posttoday
สัมปทานขุดเจาะน้ำมันให้อะไรกับประเทศ

สัมปทานขุดเจาะน้ำมันให้อะไรกับประเทศ

26 มิถุนายน 2557

ในปัจจุบันมีผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมที่ดำเนินงานอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 (Thailand I) และกลุ่มที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 แก้ไขเพิ่มเติมในปี 2532 (Thailand III) เนื่องจากกฎหมายไม่มีผลบังคับย้อนหลัง ทำให้สัมปทานปิโตรเลียมที่ออกก่อนปี 2532 ยังคงอยู่ภายใต้ระบบ Thailand I จำนวน 19 แปลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแปลงที่มีศักยภาพปิโตรเลียมและอยู่ในช่วงระยะเวลาผลิต (ปิโตรเลียมที่ผลิตได้มากกว่าร้อยละ 89 อยู่ภายใต้ระบบ Thailand I)

ในปัจจุบันมีผู้รับสัมปทานปิโตรเลียมที่ดำเนินงานอยู่ 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 (Thailand I) และกลุ่มที่อยู่ภายใต้ พ.ร.บ.ปิโตรเลียม พ.ศ. 2514 แก้ไขเพิ่มเติมในปี 2532 (Thailand III) เนื่องจากกฎหมายไม่มีผลบังคับย้อนหลัง ทำให้สัมปทานปิโตรเลียมที่ออกก่อนปี 2532 ยังคงอยู่ภายใต้ระบบ Thailand I จำนวน 19 แปลง ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแปลงที่มีศักยภาพปิโตรเลียมและอยู่ในช่วงระยะเวลาผลิต (ปิโตรเลียมที่ผลิตได้มากกว่าร้อยละ 89 อยู่ภายใต้ระบบ Thailand I)

ระบบ Thailand I (รอบที่ 112) โดยหลักการระหว่างรัฐกับผู้รับสัมปทานจะแบ่งกำไรกันกึ่งหนึ่ง ทั้งนี้เพราะในสมัยนั้นเป็นช่วงเริ่มต้น ประเทศเราขาดทั้งความรู้ เทคโนโลยี และแหล่งเงินทุน นโยบายรัฐต้องการสนับสนุนให้เกิดการลงทุนสำรวจหาปิโตรเลียมเพื่อนำมาพัฒนาประเทศ โดยการจัดเก็บรายได้คิดง่ายๆ คือ เมื่อผู้รับสัมปทานผลิตและขายปิโตรเลียมได้ จะเสียค่าภาคหลวงในอัตราคงที่ร้อยละ 12.5 และเมื่อโครงการเริ่มมีกำไรจะเสียภาษีเงินได้ปิโตรเลียมในอัตราร้อยละ 50 แต่ทั้งนี้ถ้าผู้รับสัมปทานขายปิโตรเลียมภายในประเทศ สามารถนำค่าภาคหลวงที่เกิดจากการขายนั้นมาหักออกจากภาษีได้ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้มีการใช้ปิโตรเลียมภายในประเทศ ผลการดำเนินงานของโครงการจำนวน 10 โครงการที่มีการผลิตปิโตรเลียม ณ สิ้นปี 2555 ภายใต้ระบบนี้ รัฐมีส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ร้อยละ 55 ของกำไร

ระบบ Thailand III (รอบที่ 1320) เป็นกฎหมายที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ซึ่งได้รับการแก้ไขเพิ่มเติมให้มีความเหมาะสมกับสภาพแหล่งที่ค้นพบ โดยเก็บค่าภาคหลวงเป็นอัตราขั้นบันไดร้อยละ 515 กล่าวคือ ถ้าพบแหล่งใหญ่ผลิตได้มากจะเสียค่าภาคหลวงในอัตราสูง และถ้าพบแหล่งเล็กผลิตได้น้อยก็จะเสียค่าภาคหลวงในอัตราต่ำ เพื่อสนับสนุนให้แหล่งเล็กๆ สามารถพัฒนาได้ และเมื่อโครงการมีกำไรต้องเสียภาษีเงินได้ปิโตรเลียมในอัตราร้อยละ 50 นอกจากนั้นยังได้เพิ่มการจัดเก็บเงินผลประโยชน์ตอบแทนพิเศษ (SRB) ในกรณีที่โครงการมีกำไรเกินควร เนื่องจากราคาน้ำมันเพิ่มสูงขึ้น หรือพบแหล่งใหญ่โดยใช้เงินลงทุนปกติ ซึ่งจากผลการดำเนินงานของโครงการจำนวน 16 โครงการที่มีการผลิตปิโตรเลียม ณ สิ้นปี 2555 ภายใต้ระบบนี้รัฐมีส่วนแบ่งรายได้อยู่ที่ร้อยละ 74 ของกำไร ดังรูปแสดง (กราฟ 1)

