posttoday
"กังหัน" พลิกเชือด "จังโก้" ระทึก 2-1

"กังหัน" พลิกเชือด "จังโก้" ระทึก 2-1

30 มิถุนายน 2557

ฮอลแลนด์โกงความตายใช้เวลา 6 นาทีกด 2 ประตูรวด พลิกเอาชนะเม็กซิโกไปได้แบบสุดมัน

ฟุตบอลโลก 2014
รอบ 16 ทีมสุดท้าย
เนเธอร์แลนด์ 2-1 เม็กซิโก
สนาม:  เอสตาดิโอ คาสเตเลา, ฟอร์ตาเลซ่า
29 มิถุนายน 2014


เนเธอร์แลนด์เกมนี้ต้องปรับมาเล่นแผน 4-4-2 หลัง บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ ยังไม่พร้อมลงสนาม แต่ก็ยังมีชื่อเป็นตัวสำรองในเกมนี้ ส่วนตำแหน่งอื่นกุนซือ หลุยส์ ฟาน กัล ดร็อป ดาริล ยานมัต แล้วส่ง พอล แฟร์ฮาก ลงประจำการแบ็คขวาแทน ขณะที่แผงกลางให้โอกาส จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม ลงสนามแทน โจนาธาน เด กุซมัน ลงคุมเกมร่วมกับ ไนเจล เด ยองก์, เดิร์ค เคาท์ และ เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ ส่วนศูนย์หน้าเกมนี้ได้ โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ กลับมาประจำการในแดนหน้าคู่กับ อาร์เยน ร็อบเบน

ส่วนเม็กซิโกมาในแผนเก่ง 3-5-2 แต่เกมนี้เปลี่ยนเอา คาร์กอส ซัลซิโด้ ลงมาประจำการหน้าแผงกองหลังแทน ฮวน วาสเกวซ โดยมี พอล อากีลาร์, เอคตอร์ โมเรโน่, อันเดรส กวาร์ดาโด้ และ มิเกล ลายูน ที่กำลังเล่นได้เข้าฝักลงขับเคลื่อนเกมหลัง โจวานี่ ดอส ซานโต๊ส และ โอริเบ เปราลต้า


2 นาทีแรก "จังโก้" เม็กซิโกได้ทักทายก่อน มิเกล ลายูน ได้ลากเข้ามาซัดด้วยขวาระยะประมาณ 35 หลา บอลเหินข้ามคานออกไป

เล่นได้ 9 นาทีฮอลแลนด์ต้องเสียโควต้าเปลี่ยนตัวเป็นคนแรกโดย บรูโน่ มาร์ตินส์ อินดี้ ถูกส่งสนามแทน ไนเจล เด ยองก์ ที่เล่นต่อไม่ไหว

นาที 17 เม็กซิโกน่าได้ประตูขึ้นนำสุดๆ โอริเบ เปราลต้า รับบอลในกรอบเขตโทษจ่ายย้อนหลังมาให้ เอคตอร์ เอร์เรร่า แตะหนีกองหลังก่อนยิงเฉือนๆ บอลเฉี่ยวเสาชวามือ ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น หวุดหวิด

นาที 20 เอร์เรร่า ยกบอลหนี รอน ฟลาร์ ก่อน ฟลาร์ จะยกเท้าสูงเคลียร์บอลไปปั๊มบอลกับ เอร์เรร่า ที่พยายามใช้หัวแตะบอลไปข้างหน้า ก่อนบอลจะลอยข้ามหัว ซิลเลสเซ่น ที่หลุดตำแหน่ง แต่ยังดีที่บอลมันไม่ตรงกรอบ ฮอลแลนด์รอดเสียประตูไปได้อีกครั้ง

หลังจากนั้น 4 นาที คาร์ลอส ซัลซิโด้ สบโอกาสสับไกเต็มข้อจากระยะประมาณ 40 หลา บอลพุ่งเป็นจรวดติดไซด์ปลายแต่ ซิลเลสเซ่น ยังปัดออกหลังไปได้

โอกาสจังๆ ครั้งแรกของฮอลแลนด์เกิดขึ้นในนาทีที่ 27 หลัง โรบิน ฟาน เพอร์ซี่ เกี่ยวบอลยาวด้วยซ้าย ก่อนพยายามซัดด้วยขวาบอลปลิ้นออกหลังไปอย่างน่าเสียดาย

นาทีต่อมาเม็กซิโกได้ลุ้นคืนทันควันจากจังหวะที่ เปราลต้า ที่ได้บอลตรงเส้นกรอบเขตโทษ ก่อนโยกดึงกองหลังมาทางขวาแล้วจ่ายให้ โจวานี่ ดอส ซานโต๊ส ได้จิ้มยิง แต่ ซิลเลสเซ่น ยังยืนตำแหน่งได้ดี

