
อุตฯสีเขียวขอนแก่นฝันค้าง
ทุนจีนถอยทัพที่ดินพุ่งดันงบบานปลายพนง.เชฟกินลุ้นคู่แข่งเทกโอเวอร์
ทุนจีนถอยทัพที่ดินพุ่งดันงบบานปลายพนง.เชฟกินลุ้นคู่แข่งเทกโอเวอร์
กลุ่มทุนจีนล้มโครงการอุตสาหกรรมสีเขียวขอนแก่น ที่ดินพุ่ง ไร่ละ 5 แสนบาท จาก 5 หมื่นบาท
นายวิฑูรย์ กมลนฤเมธ ประธานที่ปรึกษากิตติมศักดิ์ สภาอุตสาหกรรม จ.ขอนแก่น ในฐานะคณะกรรมการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว จ.ขอนแก่น เปิดเผยว่า ได้รับการยืนยันจากบริษัท เบรนซิตี้ ซึ่งเป็นผู้จัดทำโครงการนิคมอุตสาหกรรม สีเขียว ว่า โครงการจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียวได้ยุติลงแล้วในภาพรวมทั้งหมด เนื่องจากบริษัทไม่สามารถที่จะดำเนินการจัดหาและรวบรวมที่ดินกว่า 4,000 ไร่ ให้กับกลุ่มนักลงทุนจากประเทศจีนได้
ทั้งนี้ ตามแผนการดำเนินงานตลอดทั้งช่วงที่ผ่านมา เนื่องจากปัญหาราคาที่ดินที่นายหน้านำเสนอนั้นสูงกว่าราคาเดิมที่ตกลงไว้หลายเท่าตัว จากเดิมราคาไร่ละประมาณ 56 หมื่นบาท พุ่งขึ้นเป็นไร่ละ 5 แสนบาท ประกอบกับระยะเวลาของการจัดซื้อที่ดินตั้งแต่เดือน ก.ย.ของปีที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้ยังคงไม่สามารถที่จะสรุปได้ ทำให้กลุ่มนักลงทุนจากจีนขอยกเลิกเข้ามาลงทุนเพราะนานเกินไป โดยมีการตั้งงบลงทุนไปแล้วแต่งบกลับบานปลายกว่าที่ตั้งไว้ทั้งหมด
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาแม้ทาง จ.ขอนแก่น และสภาอุตสาหกรรมฯ จะอำนวยความสะดวกและประสานงานในขั้นตอนต่างๆ แต่ราคาที่ดินที่สูงเกินความเป็นจริงและไม่ได้ตามที่นักลงทุนต้องการทำให้โครงการดังกล่าวจำเป็นจะต้องยุติลง แต่ทางสภาอุตสาหกรรมฯ ยังคงมั่นใจศักยภาพในภาพรวมของ จ.ขอนแก่น โดยเฉพาะกับแผนการสนับสนุนและส่งเสริมจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว เนื่องจากยังคงมีบริษัทต่างๆ ทั้งกลุ่มทุนภายในประเทศและต่างประเทศ สนใจยื่นความจำนงเข้ามาลงทุนอยู่เป็นจำนวนมาก อีกทั้งยังคงได้รับการสนับสนุนจากภาครัฐที่ได้จัดให้เป็นโซนนิ่งภาคธุรกิจอุตสาหกรรม สีเขียว
นอกจากนี้ พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่สนใจจัดตั้งนิคมอุตสาหกรรมสีเขียว โดยไม่จำเป็นต้องตั้งอยู่ในที่ดินแปลงเดิมก็ได้ ซึ่งโครงการดังกล่าวได้รับการผลักดันตั้งแต่ปี 2554 มีเป้าหมายรองรับการลงทุนเฉพาะอุตสาหกรรมสะอาด ไม่ก่อมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม ประกอบด้วย ธุรกิจอุตสาหกรรมผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมผลิตเครื่องมือแพทย์
ขณะที่พนักงานบริษัท เซฟสกิน คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) ผู้ผลิตถุงมือยางส่งออกสหรัฐตั้งอยู่ถนนกาญจนวนิช ต.พะตง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ซึ่งประกาศปิดกิจการปลายปีนี้ ทำให้ต้องถูกจ้างงานกว่า 3,000 คน ต่างก็หวังว่าจะมีบริษัท คู่แข่งเข้ามาเทกโอเวอร์ ซึ่งจะทำให้พนักงานมีงานทำต่อไป
ด้านพนักงานโรงงานเชฟสกินรายหนึ่ง กล่าวว่า ทางโรงงานได้ปิดประกาศเมื่อวันที่ 23 มิ.ย.ที่ผ่านมา แจ้งว่าโรงงานจะปิดถาวรสิ้นปีนี้ สาเหตุอาจมาจากปัญหาเศรษฐกิจสหรัฐยังไม่พ้นวิกฤตซบเซาส่งผลกระทบต่อโรงงานแห่งนี้โดยตรง เพราะผลิตเพื่อส่งออกไปสหรัฐ 100%