จากผลการดำเนินงานข้างต้น เป็นการยืนยันผลการวิเคราะห์ของต่างประเทศที่ผมเคยนำมาอ้างอิงในครั้งก่อนได้เป็นอย่างดี ว่าระบบการจัดเก็บรายได้ภายใต้สัมปทานไทย รัฐได้รับส่วนแบ่งอยู่ในระหว่างร้อยละ 5575

นับแต่ปี 2543 รัฐได้เปิดให้มีการยื่นขอสัมปทานปิโตรเลียม 3 รอบ คือ รอบที่ 18 19 และ 20 ผ่านไป 13 ปี มีการลงทุนรวมกันไปแล้วกว่า 1 แสนล้านบาท พบปิโตรเลียมรวมกันคิดเป็นประมาณร้อยละ 4 ของปิโตรเลียมที่ค้นพบทั้งหมด โดยรัฐมีรายได้จากสัมปทานทั้ง 3 รอบ ในขณะที่ผู้รับสัมปทาน (ทุกรายรวมกัน) ยังมีผลขาดทุนอยู่ สรุปผลการดำเนินงาน ดังรูปแสดง (กราฟ 2)

ผลการดำเนินงานจากการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมทั้ง 3 รอบ พอจะสรุปได้ว่าศักยภาพปิโตรเลียมของประเทศมีแนวโน้มลดลง คือ สำรวจพบได้ยากขึ้น แม้เมื่อพบก็เป็นเพียงแหล่งขนาดเล็ก แทบจะไม่คุ้มค่าในการพัฒนา สวนทางกับความต้องการใช้ปิโตรเลียมภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นทุกปี ทำให้การผลิตภายในประเทศมีแนวโน้มลดลง และต้องนำเข้ามากขึ้นโดยเฉพาะก๊าซธรรมชาติ ซึ่งจะส่งผลต่อราคาพลังงาน โดยเฉพาะราคาไฟฟ้า รัฐจึงต้องเร่งให้มีการสำรวจหาเพิ่มขึ้น ด้วยการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบที่ 21 เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้ลงทุนทั้งในและต่างประเทศได้เข้ามาลงทุนสำรวจมาก เมื่อเป็นเช่นนี้จึงอยากจะขอให้ผู้ที่คัดค้าน ยอมรับฟังเหตุผลและขอให้เข้าใจสถานการณ์ความจำเป็นดังกล่าว การเรียกร้องให้รัฐแก้ไขกฎหมายให้จัดเก็บส่วนแบ่งรายได้เพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 80 ของมูลค่าปิโตรเลียมที่ขาย ซึ่งเป็นไปไม่ได้ เพราะค่าใช้จ่ายมันกินไปร้อยละ 40 แล้ว ผมจึงมีความเห็นว่า ถ้าผู้คัดค้านการเปิดสัมปทานคิดว่ารัฐจัดเก็บรายได้น้อยไป ก็อยากจะเชิญชวนพวกท่านให้ไปจัดตั้งบริษัทระดมทุน แล้วมาร่วมประมูลแข่งเสียเองจะดีกว่าไหม จะได้ช่วยกันแบกรับความเสี่ยงหาพลังงานมาให้ลูกหลานได้ใช้กัน

สุดท้ายขอย้ำว่า ประเทศไทยไม่ได้เป็นประเทศที่มีทรัพยากรปิโตรเลียมอยู่มากมายมหาศาล เป็นประเทศนำเข้าพลังงานสุทธิ ปิโตรเลียมที่ผลิตได้ถูกใช้เพื่อการพัฒนาประเทศ สร้างงาน สร้างรายได้ให้กับประชาชนและรัฐทั้งทางตรงและทางอ้อม จึงอยากสื่อสารข้อเท็จจริงออกไป เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องถึงความสำคัญของกิจกรรมการสำรวจและผลิตปิโตรเลียมในบ้านเรา

ข่าวล่าสุด

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้

โรงเรียนนานาชาติบูมแตะ 280 แห่ง จับตาศึกชิงเด็ก-ขึ้นค่าเทอมพยุงรายได้