นาที 32 ผู้ตัดสิน เปโดร โปรเอนก้า ชาวโปรตุเกสตัดสินใจให้มีการ "คูลลิ่งเบรก" นับเป็นการให้ผู้เล่นได้ คูลลิ่งเบรก เป็นครั้งที่สองในฟุตบอลโลก 2014 ต่อจากแมตช์รอบคัดเลือกกลุ่มจีระหว่าง สหรัฐอเมริกา กับ โปรตุเกส โดยการคูลลิ่งเบรกอย่างเป็นทางการจากผู้ตัดสินสามารถทำได้ 2 ครั้งต่อนัด โดยจะหยุดให้นักกีฬาพักดื่มน้ำครั้งละ 3 นาทีก่อนจะเล่นกันต่อ

นาที 42 เม็กซิโกน่าได้ประตูขึ้นนำจริงๆ เปราลต้า ไขว้หลังจ่ายบอล อันเดรส กวาร์ดาโด้ จับบอลไม่ดีไปโดนหัวเข่า แต่กลายเป็นดีบอลกระฉอกไปถึง โจวานี่ ดอส ซานโต๊ส หลุดไปเข้ากดด้วยขวา ซิลเลสเซ่น ยังเซฟได้ด้วยเท้า

ก่อนหมดเวลานาทีเดียว ฟาน เพอร์ซี่ ฉกบอลจ่ายคืนหลังของเม็กซิโกที่สั้นเกินไปแล้วกระชากมาถึงบริเวณหัวกะโหลกก่อนแทงให้ อาร์เยน ร็อบเบน ชิงแตะบอลได้หนึ่งจังหวะ แต่ ราฟาเอล มาร์เกวซ และ เอคตอร์ โมเรโน่ ของเม็กซิโกยังเข้ามาสกัดไปได้หวุดหวิด จังหวะนี้ เอคตอร์ โมเรโน่ ของเม็กซิโก ได้รับบาดเจ็บถึงขั้นหามออกจาสนามเลย


ครึ่งหลังเม็กซิโกเปลี่ยนเอา ดิเอโก้ เรเยส ลงสนามแทน เอคตอร์ โมเรโน่ ที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงท้ายครึ่งแรก

นาทีที่ 48 โจวานี่ ดอส ซานโต๊ส ซัดประตูขึ้นนำให้เม็กซิโกจนได้พักอกหนึ่งจังหวะหนี ดาลีย์ บลินด์ ก่อนซัดฮาล์ฟวอลเลย์ด้วยซ้าย บอลพุ่งเสียบมุมขวามือสุดความสามารถที่ ซิลเลสเซ่น จะป้องกันได้ เม็กซิโกขึ้นนำ 1-0

นาที 55 เปราลต้า ได้กระชากบอลไปทางขวามือของ ซิลเลสเซ่น ก่อนยิงด้วยขวาแบบเฉือนๆ ยังไม่ยากเกินความสามารถของจอมหนึบจาก อาแจ็กซ์ อัมสเตอร์ดัม

นาทีต่อมาฮอลแลนด์แก้เกมด้วยการส่ง เมมฟิส เดปาย ปีกดาวรุ่ง 20 ปีลงมาแทน พอล แฟร์ฮาก แบ็คขวาที่วันนี้หยุด ลายูน แทบไม่ได้เลย

นาที 57 จากจังหวะเตะมุม ร็อบเบน เปิดเตะมุมมาหน้าปากประตูให้ สเตฟาน เดอ ไฟรจ์ สลัดหนี ราฟาเอล มาร์เกวซ ได้เทคตัวแปเต็มๆ แต่ โอชัว ปัดชนเสาไปได้แบบเหลือเชื่อ

นาที 60 ร็อบเบน เริ่มเล่นงานเม็กซิโกด้วยความเร็ว กระชากบอลจากกราบขวาตัดเข้าในก่อนพยายามแต่งหาจังหวะปั่นตามถนัด แต่กองหลังของเม็กซิโกบังช่องไว้หมด ปีกจาก เอฟเซ บาเยิร์น เลยเลือกไหลให้ สไนจ์เดอร์ กดด้วยขวา บอลติดบล็อกกองหลังเม็กซิโกไปได้หวุดหวิด

นาทีถัดมาถอด โจวานี่่ ดอส ซานโต๊ส ออกแล้วให้ ฮาเวียร์ อากีโน่ กองกลางเพื่อนร่วมทีม บียาร์เรอัล ลงมาแพ็คเกมกลางแทน

