posttoday
หมาในอเมริกัน

หมาในอเมริกัน

12 มิถุนายน 2557

ปฏิกิริยาต่อต้าน "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" (คสช.) จากต่างประเทศค่อยๆ ลดลง เพราะมีความเข้าใจเหตุผลและความจำเป็นในการแก้ทางตันทางการเมืองของไทย มากขึ้น ยังเหลือแต่อเมริกาและลูกสมุน เช่น ออสเตรเลีย พันธมิตรใกล้ชิด เช่น อังกฤษ รวมทั้ง "ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดสิทธิมนุษยชน" (Human Rights Watch) ซึ่งเป็นเอ็นจีโอของอเมริกาที่ยัง "แขวะ" ไทยไม่หยุด ซึ่งอาจเป็นเพราะทนไม่ได้ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่พวกตนหนุนหลังอยู่นั้นต้องหลุดจากอำนาจ ซึ่งทำให้ผลประโยชน์อเมริกาในไทยสั่นสะเทือนไปด้วย

ปฏิกิริยาต่อต้าน "คณะรักษาความสงบแห่งชาติ" (คสช.) จากต่างประเทศค่อยๆ ลดลง เพราะมีความเข้าใจเหตุผลและความจำเป็นในการแก้ทางตันทางการเมืองของไทย มากขึ้น ยังเหลือแต่อเมริกาและลูกสมุน เช่น ออสเตรเลีย พันธมิตรใกล้ชิด เช่น อังกฤษ รวมทั้ง "ศูนย์เฝ้าระวังการละเมิดสิทธิมนุษยชน" (Human Rights Watch) ซึ่งเป็นเอ็นจีโอของอเมริกาที่ยัง "แขวะ" ไทยไม่หยุด ซึ่งอาจเป็นเพราะทนไม่ได้ที่รัฐบาลยิ่งลักษณ์ที่พวกตนหนุนหลังอยู่นั้นต้องหลุดจากอำนาจ ซึ่งทำให้ผลประโยชน์อเมริกาในไทยสั่นสะเทือนไปด้วย

วันนี้จะขอเปิดโปงพฤติกรรมของรัฐบาลอเมริกาที่ทำตัวเป็นเจ้าโลก ซึ่งประเทศต่างๆ พอรู้มาบ้างแล้ว แต่ครั้งนี้เป็นคำสารภาพของนายจอห์น เพอร์กินส์ คนอเมริกันที่ทำงานให้รัฐบาลในการล่าอาณานิคมทางเศรษฐกิจในประเทศโลกที่สาม ในหนังสือเรื่อง "ประวัติศาสตร์ความลับของจักรวรรดิอเมริกัน"

เขาเปิดเผยว่า ประธานาธิบดีอเมริกาที่ถูกมองว่าเป็นผู้นำโลกนั้น จริงๆ แล้ว เวลาบริหารประเทศก็ต้องคิดถึงประโยชน์ของกลุ่มธุรกิจขนาดใหญ่เช่นกัน ดังนั้นประธานาธิบดีต้องทำงานร่วมกับนักธุรกิจ ซีอีโอของบรรษัทใหญ่ๆ ธนาคารอเมริกา ในการออกไปฉกฉวย ไล่ล่าเอาทรัพยากรจากประเทศต่างๆ มาเป็นของตน

