
ประชาธิปไตยไทย
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหลังสงครามเย็นมีความสลับซับซ้อนมากกว่าสมัยก่อน เอาแค่ “ตัวละครเป็นที่รัฐ” โลกมีรัฐอธิปไตย 195 ประเทศ หลายคนอาจไม่รู้ว่าเวลานี้ยังมีอาณานิคมอยู่บนโลกนี้ 61 แห่ง โดยมี 6 ประเทศเป็นเจ้าอาณานิคม นอกเหนือจากตัวละครที่เป็นรัฐแล้ว ยังมี “ตัวละครที่ไม่ใช่รัฐ” บนเวทีโลกซึ่งมีบทบาทในการก่อกวนหรือทำให้เราได้รับความเดือดร้อนได้ อาทิ องค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ บรรษัทข้ามชาติซึ่งมีบทบาทในการครองโลก โดยมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล กองทุนเฮดฟันจ์ซึ่งเคยโจมตีค่าเงินจนทำให้ไทยยากจนภายในพริบตา
ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศหลังสงครามเย็นมีความสลับซับซ้อนมากกว่าสมัยก่อน เอาแค่ “ตัวละครเป็นที่รัฐ” โลกมีรัฐอธิปไตย 195 ประเทศ หลายคนอาจไม่รู้ว่าเวลานี้ยังมีอาณานิคมอยู่บนโลกนี้ 61 แห่ง โดยมี 6 ประเทศเป็นเจ้าอาณานิคม นอกเหนือจากตัวละครที่เป็นรัฐแล้ว ยังมี “ตัวละครที่ไม่ใช่รัฐ” บนเวทีโลกซึ่งมีบทบาทในการก่อกวนหรือทำให้เราได้รับความเดือดร้อนได้ อาทิ องค์กรพัฒนาเอกชน หรือเอ็นจีโอ บรรษัทข้ามชาติซึ่งมีบทบาทในการครองโลก โดยมีอิทธิพลเหนือรัฐบาล กองทุนเฮดฟันจ์ซึ่งเคยโจมตีค่าเงินจนทำให้ไทยยากจนภายในพริบตา
หลังสงครามเย็นโลกเปลี่ยนไปมาก เปลี่ยนทั้งโครงสร้างประชากรโลก มีการเคลื่อนย้ายแรงงาน เกิดความหลากหลายทางวัฒนธรรม กระแสบริโภคนิยมทำให้ทัศนคติของคนเปลี่ยนไป ประเทศมหาอำนาจได้ตั้งกฎกติกาโลกขึ้นใหม่ เกิด “กระแสโลก” หลายอย่าง เช่น กระแสประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน ธรรมาภิบาล มาตรฐานด้านสุขอนามัย สิ่งแวดล้อม การต่อต้านทุจริตคอร์รัปชั่น ตามหลักการแล้วถือว่าเป็นเรื่องดี และคงไม่มีใครปฏิเสธกระแสดังกล่าว ซึ่งจะทำให้โลกดีขึ้น อย่างไรก็ดีเป็นที่ทราบกันดีว่า มหาอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกา สหภาพยุโรป ใช้มาตรฐานเหล่านี้เป็นการควบคุมพฤติกรรมของประเทศอื่น ทั้งการให้ความดีความชอบและใช้เป็นมาตรการลงโทษประเทศที่ไม่ยอมตามความต้องการของตน หรือขัดผลประโยชน์ของตน โดยมีเอ็นจีโอบางแห่ง สื่อมวลชนต่างประเทศบางกลุ่มฯ เป็นเครื่องมือตอบสนองนโยบายของตน ซึ่งเรื่องนี้เป็นที่รู้กันดี
บ่อยครั้งที่เราเห็นคือ บางประเทศเป็นเผด็จการ แต่หากเอื้อประโยชน์ให้กับอเมริกา อเมริกาก็จะแกล้งหลับตาข้างหนึ่ง แต่ถ้าขวางประโยชน์ของอเมริกา แม้ประเทศนั้นจะเป็นประชาธิปไตย เคารพในหลักสิทธิมนุษยชน แต่อเมริกาก็จะหาทางกดดันทุกอย่าง ประเทศกำลังพัฒนาในเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา ต่างโดนมาแล้วทั้งนั้น โดยเฉพาะในประเด็นประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เอาแค่อาเซียนซึ่งมี 10 ประเทศ เกือบทั้งหมดไม่ว่าจะเป็นพม่า ไทย มาเลเซีย ลาว กัมพูชา เวียดนาม อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ บรูไน โดนมาหมดแล้ว จะมีแต่สิงคโปร์เท่านั้นที่ยังไม่โดน เพราะเป็นตัวแทนอเมริกายุคใหม่ในอาเซียน
