posttoday
คาดวินรถตู้ย้ายไปมักกะสันไม่ถึง100คัน

คาดวินรถตู้ย้ายไปมักกะสันไม่ถึง100คัน

30 มิถุนายน 2557

ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการรถตู้ คาด วินรถตู้ย้ายไปจุดพักรถมักกะสันน้อย เนื่องจากเกรงรับผู้โดยสารไม่ทัน ส่วนใหญ่หาที่เช่าใกล้อนุสาวรีย์ชัยฯ ส่วนการลดค่าโดยสารเป็นไปไม่ได้ เพราะราคาต่ำอยู่แล้ว

ตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการรถตู้ คาด วินรถตู้ย้ายไปจุดพักรถมักกะสันน้อย เนื่องจากเกรงรับผู้โดยสารไม่ทัน ส่วนใหญ่หาที่เช่าใกล้อนุสาวรีย์ชัยฯ ส่วนการลดค่าโดยสารเป็นไปไม่ได้ เพราะราคาต่ำอยู่แล้ว

เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. เวลา 16.00 น. นายไชยาภัทร เกิดเกียรติ ผู้จัดการ หจก.โชควัฒนา-36 และตัวแทนกลุ่มผู้ประกอบการรถตู้ เปิดเผยถึงมาตรการจัดระเบียบรถตู้โดยสารที่ให้มีการการย้ายจุดพักรถตู้ไปยังสถานีรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตเรลลิ้งค์ มักกะสัน โดยระบุว่า มาตรการดังกล่าวยังไม่ประสบผลสำเร็จมากนัก โดยคาดว่าจะมีรถตู้ไปจอดยังจุดพักรถตู้ดังกล่าวไม่ถึง 100 คัน

จากการสอบถามผู้ประกอบการส่วนใหญ่ พบว่า กังวลเรื่องเวลาในการรับผู้โดยสาร เพราะจุดพักรถที่มักกะสันอยู่ห่างออกไปพอสมควร ซึ่งช่วงเวลากลางวันหากการจราจรไม่ติดขัด จะใช้เวลารา 5-10 นาที แต่ในเวลาเร่งด่วนจะไม่สามารถมารับผู้โดยสารทัน ทั้งนี้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่จึงหาวิธีแก้ไขด้วยตนเอง โดยการหาพื้นที่ของเอกชน เพื่อเป็นจุดพักรถ

"ผมมั่นใจว่าจะมีรถตู้ไปจอดตรงจุดที่เตรียมไว้น้อยมาก เพราะมันมีขั้นตอนเยอะ ต้องไปขึ้นทะเบียน ทำบัตรเข้า-ออก กับการรถไฟ ซึ่งเป็นเจ้าของพื้นที่ เพิ่งเสนอไปว่าควรทำให้ง่าย ให้สะดวกสำหรับใครที่จะมาจอด  ซึ่งที่สำคัญที่สุดคือเรื่องเวลา ไปอยู่ไกลมันบริหารเวลาไม่ได้ โดยเฉพาะช่วงเวลาเร่งด่วน เป็นสิ่งที่พวกเรากังวล เบื้องต้นได้ประสานไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งได้รับการอนุโลมให้จอดบนพื้นที่ใต้ทางด่วนดินแดง ส่วนพื้นที่ใต้ทางด่วนอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิยังไม่ได้รับการตอบรับ เพราะ 2 จุดนี้ใกล้กับอนุสาวรีย์ชัยฯ จะสามารถจัดการได้ง่ายกว่า"นายไชยาภัทรกล่าว

นายไชยาภัทร กล่าวอีกว่า ที่ผ่านมามีการประสานกับเจ้าหน้าหน้าที่ทหารอย่างต่อเนื่อง แต่ยังเกิดข้อผิดพลาดในเชิงข้อมูล เพราะข้อมูลที่เจ้าหน้าที่ทหารได้รับจากหน่วยงานราชการ ไม่สอดคล้องกับความเป็นจริง หลายส่วนไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้ โดยเฉพาะข้อบังคับตามกฎหมาย ยกตัวอย่างเช่น การกำหนดอัตราค่าบริการที่ถูกไปเมื่อเทียบกับรถบัส/รถทัวร์ ซึ่งในทางปฏิบัติไม่สามารถเปรียบเทียบกันได้ เพราะรถตู้ไม่สามารถบรรจุผู้โดยสารจนเต็มจำนวนก่อนออกรถ  ทำให้หลายครั้งต้องเสียรายได้ จึงไม่สามารถใช้อัตราค่าโดยสารที่ต่ำกว่าปัจจุบัน

ส่วนรถตู้ที่วิ่งในกรุงเทพฯ แก้ไขในมิติของผู้โดยสารได้ทันที โดยการเลือกใช้บริการรถตู้ให้ถูกสาย  เช่น จะไปพระราม 2 แต่ขึ้นรถตู้ที่จะไป จ.เพชรบุรี ก็ต้องเสียค่าโดยสารที่แพงกว่าปกติเป็นธรรมดา

ทั้งนี้มีการเสนออัตราค่าโดยสารที่เป็นมาตรฐาน ดังนี้  ระยะทาง 1-30 กม. ค่าโดยสาร 1 บาท/กม. , 31-50 กม. ค่าโดยสาร 90 สตางค์/กม. , 51-150 กม. ค่าโดยสาร 80 สตางค์/กม. และระยะทาง  151-300 กม. ค่าโดยสาร 70 สตางค์/กม.  การกำหนดอัตราค่าโดยสารให้เป็นมาตรฐาน ซึ่งที่ผ่านมายังไม่มีการกำหนด จะสร้างความเป็นธรรมให้ทั้งผู้ประกอบการและผู้โดยสาร

"ผู้ประกอบการไม่สามารถกดราคาต่ำกว่าที่เป็นได้ รถตู้ที่วิ่งในกรุงเทพฯ จะกดราคาต่ำกว่า 20 - 30 บาท ไม่ได้  กรมการขนส่งไปราคารถบัส/รถทัวร์ มาเทียบ มันเทียบกันไม่ได้ เกณฑ์ที่หน่วยงานราชการคิด มันไม่สามารถนำมาปฏิบัติได้จริง"นายไชยาภัทรกล่าว

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา