
ระดมล้างใหญ่อาชญากรรม
ตร.ลั่นหนึ่งสัปดาห์ลุยแหลกพื้นที่เป้าหมายตั้งด่านเข้มทั่วกรุง/ขู่เด้งอธิบดีราชทัณฑ์
ตร.ลั่นหนึ่งสัปดาห์ลุยแหลกพื้นที่เป้าหมายตั้งด่านเข้มทั่วกรุง/ขู่เด้งอธิบดีราชทัณฑ์
ดีเดย์ปฏิบัติปราบสิ่งผิดกฎหมาย รอง ผบ.ตร.ประกาศสัปดาห์นี้กวาดล้างอาวุธสงคราม อาญชากรรม
พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง รอง ผบ.ตร. เปิดเผยว่า ในช่วงวันที่ 18-24 มิ.ย.นี้ ตำรวจทั่วประเทศจะระดมกวาดล้างอาชญากรรมในพื้นที่เป้าหมาย มุ่งเน้นการกวาดล้างอาวุธสงครามและยาเสพติด เพื่อสนับสนุนนโยบายของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวเรื่องนี้ภายหลังประชุมงานความมั่นคงพร้อมระบุว่า ขณะนี้ไม่พบผู้ชุมนุมต่อต้านการรัฐประหาร หรือกลุ่มที่แสดงสัญลักษณ์ทางการเมือง ซึ่งอาจเกิดจากประชาชนส่วนใหญ่ให้การสนับสนุนการทำงานของ คสช.มากกว่า 90% จึงทำให้ผู้เกิดความเห็นต่างเกิดความไม่แน่ใจที่จะแสดงออก รวมถึงมาตรการของ เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหารดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพ
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ รามสูต รองผู้บัญชาการตำรวจนครบาล กล่าวว่า ผลจากการร่วมประชุมหารืองานด้านความมั่นคงร่วมกับฝ่ายทหารได้ร้องขอให้ตำรวจเพิ่มความเข้มงวดการตรวจตรารถต้องสงสัยให้ เข้มข้นมากยิ่งขึ้น จึงจะมอบนโยบายให้ตำรวจแต่ละ สน.เน้นตรวจสอบรถต้องสงสัย รวมถึงรถที่ผู้มีอิทธิพลนิยมใช้เดินทาง เช่น รถขับเคลื่อนสี่ล้อสีดำ รถตู้ที่มีขบวนคุ้มกันเป็นพิเศษ รวมถึงรถโดยสารที่มีการบรรทุกผู้โดยสารเป็นจำนวนมาก โดยจะให้แต่ละด่านตรวจตราอย่างเข้มงวดเช่นเดียวกับรถของประชาชนทั่วไป
พล.ต.ต.ฉันทวิทย์ กล่าวอีกว่า ส่วนช่วงเวลาในการตั้งด่านตรวจจะเริ่มตั้งแต่เวลา 21.00 น. จนถึงหลังเวลา 02.00 น. ซึ่งเป็นเวลาที่สถานบริการปิดให้บริการจะปรับความเข้มงวดขึ้นด้วย เพราะถือเป็นช่วงเวลาที่พบว่ามีคดีอาชญากรรมเกิดขึ้นมากที่สุด ส่วนด่านความมั่นคงที่มีอยู่ก็เชื่อว่าครอบคลุมเพียงพออยู่แล้ว ส่วนเรื่องการปราบปรามยาเสพติดจะส่งกำลังลงไปตรวจสอบในพื้นที่ชุมชน
ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วย ผู้บัญชาการทหารบก หัวหน้าฝ่ายและกระบวนการยุติธรรม คสช. กล่าวว่า ทหารมีข้อมูลนักโทษค้ายาเสพติดและสายข่าวได้แจ้งเบาะแสว่า หากยังปล่อยให้นักโทษค้ายาหรือมีเครือข่ายใช้โทรศัพท์สั่งยาในคุกได้อีกก็ไม่ควรเป็นอธิบดีราชทัณฑ์
วันเดียวกัน ตำรวจปราบปรามยาเสพติดเข้าจู่โจมตรวจค้น เรือนจำกลางคลองเปรม เพื่อหาสิ่งผิดหมายสำหรับแดน 2 โดยกว่า 70% เป็นผู้ต้องขังคดียาเสพติดรายใหญ่ ทั้งนี้พบเงินสด 6,000 บาท ซิมโทรศัพท์และสมุดโน้ตจดรายละเอียดเกี่ยวกับยอดเงิน และเบอร์โทรศัพท์
นอกจากนี้ ที่ จ.ราชบุรี ทหาร ตำรวจ และเจ้าหน้าที่เรือนจำกลางเข้าตรวจค้นเรือนจำกลางราชบุรี ซึ่งมีผู้ต้องขังรวม 5,594 คน พบสิ่งของต้องห้ามจำนวนมาก ทั้งซิมการ์ดโทรศัพท์ โพยพนัน







