
ทีดีอาร์ไอชงปรับปรุงรฟท.
ระบุมีหนี้แสนล้านต้องรื้อโครงสร้างใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพก่อนลงทุนระบบทางคู่
ระบุมีหนี้แสนล้านต้องรื้อโครงสร้างใหญ่ เพิ่มประสิทธิภาพก่อนลงทุนระบบทางคู่
ทีดีอาร์ไอ เสนอ คสช.ปรับโครงสร้าง ร.ฟ.ท.ก่อนลงทุนรถไฟทางคู่ เพราะมีหนี้แสนล้านบาท
นายสุเมธ องกิตติกุล ผู้อำนวยการวิจัยด้านนโยบายการขนส่งและโลจิสติกส์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เปิดเผยว่า คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีนโยบายให้เดินหน้าการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ตามแผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ วงเงิน 3 ล้านล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2558-2565 ครอบคลุมการคมนาคมทั้งทางบก ทางน้ำ อากาศ และระบบราง เพื่อให้เกิดการลงทุน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ
ทั้งนี้ โครงการส่วนใหญ่ที่นำมาพิจารณาเป็นโครงการเก่าที่บรรจุไว้ในการลงทุน 2 ล้านล้านบาทของรัฐบาลชุดที่แล้ว ที่ผ่านมาจะเห็นว่าการดำเนินการโครงการนั้นมีกระบวนการที่ชัดเจนอยู่แล้วระดับหนึ่ง แต่ปัญหาอยู่ที่หน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการมากกว่า เพราะหลายๆ โครงการพบว่าหน่วยงานรับผิดชอบมีความไม่ชัดเจน จึงทำให้ดำเนินโครงการได้ล่าช้าหรือทำไม่ได้เลย โดยเฉพาะการรถไฟแห่งประเทศไทย (ร.ฟ.ท.) เป็นอุปสรรคสำหรับการลงทุนระบบราง
นายสุเมธ กล่าวว่า ขณะนี้ ร.ฟ.ท.มีปัญหาหนี้สินเรื้อรังกว่า 1 แสนล้านบาท นอกจากนี้ยังมีการดำเนินงานขาดทุนทุกปี มีภาระดอกเบี้ยของหนี้สิน ทำให้ไม่สามารถพัฒนาศักยภาพการให้บริการให้ดีขึ้นได้ เนื่องจากการขาดเงินทุนในการบำรุงรักษาโครงสร้างพื้นฐาน รวมถึงการจัดซื้อหัวรถจักรใหม่และการบริหารจัดการที่ไม่มีแรงจูงใจด้านการเงินทั้งในส่วนของเงินเดือนและโบนัสเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการให้บริการ
“ถึงแม้ว่าการลงทุนรถไฟทางคู่จะมีความสำคัญ แต่จากเหตุผลของปัญหาด้านโครงสร้างการบริหารงานและหนี้สิน การลงทุนเพียงอย่างเดียวไม่ได้แก้ปัญหาประสิทธิภาพการดำเนินงานของ ร.ฟ.ท. รวมถึงไม่ได้มีการแก้ปัญหาภาระหนี้สินและการบริหารจัดการภายในองค์กร
การลงทุนนี้จะไม่สามารถคาดหวังถึงผลลัพธ์ที่ชัดเจนได้ว่าเมื่อมีการลงทุนรถไฟทางคู่แล้ว ร.ฟ.ท.จะกลับมาประกอบการเดินรถอย่างมีกำไรในอนาคตได้อย่างไร การปรับโครงสร้างสาขาการขนส่งทางรถไฟ จึงมีความสำคัญไม่น้อยกว่าการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน” นายสุเมธ กล่าว
ดังนั้น ทีดีอาร์ไอขอเสนอแนวทางการปรับโครงสร้างโดยมีขั้นตอนที่สำคัญ ได้แก่
1.การจัดตั้งหน่วยงานกำกับดูแลสาขาการขนส่งทางรางและกรมการรถไฟเพื่อรับผิดชอบการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งทางราง
2.การปฏิรูป ร.ฟ.ท.เพื่อให้สอดคล้องกับการปรับโครงสร้างฯ นั่นคือการแยกส่วนระหว่างโครงสร้างพื้นฐานและการเดินรถออกจากกัน
3.การให้เอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในกิจการรถไฟเพิ่มมากขึ้น เช่น การเดินรถ และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานบางส่วนคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) พยายามขับเคลื่อนในการพิจารณาโครงการตาม แผนยุทธศาสตร์โครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศวงเงิน 3 ล้านล้านบาท ระยะเวลาดำเนินโครงการระหว่างปี 2558-2565 ครอบคลุมการคมนาคมทั้งทางบก น้ำ อากาศ และระบบราง เพื่อให้เกิดการลงทุน ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ แม้ยังไม่มีการอนุมัติจากหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) และอยู่ระหว่างการพิจารณาจัดสรรแหล่งเงินทุนและแผนงาน โดยที่โครงการรถไฟความเร็วสูงในรัฐบาลที่แล้วถูกแขวนไว้ในกลุ่มโครงการที่ต้องรอศึกษาเพิ่มเติมไม่ใช่ความจำเป็นเร่งด่วน