นาที 69 พอล อากีล่าร์ ของเม็กซิโกถูกผู้ตัดสินวิ่งมาแจกใบเหลืองเป็นคนแรกของเกม จากจังหวะไปหวดข้างหลังใส่ เดปาย

นาที 74 ร็อบเบน มีโอกาสเลี้ยงจี้แผงหลังของเม็กซิโกก่อนจะแตะบอลหนี ราฟาเอล มาร์เกวซ หลุดไปแปด้วยขวาติดเซฟ โอชัว เรียกเสียงฮือได้ทั้งสนาม

นาที 75 เม็กซิโกตัดสินใจส่ง ฮาเวียร์ เอร์นานเดซ หรือ "ชิชาริโต้" ลงสนามแทน เปราลต้า

นาทีถัดมาฮอลแลนด์เปลี่ยนศูนย์หน้าออกบ้าง โดยเอา คลาส ยาน ฮุนเตลาร์ ลงมาค้ำแดนหน้าแทน ฟาน เพอร์ซี่ ที่เกมนี้เล่นไม่ออก ก่อนผู้ตัดสิน โปรเอนก้า จะเป่าหยุด คูลลิ่งเบรก อีกครั้งในนาทีต่อมา พักหายใจกันอีก 3 นาที

หลังนวดมานานในที่สุดฮอลแลนด์มาได้ประตูตีเสมอที่ต้องการจนได้ จากลูกเตะมุม เดปาย โขกย้อนให้ เวสลีย์ สไนจ์เดอร์ วิ่งมาตะบันด้วยขวาเน้นๆ บอลพุ่งแหวกอากาศตุงตาข่ายแทบขาดชนิดที่ โอชัว ได้แต่เซฟด้วยสายตา ฮอลแลนด์ไล่ตีเสมอเป็น 1-1 ในนาทีที่ 88

นาทีที่ 90 ร็อบเบน มาเรียกจุดโทษให้พลพรรค "ออรันเย่" ได้ในเวลาที่สำคัญสุดๆ หลัง ราฟาเอล มาร์เกวซ ไปเข้าบอลพรวดรับใบเหลืองไปตามระเบียบ หลังจากนั้น อันเดรส กวาร์ดาโด้ ไปบ่นมากรับใบเหลืองไปอีกคน

จากนั้นเป็น คลาส แยน ฮุนเตลาร์ ที่ยิงเสียบเสาซ้ายมือของ โอชัว เข้าประตูไปไม่เหลือ ฮอลแลนด์พลิกขึ้นนำระทึก 2-1

2 นาทีต่อมา อากีโน่ เลี้ยงมาทางกราบขวาก่อนหลอกยิงที่เสาแรก ซิลเลสเซ่น ยังไม่หลับรับติดมือไว้ได้

จบเกมฮอลแลนด์พลิกกลับมาแซงชนะเม็กซิโกไปได้ ทะลุเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้ายไปรอพบผู้ชนะคู่ระหว่างคอสตาริกากับกรีซที่จะลงบู๊กันเป็นคู่ต่อจากนี้ โดยฮอลแลนด์จะลงเล่นรอบ 8 ทีมสุดท้ายในวันที่ 5 กรกฎาคม เวลาตี 3


เนเธอร์แลนด์ (4-4-2)
ยาสเปอร์ ซิลเลสเซ่น/ พอล แฟร์ฮาก, รอน ฟลาร์, สเตฟาน เด ไฟรจ์, ดาลีย์ บลินด์/ไนเจล เด ยองก์, เดิร์ค เคาท์, จอร์จินิโอ้ ไวจ์นัลดุม, เวสลีย์ สไนจ์เดอร์/อาร์เยน ร็อบเบน, โรบิน ฟาน เพอร์ซี่

ผู้จัดการทีม: หลุยส์ ฟาน กัล


เม็กซิโก (3-5-2)
กิลเยร์โม่ โอชัว/ ฟรานซิสโก้ โรดริเกวซ, ราฟาเอล มาร์เกวซ, เอ็คตอร์ โมเรโน่/พอล อากีลาร์, เอคตอร์ เอร์เรร่า, คาร์ลอส ซัลซิโด้, อันเดรส กวาร์ดาโด้, มิเกล ลายูน/โจวานี่ ดอส ซานโต๊ส, โอริเบ เปราลต้า

ผู้จัดการทีม: มิเกล เอร์เรร่า

ข่าวล่าสุด

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา

"วัส" ชี้ปมยุบภูมิใจไทย ต้องพิสูจน์ที่มาเงินบริจาคสุชาดา