น ก็จะต้องรอให้ศาลฎีกามีคำสั่งให้คดีถึงที่สุดเสียก่อน ซึ่งใช้เวลานานมากหลายปี โดยผู้ถูกกล่าวหาสามารถที่จะโยกย้ายเงินออกจากบัญชีไปจนคดีสิ้นสุด สุดท้ายไม่สามารถยึดทรัพย์นำเงินกลับคืนเข้าแผ่นดินได้เท่ามูลค่าที่รัฐบาลเสียหายได้เลย

สุรศักดิ์ ดุษฎีเมธา รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ปัจจุบัน ป.ป.ช.ก็ขอข้อมูลจากสถาบันการเงินได้อยู่แล้ว แต่เป็นการขอโดยระบุชื่อบุคคลที่สงสัยว่าจะกระทำผิด แต่ไม่ได้ให้ธนาคารพาณิชย์ต้องรายงานธุรกรรมทุกรายการ หาก ป.ป.ช.จะดำเนินการจริง ก็จะต้องหารือกับสถาบันการเงินและธนาคารพาณิชย์อีกหลายรอบ

“สิ่งที่ธนาคารต้องการรายละเอียดในการตรวจสอบบัญชี คือ เลขที่บัตรประชาชน เพราะจะตรวจสอบได้แม่นยำกว่า หากตรวจสอบจากชื่ออาจจะมีปัญหา เพราะชื่อและนามสกุลของคนไทยสามารถซ้ำกันได้” สุรศักดิ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม หาก ป.ป.ช.ต้องการให้ธนาคารทำตามกฎหมายที่จะปรับปรุงใหม่ ธนาคารก็ยินดีจะปฏิบัติตามกติกา และจะต้องใช้เกณฑ์เดียวกันในการตรวจสอบทั้งธนาคารพาณิชย์และธนาคารเฉพาะกิจของรัฐ

ด้าน ฐากร ปิยะพันธ์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อยุธยา แคปปิตอล เซอร์วิสเซส กล่าวว่า ป.ป.ช.สามารถร่วมมือขอข้อมูลกับ ปปง.ได้ โดยไม่ต้องไปแก้ไขกฎหมาย น่าจะทำได้รวดเร็วกว่า และไม่ยุ่งยากต่อการปฏิบัติงานที่อาจจะซ้ำซ้อนกัน

แหล่งข่าวจากสมาคมธนาคารไทย ระบุว่า การที่จะให้ธนาคารพาณิชย์รายงานธุรกรรมการเงินเพิ่มสำหรับนักการเมือง เป็นเรื่องยากไม่เหมือนการส่งข้อมูลให้ ปปง. เนื่องจากกฎหมาย ปปง.รายงานทุกรายการและลูกค้าทุกคน ไม่ได้จำกัดเฉพาะนักการเมือง ที่สถาบันการเงินส่วนใหญ่วิตกกังวล คือ ไม่รู้ว่าใครเป็นนักการเมืองท้องถิ่น รายชื่อและข้อมูลลูกค้าจะต้องให้ ป.ป.ช.ส่งมาให้

“เรื่องนี้เป็นเรื่องละเอียดอ่อน เพราะเกี่ยวข้องกับความลับของลูกค้า ซึ่งธนาคารพาณิชย์ก็มีกฎหมายห้ามเปิดเผยความลับของลูกค้า การขอความร่วมมือใดๆ ธนาคารยินดีให้ความร่วมมือ แต่ต้องมีกฎระเบียบที่ชัดเจนและถูกต้องกำกับไว้ด้วย” แหล่งข่าวเปิดเผย

สำหรับมูลเหตุที่ ป.ป.ช.ต้องการแก้ไขกฎหมายนั้น แหล่งข่าวคาดว่าเกิดการจากที่ ป.ป.ช.ต้องการอำนาจในการสั่งห้ามเคลื่อนย้ายเงิน เพื่อลดความเสียหายที่รัฐได้รับจากนักการเมืองที่ทุจริต ซึ่งก็เป็นแนวคิดที่ควรจะสนับสนุน

อย่างไรก็ดี การออกกฎระเบียบใดๆ ก็จะต้องหารือกับเอกชนให้เรียบร้อยก่อน เพราะการให้เพิ่มรายงานของธนาคารก็เท่ากับเป็นการเพิ่มต้นทุน เพิ่มงานให้มากยิ่งขึ้น หากแก้ไขกฎหมายเพิ่มขั้นตอนในการห้ามเคลื่อนย้ายเงิน ก็จะมีผลกระทบไม่มาก แต่หากให้รายการใหม่ จะเป็นเรื่องยุ่งยากต่อสถาบันการเงิน วิธีการที่ดีที่สุด คือ การใช้ข้อมูลจาก ปปง.และใช้กฎหมาย ป.ป.ช.สั่งห้ามเคลื่อนย้ายเงิน ก็น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

กระทั่ง ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เองก็เห็นว่า การดำเนินการตามที่ ป.ป.ช.ต้องการ อาจจะไปซ้ำซ้อนกับงานของ ปปง. และอาจส่งผลกระทบให้ไม่มีคนดีอยากเข้ามาเป็นกรรมการรัฐวิสาหกิจก็ได้

แค่นี่เพียงยกแรกสำหรับแนวคิดนี้ ความเห็นต่างก็หลั่งไหลเข้ามา และ ป.ป.ช.เองก็ยังไม่ระบุชัดเจนว่าจะดำเนินการต่อไปอย่างไร เรื่องนี้คงต้องหารือกันอีกหลายยก กว่านโยบายนี้จะมีผลในทางปฏิบัติจริง

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI