posttoday
ชงปรับแผนมุ่งตลาดเอเชีย

ชงปรับแผนมุ่งตลาดเอเชีย

01 กรกฎาคม 2557

หมดสิทธิจีเอสพีเน้นตีจีนอินเดียแทนเร่งลดต้นทุนปิดการเจรจาคู่ค้า

หมดสิทธิจีเอสพีเน้นตีจีนอินเดียแทนเร่งลดต้นทุนปิดการเจรจาคู่ค้า

สภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือเล็งปรับเป้าส่งออกต่ำกว่า 3% เชื่อขีดการแข่งขันลดฮวบหลังยกเลิกจีเอสพีไทย

นายนพพร เทพสิทธา ประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า การส่งออกของไทยในเดือน พ.ค. 2557 มีมูลค่า 19,401 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลงมาถึง 2.14% จากมูลค่าการส่งออก ซึ่งถือเป็นสัญญาณร้าย เพราะในระยะ 5 เดือนที่ผ่านมาการส่งออกของไทยขยายตัวติดลบมากขึ้นถึง 1.22% ซึ่งตัวเลขการส่งออกที่ติดลบอย่างต่อเนื่องถือเป็นสัญญาณชี้ถึงความสามารถในการแข่งขันของไทยว่ามีแนวโน้มลดลงในระยะยาว ดังนั้นในเดือน ก.ค.นี้สภาผู้ส่งออกฯ จะทบทวนตัวเลขการส่งออกของไทยอีกครั้งโดยเบื้องต้นคาดว่าจะขยายตัวได้ไม่เกิน12%

นายนพพร เสนอว่า ไทยจำเป็นต้องหันไปมุ่งเน้นการส่งออกไปตลาดอาเซียนเช่น จีน ญี่ปุ่น อาเซียน แอฟริกา อินเดีย ให้มากขึ้นเพื่อชดเชยกับยอดส่งออกที่ลดลงจากตลาดสหรัฐและสหภาพยุโรปแล้ว จะส่งผลต่อเป้าการส่งออกทั้งปีที่ตั้งไว้ 3% อย่างแน่นอน

ทั้งนี้ ในส่วนของผู้ประกอบการไทยควรมีการปรับลดค่าใช้จ่ายในอุตสาหกรรมของตัวเองลงให้ได้ 10-15% เพื่อให้สามารถประคับประคองธุรกิจให้เดินหน้าต่อไปได้โดยเฉพาะธุรกิจเอสเอ็มอี

“ไม่แปลกใจที่สหรัฐปรับลดอันดับรายงานการค้ามนุษย์ไทยเป็นเทียร์ 3 ขณะที่อียูไม่เจรจาเอฟทีเอ ไทยอียู ซึ่งทำให้ผลกระทบที่ไทยถูกตัดสิทธิประโยชน์ด้านภาษี (จีเอสพี) รุนแรงขึ้น ซึ่งในปีนี้ไทยเริ่มถูกตัดสิทธิในสินค้า 50 รายการ และในปี 2558 จะถูกตัดสิทธิเพิ่มอีกกว่า 723 รายการ จึงทำให้ขีดความสามารถในการแข่งขันลดลง อีกทั้งผลกระทบทางการค้าจากสหรัฐอียูครั้งนี้ จะส่งผลต่อยอดคำสั่งซื้อในปี 2558” นายนพพร กล่าว

นายนพพร กล่าวว่า ทางออกที่เจ้าหน้าที่ของรัฐและรัฐบาลใหม่ต้องเข้ามาช่วยเหลือในระยะสั้น คือ สนับสนุนผู้ประกอบการเอสเอ็มอีทุกด้าน จัดสรรงบประมาณสำหรับโครงการใหม่เพื่อยกระดับผู้ประกอบการไทยให้เข้มแข็ง แก้ไขปัญหาเรียกเก็บค่าใช้จ่ายในการขนส่งสินค้าระหว่างประเทศที่ไม่เป็นธรรม

มาตรการช่วยเหลือระยะยาวต้องเข้ามาจัดระเบียบด้านแรงงาน แก้ไขกฎหมายศุลกากรและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่ออำนวยความสะดวกทางการค้า ส่งเสริมการค้าผ่านชายแดน เตรียมความพร้อมสำหรับเจรจาการค้าไทยอียู

นายวัลลภ วิตนากร รองประธานสภาผู้ส่งออกสินค้าทางเรือฯ กล่าวว่า เป็นห่วงเรื่องสถานการณ์การส่งออกของไทย โดยเฉพาะเรื่องให้จีเอสพี ซึ่งปีหน้าจะทำให้ไทยส่งออกได้น้อยลงอย่างแน่นอน เพราะสินค้าที่มีจีเอสพีของไทยกว่า 700 รายการ ที่เคยได้รับการลดหย่อนภาษีมากถึง 7-10% ผู้นำเข้าจะต้องเสียภาษีนำเข้าเพิ่มขึ้น รองเท้าที่ไทยจะส่งออกไปอียู จะต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นอีก 7.8% จากปกติราคาขายรองเท้าไทยก็แพงกว่าเวียดนามอยู่แล้ว ดังนั้นในปีหน้าไทยส่งออกรองเท้าได้น้อยกว่าเวียดนามแน่นอน ยิ่งทำให้ไทยสูญเสียตลาดส่งออกรองเท้าให้ประเทศอื่น

“กว่าไทยจะมีการเลือกตั้งและเจรจาเอฟทีเอไทยอียูได้ น่าจะใช้เวลากว่า 1 ปีครึ่ง ดังนั้นในช่วงที่ยังไม่สามารถเจรจาได้ ผู้ส่งออกควรรีบติดต่อเจรจาการค้าให้แล้วเสร็จโดยเร็ว” นายวัลลภ กล่าว

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้