posttoday
วัดใจคสช.คุมขายสลาก 80 บาท

วัดใจคสช.คุมขายสลาก 80 บาท

02 กรกฎาคม 2557

นโยบายขายสลาก 80 บาท เพื่อคืนความสุขให้ประชาชนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)

โดย...กนกวรรณ บุญประเสริฐ

นโยบายขายสลาก 80 บาท เพื่อคืนความสุขให้ประชาชนของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่เอาจริงเอาจังเรื่องราคาขายเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ก.ค. สำหรับสลากที่จะออกในงวดวันที่ 16 ก.ค.นี้ แรกทีเดียวเชื่อว่าน่าจะเป็นโครงการที่เรียกคะแนนนิยมจากประชาชนได้ แต่พอหลังจากมีข่าวไปรษณีย์อยุธยาทำสลากหล่นหาย ทำให้เรื่องวุ่นหนัก สลากงวดที่ผ่านมาขายแทบไม่ออก คนไม่กล้าซื้อสลากกลัวไปซื้อเจอเลขที่หายเกิดถูกรางวัลแล้วไปขึ้นเงินจะโดนจับโทษอาญา

ประกอบกับมาตรการคุมเข้ม หลัง พล.ท.อนันตพร กาญจนรัตน์ ประธานคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) ที่ได้รับมอบหมายให้เข้ามาดูเรื่องการขายสลากเกินราคา ได้เข้าหารือกับผู้บริหารสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและสั่งออกมาตรการขั้นเด็ดขาดด้วยการส่งหนังสือถึงผู้ค้าทั่วประเทศ ว่าหากพบใครขายสลากเกินราคาจะถูกยึดโควตาคืนทันที

ส่งผลให้งวดที่ผ่านมา สลากเหลือเต็มแผง ขายไม่ออก ผู้ค้ารายย่อย คนเดินเร่ขายสลาก พากันพับแผงสลากหอบข้าวของกลับบ้านนอกไปตั้งหลักดูท่าที คสช.ก่อน เพราะกลัวโดนจับการปล่อยข่าวออกเช่นนี้ เข้าใจว่า คสช.ต้องการส่งสัญญาณเพื่อบีบยี่ปั๊วซาปั๊ว เจ้าพ่อเจ้าแม่สลาก 5 เสือ มาเฟียคนพิการ องค์กร มูลนิธิต่างๆ ที่ได้โควตาสลากไป ขอให้ลดกำไรและหักค่าหัวคิวขายสลากแพงให้รายย่อย ช่วยลดราคาลงมาหน่อย เพราะถ้าเทียบส่วนต่างราคาจากต้นทุนที่ 72-73 บาทแล้วมาขายกัน 110 บาท เท่ากับมีผลประโยชน์เกี่ยวข้องมากถึง 3 หมื่นล้านบาท/ปี จากนี้คงถึงเวลาจัดระเบียบขุมทรัพย์สำนักงานสลากฯ เสียที

สาเหตุที่การแก้ปัญหาสลากแพงทำกันมาหลายยุคหลายสมัย แต่ไม่สำเร็จเสียที เพราะผู้กำหนดนโยบายคือรายเดียวกับผู้ได้รับประโยชน์ ว่ากันว่าเกือบทุกรัฐบาลก่อนหน้านี้ รายได้จากการจัดสรรสลากให้กับพวกพ้องนักการเมือง รวมถึงเงินใต้โต๊ะที่ผู้ค้ารายใหญ่ต้องจ่ายเป็นค่าเบิกทางให้ผู้มีอำนาจจะถูกนำส่งเข้าพรรคการเมืองด้วย นอกจากนี้ยังมีผลประโยชน์บางส่วนตกถึงคนในสำนักงานสลากฯ ผ่านโควตาที่จัดสรรให้องค์กรที่สำนักงานสลากฯ จัดตั้งขึ้น รวมถึงเงินที่ต้องจ่ายให้เจ้าหน้าที่จ่ายสลาก จนถูกร้องเรียนว่าแค่จัดเลขสวยให้ก็จะได้เล่มละ 20 บาท ทำให้สำนักงานสลากฯ เข้าตรวจสอบข้อเท็จจริงอยู่ขณะนี้

ขณะที่แนวทางแก้ไขที่ผ่านมาเป็นรูปแบบที่เหมือนเอาสีข้างเข้าถูก เช่น ให้พิมพ์สลากเพิ่มจากเดิมเคยขายอยู่ 46 ล้านฉบับ เป็น 72 ล้านฉบับในปัจจุบัน แต่ราคาสลากก็ยังสูงขึ้นทุกวันไม่มีลด หรือในสมัย วราเทพ รัตนากร เป็น รมช.คลัง กำกับดูแลสำนักงานสลากฯ ก็เคยออกไอเดีย พิมพ์สลากแยกสีเพื่อให้ง่ายต่อการตรวจสอบว่าต้นตอสลากนี้มาจากไหน หากมีการจับกุมว่าขายเกินราคา แม้กระทั่งการปล่อยข่าวยกเลิกโควตา 5 เสือ สุดท้ายก็เป็นข่าวหลอก เพราะแม้จะยกเลิกจริงก็ตั้งบริษัทใหม่มารับโควตาไปแทนได้ไม่ยาก

จะเห็นว่าภาพรวมโควตาสลาก 72 ล้านฉบับ/งวด ในปัจจุบัน แยกเป็นสลาก 50 ล้านฉบับ หรือ 5 แสนเล่ม มีผู้ที่ได้รับโควตาเป็นรายย่อยส่วนกลาง 1.46 แสนเล่ม รายย่อยส่วนภูมิภาค (จัดสรรผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดและคลังจังหวัด) 1.9 แสนเล่ม นิติบุคคล 1.72 หมื่นเล่ม องค์กร/มูลนิธิและสมาคม 1.35 แสนเล่ม และมูลนิธิสำนักงานสลากฯ 1.02 หมื่นเล่ม ขณะที่สลากการกุศลมีจำนวน 22 ล้านฉบับ หรือ 2.2 แสนเล่ม จัดสรรให้กับนิติบุคคล (บริษัท หจก.) 1.17 แสนเล่ม และสมาคมคนพิการ องค์กรการกุศลอีก 1.02 แสนเล่ม

แต่สุดท้ายแล้วสลากเกือบทั้งหมดจะถูกขายส่งกลับคืนไปให้เจ้าพ่อเจ้าแม่สลากที่ปัจจุบันตกทอดมาถึงลูกหลาน และยังมีเสือตัวใหม่เพิ่มมารวมเล่มขายเกินราคากลับไปที่รายย่อยอีก 23 ทอด จนราคาสลากที่ผู้ค้าคนสุดท้ายต้องขายอยู่ที่ราวคู่ละ 9293 บาท กลไกตลาดที่บิดเบี้ยวเหล่านี้ทำให้การแก้ปัญหาเกินราคาทำได้ไม่จบเสียที

ฉะนั้น หากต้องการจะแก้ปัญหาสลากเกินราคาจริงๆ ก็ต้องยกเลิกระบบโควตาที่เป็นต้นตอของทั้งหมด ซึ่งครั้งนี้เชื่อว่าประชาชนและภาคสังคมต่างจับตาการทำงานที่เข้มข้นของ คสช.มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา เพราะจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่ที่ คสช.จะปรามผู้ที่ได้โควตาสลากรายใหญ่อย่างไร รวมทั้งการหามาตรการทางสังคมรองรับผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด โดยเฉพาะผู้ค้ารายย่อย คนพิการที่ได้โควตา ที่ได้รับผลกระทบมากที่สุด

สมชาติ วงศ์วัฒนศานต์ ผู้อำนวยการองค์การสุรา อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสลากฯ เสนอแนวทางแก้ปัญหาสลากเกินราคาว่า 1.ให้ยกเลิกรางวัลแจ็กพอต 50 ล้านบาทของสลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อลดการรวมเล่มที่เป็นต้นเหตุทำให้สลากแพง 2.เพิ่มปริมาณสลากด้วยการตัดสลากที่ขายเป็นคู่ออกครึ่งหนึ่ง เพราะปัจจุบันสลากมี 72 ล้านฉบับ เท่ากับมีสลากขายจริงๆ 36 ล้านคู่ หากตัดออกครึ่งหนึ่งจะทำให้สลากมี 76 ล้านฉบับ ในราคาฉบับละ 40 บาท จะทำให้การรวมเล่มยากขึ้น 3.พิมพ์สลากขายรายย่อยแบบไม่จำกัดจำนวน โดยเปิดให้มีการสั่งจองล่วงหน้า 2 งวด และต้องจ่ายเงินมัดจำอย่างน้อย 10% เพื่อป้องกันการไม่มารับสลากและใช้เป็นค่าพิมพ์และทำลายสลากในส่วนที่เหลือจอง โดยต้องทำข้อตกลงให้รายย่อยขายสลากตามราคา ซึ่งจะทำให้พ่อค้ารายใหญ่ค่อยๆ หมดความสำคัญลง

สำหรับวิธีการที่ 4 คือการออกสลากออนไลน์ให้ประชาชนเลือกซื้อเลขที่ชอบได้ตามใจ แต่มีปัญหาที่การจ่ายรางวัลเป็นแบบผันแปร ผู้ซื้อมากจะได้รางวัลน้อย จึงต้องตั้งกองทุนเงินรางวัลเพื่อประกันการจ่ายรางวัลขั้นต่ำจะได้แข่งขันกับหวยใต้ดินได้ หรืออาจกลับไปใช้การออกสลากแบบ 2 ตัว และ 3 ตัว แบบเดิมที่จ่ายรางวัล 2 ตัว บาทละ 60 บาท และ 3 ตัว บาทละ 500 บาท แต่กรณีต้องแก้ พ.ร.บ.สำนักงานสลากฯ เพื่อตั้งกองทุนเงินรางวัลสำรองเงินไว้ กรณีมีกำไรเก็บสะสมไว้จ่ายตอนที่ขาดทุนเพราะมีคนถูกรางวัลมากๆ

อย่างไรก็ดี เชื่อว่าในการแก้ปัญหาสลากเกินราคาของ คสช.ครั้งนี้ มีโอกาสจะพลาดได้สูง เพราะขีดเส้นตายไว้ว่าต้องขายให้ได้ 80 บาท ภายในงวดวันที่ 16 ก.ค. ขณะที่การแก้ปัญหามีตัวแปรหลายตัวที่ควบคุมอยาก โดยเฉพาะในต่างจังหวัดที่อาจมีกำลังคนไปสอดส่องดูแลไม่พอ แต่ภายใต้ความเอาจริงเอาจังของ คสช.ก็ขอเอาใจช่วยให้จัดการเหล่ามาเฟียไม่ให้มาเกาะกินผลประโยชน์ชาติเหมือนที่ผ่านมา

ข่าวล่าสุด

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค

ทรู โชว์วิสัยทัศน์ผสาน AI ครบวงจร ดันไทยสู่ฮับดิจิทัลระดับภูมิภาค