
ต่างด้าวแห่กลับภาคธุรกิจช็อค"ก่อสร้าง-ประมง-สิ่งทอ"อ่วม
ปรากฏการณ์แรงงานต่างด้าวแห่กลับประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นภายหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งสัญญาณหลายอย่าง อาทิ การแถลงโรดแมปประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ซึ่งระบุว่า ให้มีการกำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ส่งเสริมโรงงานขนาดเล็กตามแนวชายแดนและชนบท หรือช่องทางผ่านแดนที่สำคัญ เพื่อให้แรงงานที่ผิดกฎหมายไม่เข้ามาหางานในพื้นที่ตอนใน
ปรากฏการณ์แรงงานต่างด้าวแห่กลับประเทศในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เกิดขึ้นภายหลังจากคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ส่งสัญญาณหลายอย่าง อาทิ การแถลงโรดแมปประเทศ โดย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา หัวหน้า คสช. ซึ่งระบุว่า ให้มีการกำหนดพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษ ส่งเสริมโรงงานขนาดเล็กตามแนวชายแดนและชนบท หรือช่องทางผ่านแดนที่สำคัญ เพื่อให้แรงงานที่ผิดกฎหมายไม่เข้ามาหางานในพื้นที่ตอนใน
สิ่งที่ตามมาคือภาวะช็อกของภาคธุรกิจ เพราะกำลังแรงงานหดหาย กระทบกับความสามารถในการผลิตไปเต็มๆ จนทีมโฆษก คสช. ต้องออกมาส่งสัญญาณอีกครั้งเพื่อลดภาวะตื่นตระหนก โดยระบุว่าไม่มีคำสั่งให้เจ้าหน้าที่กวาดล้างแรงงานต่างด้าวแต่อย่างใด ขณะที่ พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า จะเร่งกระบวนการพิสูจน์สัญชาติแรงงานต่างด้าวให้เสร็จภายใน 1 ปี
ทวีกิจ จตุรเจริญคุณ ประธานกิตติมศักดิ์สภาอุตสาหกรรม จ.ตาก กล่าวว่า เท่าที่ติดตามสถานการณ์ พบว่าปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นมีผลกระทบกับธุรกิจแน่นอนอยู่แล้ว เท่าที่คุยกับผู้ประกอบการทำให้ทราบว่ากลุ่มธุรกิจก่อสร้าง ประมง และสิ่งทอ เดือดร้อนหนักเพราะเป็นธุรกิจที่จำเป็นต้องใช้คน แต่จำนวนแรงงานแห่ไหลกลับประเทศอย่างน่าตกใจ แม้ผู้เป็นนายจ้างจะพยายามยับยั้งอย่างไรก็ไม่เป็นผล และกระแสความกลัวเหมือนโรคระบาด เมื่อตัวแรงงานเห็นญาติพี่น้องหรือเพื่อนเดินทางกลับก็จะกลับด้วย
“ปัญหาส่งมอบงานไม่ทันมีแน่นอน ทั้งงานก่อสร้างหรือธุรกิจสิ่งทอผลิตเสื้อผ้าที่ขาดคนและผลิตได้ช้าลง สุดท้ายก็ต้องส่งสินค้าทางเครื่องบินเพื่อให้ทันกำหนดส่งมอบ และต้นทุนจะสูงจนธุรกิจขาดทุน” ทวีกิจ กล่าว
อย่างไรก็ตาม ต้องรอดูสถานการณ์ต่อไปอีกสักระยะ เพราะขณะนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ออกมาแก้ไขความเข้าใจผิดว่าไม่ใช่การจับกุมเนรเทศ แต่ต้องการจัดระเบียบให้ถูกต้อง ซึ่งเมื่อมีการส่งสัญญาณลักษณะนี้ออกไป ก็อาจช่วยลดความตื่นตระหนกและคงไม่มีภาพแรงงานต่างด้าวแห่ประเทศเช่น 3-4 วันที่ผ่านมาอีก
ขณะเดียวกัน ในระยะยาวหากนโยบายรัฐเข้มงวดการนำเข้าแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมายมากขึ้น เชื่อว่าคงไม่มีใครกล้าทำผิดกฎหมายหรือไม่มีเจ้าหน้าที่ของรัฐคนไหนกล้าคอร์รัปชั่นอีก ภาคธุรกิจต่างๆ ก็จะดิ้นรนนำเข้าแรงงานถูกกฎหมายมากขึ้น เพียงแต่ระยะสั้นต้องยอมรับว่ามีผลกระทบ
“ตอนนี้ที่ว่าแรงงานกลัว ผมว่าเจ้าหน้าที่ที่ทุจริตกลัวมากกว่านะ ไม่ใช่แรงงานหรอก” ทวีกิจ กล่าวพลางหัวเราะ
ทวีกิจ กล่าวถึงอีกประเด็นที่น่าสนใจคือ นโยบายประเทศเพื่อนบ้านขณะนี้กำลังเร่งพัฒนาประเทศเป็นการใหญ่ และต้องการให้ประชาชนของตัวเองกลับไปช่วยสร้างประเทศ หากแรงงานแห่กลับกันไปเยอะๆ แล้ว การจะกลับเข้ามาทำงานในไทยอีกคงไม่ใช่เรื่องง่ายนัก
“ยกตัวอย่างบริษัท ที.เค. การ์เม้นท์ ของผม ไปลงทุนทำนิคมอุตสาหกรรมใน จังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ก็ได้อานิสงส์จากปรากฏการณ์นี้ มีคนมาสมัครงาน 300-400 คน ถามว่ามาจากไหน ส่วนใหญ่บอกว่ามาจากเมืองไทยทั้งนั้น”
ทวีกิจ กล่าวว่า ท่าทีของภาคราชการใน จังหวัดบันเตียเมียนเจย ชัดเจนว่า ต้องการคนกลับมาพัฒนาประเทศ และพูดได้เลยว่าจะพยายามไม่ให้คนของเขากลับมาทำงานในเมืองไทยง่ายๆ ซึ่งหากพิจารณาภาพในระยะยาว เมื่อประเทศเพื่อนบ้านต่างเร่งพัฒนากันเช่นนี้ ในอนาคตก็คงมีแรงงานเข้ามาทำงานน้อยลง ที่สุดภาคอุตสาหกรรมที่ยังใช้กำลังแรงงานเยอะก็ต้องปรับตัวด้วยการย้ายฐานผลิตไปต่างประเทศ รวมทั้งยกระดับเน้นผลิตสินค้าที่ต้องอาศัยองค์ความรู้แบบเกาหลีแทน







