
ไม่เปลี่ยนแปลง
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เชิญบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ 42 แห่ง
คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้เชิญบรรณาธิการหนังสือพิมพ์และโทรทัศน์ 42 แห่งไปหารือ เมื่อวันที่ 27 มิ.ย. เนื่องจากการหารือกันครั้งนี้มีการพูดคุยกันถึงแนวทางการทำข่าวด้วย ทางกองบรรณาธิการจึงขอเรียนให้ผู้อ่านได้ทราบถึงผลการพบปะหารือกันดังกล่าวดังนี้
พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร เลขาธิการ คสช. ชี้แจงว่า ที่ผ่านมา คสช.ได้รับความร่วมมือจากสื่อต่างๆ เป็นอย่างดี ผลสะท้อนจากการสำรวจความนิยมของสำนักโพลบางแห่งออกมาว่า ประชาชนพอใจการสื่อสารของ คสช. นั่นแสดงว่าความสำเร็จทั้งหมดนั้นมาจากการให้ความร่วมมือของสื่อมวลชน อย่างไรก็ตามสื่อมวลชนอาจจะไม่สบายใจต่อกรณีที่มีคำสั่งตั้งอนุกรรมการ 5 ชุดเพื่อตรวจสอบเนื้อหาข่าวสารเมื่อสองวันที่ผ่านมา ขอเรียนว่า เจตนามิได้ต้องการปิดกั้นการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชน เพียงแต่เป็นความจำเป็นที่ต้องตรวจสอบให้เกิดความถูกต้อง ไม่ให้มีการสื่ออะไรออกมาให้เกิดความเสียหาย จึงจำเป็นต้องประสานงานกัน
ในกรณีนี้เจ้ากรมกิจการพลเรือนทหารบก เลขานุการกองทัพบก และผู้ที่เกี่ยวข้องได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า การตั้งอนุทำงานดังกล่าวเป็นขั้นตอนการปฏิบัติของ คสช.ที่ต้องติดตามดูเสียงสะท้อนถึงการทำงานของ คสช.ว่ามีทิศทางไปทางไหน เพื่อดูว่าประเด็นใดที่ คสช.ต้องทำความเข้าใจหรือชี้แจงหรือไม่ บางกรณีที่ผิดข้อเท็จจริงก็จะได้ทำความเข้าใจกัน แต่มิใช่การจับผิดหรือต้องการปิดกั้น จะเห็นได้ว่าหนึ่งเดือนที่ผ่านมา คสช.ติดต่อเพื่อแจ้งความไม่เหมาะสมไปยังสื่อต่างๆ น้อยมาก
นอกจากนั้น การติดตามการนำเสนอข่าวสาร คสช.ยังเอาความคิดเห็นของประชาชนในโซเชียลมีเดียที่มีต่อสื่อไปสะท้อนให้สื่อได้ทราบด้วย
เมื่อผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนได้แจ้งให้ตัวแทน คสช.ทราบว่า สื่อมวลชนไม่สบายใจที่มีทหารได้ส่งหน่วยทหารบางหน่วยเข้าไปแจ้งถึงกองบรรณาธิการว่า ไม่ต้องการให้นำเสนอข่าวการจัดตั้งองค์กรเสรีไทยเพื่อต่อต้าน คสช. พล.อ.อุดมเดช ได้ขออภัยสื่อมวลชนที่เกิดเหตุดังกล่าวขึ้น โดยระบุว่ามีทหารหลายหน่วยทำหน้าที่ดูแลพื้นที่และบุคคลต่างๆ อยู่ แต่มั่นใจว่าทหารได้เข้าไปทำความเข้าใจด้วยท่าทีที่สุภาพ ต่อไปการปฏิบัติจะต้องเป็นการให้เกียรติซึ่งกันและกัน ทาง คสช.จะให้มีการประสานกันกับผู้บริหารสื่อก่อนหากพบว่ามีความไม่เหมาะสมในการนำเสนอข่าวสาร การพบปะกันจะได้เป็นไปด้วยความเรียบร้อย
พล.อ.อุดมเดช ได้ระบุว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอของสื่อมวลชนที่ว่า การนำเสนอข่าวสารควรจะเป็นอย่างไรนั้นขอให้เป็นการตัดสินใจของกองบรรณาธิการเอง คสช.จะไม่ปิดกั้น คสช.ไม่ขอให้สื่อมาอยู่เคียงข้าง คสช.แต่ขอให้สื่อยืนอยู่ข้างประเทศไทย คสช.เข้าใจและเคารพการปฏิบัติงานตามจรรยาบรรณของสื่อที่จะเสนอข้อเท็จจริง เพียงแต่ขอให้เป็นไปอย่างสร้างสรรค์และขอให้สื่อได้ช่วยเสนอข้อเท็จจริงในประเทศไปสู่ต่างประเทศด้วย
บรรณาธิการหนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ได้สอบถามว่า การควบคุมสื่อโดยประกาศ คสช.ฉบับที่ 14 และ 18 จะต่อเนื่องไปถึงขั้นตอนใดของโรดแมปที่หัวหน้า คสช.ประกาศไว้ว่า จะมี 3 ขั้นตอน และ คสช.จะทำอย่างไรกับประกาศเหล่านี้ในโอกาสต่อไป เพราะประกาศ คสช.เป็นกฎหมาย ขณะที่กว่าสื่อจะรณรงค์ให้มีการยกเลิก ปว.42 และ พ.ร.บ.การพิมพ์ 2484 ได้ก็ใช้เวลานานมาก บางฉบับใช้เวลาถึง 70-80 ปี
พล.อ.อุดมเดช ได้ตอบรับว่า เมื่อสถานการณ์บ้านเมืองเรียบร้อย หมดความจำเป็นก็จะปลดล็อกเหล่านี้ แต่ถือว่าได้รับทราบปัญหาดังกล่าวและจะนำเรื่องนี้ไปหารือกับหัวหน้า คสช.ต่อไป
กองบรรณาธิการจึงขอเรียนให้ท่านผู้อ่านทราบว่า การพบปะกันกับ คสช.เป็นเพียงแต่การสื่อสารทำความเข้าใจกันปกติ และกองบรรณาธิการไม่มีนโยบายเปลี่ยนแปลงการเสนอข่าวใดๆ ผิดจากที่ผ่านมา