ในกรณีของไทยที่ล่าสุดโดนสหรัฐกล่าวหาว่ามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนว่าด้วย “การค้ามนุษย์” โดยรัฐบาลไม่แก้ปัญหาอย่างจริงจัง มีการโจมตีว่าไทยใช้แรงงานเด็ก แรงงานทาส ซึ่งคงมีบ้างสำหรับประเทศที่มีแรงงานต่างด้าวเข้ามาทำงานเป็นล้านคน คดีนี้ คสช.ไม่น่าเป็นห่วงเพราะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในช่วงรัฐบาลยิ่งลักษณ์ ซึ่งไม่ได้สนใจแก้ไขปัญหาจริง เพราะมัวแต่จะหาทางนิรโทษกรรมให้พี่ชาย คิดแต่จะอยู่ในอำนาจและทุจริตคอร์รัปชั่น ในขณะที่ คสช.เอาจริงเอาจังในเรื่องนี้มีการจัดระเบียบ เพื่อให้แรงงานต่างด้าวไม่ตกเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์อีกต่อไป 6 เดือนข้างหน้า เมื่ออเมริกามาจัดลำดับกันอีกทีซึ่งน่าจะดีขึ้น อย่างน้อยจะเห็นว่า คสช.เอาจริงเอาจังในปัญหานี้มากขึ้นกว่ารัฐบาลชุดเก่าแน่นอน
สำหรับสหภาพยุโรปนั้น ถ้าดูแถลงการณ์ของที่ประชุมรัฐมนตรีต่างประเทศนับว่าค่อนข้างแรง โดยมุ่งไปที่ประเด็น “ประชาธิปไตย” ซึ่งเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ และ คสช.คงประเมินไว้ล่วงหน้าแล้ว ส่วนเงื่อนไขที่สหภาพยุโรปกำหนดไว้นั้น อยู่ในโครงการที่ คสช.วางไว้ในโรดแมปอยู่แล้ว
เรื่องพวกนี้ไม่น่าห่วงเท่าไร เพราะสหรัฐและสหภาพยุโรปไม่ได้แซงก์ชั่นทางเศรษฐกิจต่อไทยแต่อย่างใด ผลกระทบมีไม่มาก สำหรับการค้าขายกันยังดำเนินไปตามปกติ ที่สำคัญคือ หอการค้าอเมริกันและหอการค้าประเทศสมาชิกในสหภาพยุโรปค่อนข้างพอใจกับหลักประกันที่ คสช.ให้ที่ผลประโยชน์ด้านการค้าและลงทุนของพวกเขาจะไม่ถูกกระทบ ซ้ำ คสช.พยายามแก้ไขอุปสรรคต่างๆ ให้ด้วย หลักการยึดอำนาจที่ทำให้เสถียรภาพทางการเมืองของไทยดีขึ้น น่าจะเป็นประโยชน์กับการทำงานของหอการค้าต่างประเทศด้วยซ้ำ
สหภาพยุโรปและสหรัฐอเมริกามองประชาธิปไตยไทยไปที่การเลือกตั้งและรัฐบาลพลเรือนเท่านั้น คงไม่มีคนไทยคนไหนปฏิเสธเรื่องการเลือกตั้งและรัฐบาลพลเรือน แต่เรากำลังทำให้ประเทศไทยเป็นประชาธิปไตยที่แท้จริง ไม่ใช่ประชาธิปไตยหลอกลวงแบบรัฐบาลก่อน เพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งที่ “เสรี เป็นธรรม” อย่างแท้จริง เพื่อให้ได้รัฐบาล “คนดี” เข้าไปปกครองประเทศ ได้ผู้แทนของประชาชนในสภาที่เป็น “คนดี” ไม่ให้ “คนไม่ดี” มีอำนาจ
ไทยเป็นรัฐอธิปไตย ซึ่งนอกจากประกอบด้วยพื้นที่ที่แน่นอน ประชากรจำนวนหนึ่งแล้ว สำคัญที่สุดคือ อำนาจอธิปไตย ซึ่งหมายถึงประเทศไทยมีอำนาจในการตัดสินใจบนผลประโยชน์ของชาติด้วยตัวเอง ไม่ถูกบีบบังคับจากรัฐอื่นให้ตัดสินทำแบบนี้ ไม่ทำแบบนั้น คสช.กำลังทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์สุขแก่ประชาชนคนไทย ในเมื่อประชาธิปไตยคือ การที่ผู้ปกครองทำตามความต้องการของประชาชน ผลการสำรวจโดยโพลสำนักต่างๆ พึงพอใจต่อการทำงานของ คสช.ในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา แล้วอย่างนี้จะไม่เรียกว่าประชาธิปไตยได้อย่างไร
แม้ไทยอยู่ในสังคมโลกที่ปฏิเสธกระแสโลกไม่ได้ แต่เราต้องรู้ทันความคิดของฝรั่ง เราไม่ต้องการให้ฝรั่งมาชี้นิ้วบอกว่า ให้เอาแมวขาวมาเลี้ยงทั้งที่แมวขาวจับหนูไม่ได้ แต่เราเลือกเอาแมวสีอื่นแทนเพราะจับหนูเก่ง เรากำลังซ่อมสร้าง “เรือนไทย” เพื่อให้คนไทยอยู่ เรากำลังสร้าง “ประชาธิปไตยไทย” สำหรับคนไทย โดยปรับหลักการของฝรั่งให้เข้ากับสังคมไทย เพราะคนไทยรู้ดีว่าเราต้องการอะไร แบบไหน ฝรั่งจะมารู้ดีกว่าคนไทยได้อย่างไร ฝรั่งให้คำชี้แนะได้ แต่มาชี้นิ้วสั่งให้เราทำอย่างนั้นอย่างนี้ไม่ได้ เพราะไทยเป็นรัฐอธิปไตย