เริ่มต้นด้วยการวางแผนสำรวจประเทศ โลกที่สาม โดยเฉพาะในเอเชีย แอฟริกา ละตินอเมริกา มีทรัพยากรธรรมชาติสำคัญอะไรบ้างที่อเมริกาต้องการ จากนั้นจะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านเศรษฐกิจกลุ่มหนึ่งซึ่งเรียกว่า "ฮิตแมน" ออกไปทำงานในประเทศนั้นๆ มีหน้าที่ไปเจรจาหว่านล้อมผู้นำประเทศโลกที่สามให้ร่วมมือ โดยเสนอให้เงินกู้ยืมหรือเงินช่วยเหลือให้ประเทศโลกที่สามกู้เพื่อพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน แต่จริงๆ แล้ว คนที่ได้ประโยชน์ไปส่วนหนึ่งก็คือผู้นำที่โกงกิน เศรษฐีใหญ่บางคน ข้าราชการที่ได้รับสินบน (ชนิดที่ไม่ผิดกฎหมายสหรัฐ) เช่น ให้ทุนส่งลูกหลาน ข้าราชการไปเรียนต่อในสหรัฐ รับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดในสหรัฐ หรือจ่ายเงินสินบนในรูปเงินค่าที่ปรึกษา เป็นต้น

เมื่อประเทศเหล่านั้นไม่มีปัญญาใช้หนี้คืน กลุ่มฮิตแมนจะกดดันให้ประเทศนั้นใช้หนี้ในรูปของการขายน้ำมัน สินแร่ ทรัพยากรของชาติให้อเมริกาในราคาถูก หรือให้สัมปทานแก่บริษัทอเมริกา หรือไม่เช่นนั้นก็ต้องยกมือสนับสนุนท่าทีของอเมริกาในเวทีโลก หรือต้องส่งทหารไปร่วมรบกับอเมริกา เป็นต้น

ถ้าผู้นำชาติโลกที่สามคนไหนทำหัวแข็งไม่ยอมลงให้อเมริกา อเมริกาจะส่งอีกทีม "หมาใน" ไปจัดการล้มรัฐบาลนั้นๆ แต่ถ้ายังทำไม่ได้ ก็ใช้วิธีสุดท้าย คือ การส่งกำลังทหารเข้าไป เช่น กรณีของอิรัก ที่ทีมหมาในโค่นรัฐบาลซัดดัมก็ไม่ได้ ลอบสังหารซัดดัมก็ไม่สำเร็จ สุดท้ายต้องส่งทหารบุกอิรักโดยอ้างสาเหตุว่า ซัดดัม ฮุสเซน มีส่วนสนับสนุนให้นายโอซามา บิน ลาเดน จี้เครื่องบินถล่มอเมริกาในวันที่ 11 ก.ย. 2544

กระทรวงต่างประเทศอเมริการีบออกมาปฏิเสธ โดยอ้างว่าสิ่งที่นายเพอร์กินส์เขียนนั้นเป็นทฤษฎีสมคบคิด เหลวไหล แต่ปรากฏว่าหนังสือเล่มนี้อยู่ในกลุ่ม "ขายดีที่สุด" อย่างไรก็ดีนักเศรษฐศาสตร์อเมริกาส่วนหนึ่งยอมรับว่า เงินกู้และ "คำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ" ให้แก่ชาติที่ยากจนนั้นมักจะเป็นอันตราย รัฐบาลอเมริกาจะค่อยบ่อนทำลายรัฐบาลต่างชาติที่ไม่ยอมร่วมมือ หรือยอมก้มหัวให้กับตัว หากรัฐบาลใดยอมก้มหัวให้ สหรัฐจะสนับสนุนเต็มที่แม้รัฐบาลนั้นจะเป็นเผด็จการ ก่อนที่นายเพอร์กินส์เปิดโปงความลับนี้ ประเทศกำลังพัฒนาในโลก ที่สามได้รู้และมีประสบการณ์กับพฤติกรรมของอเมริกามาแล้วทั้งสิ้น ดังนั้นผู้อ่านตัดสินใจได้เองว่าจะเชื่อกระทรวงต่างประเทศสหรัฐหรือจะเชื่อข้อมูลของนายเพอร์กินส์

เป็นการเปิดโปง "ความตะกละ" "ความโลภ" "ความกระหายอำนาจ" ของกลุ่มทุนอเมริกา ซึ่งมีแต่กิเลสเพิ่มพูนขึ้นทุกที เป็นการขยายอาณาจักรของบรรษัทข้ามชาติอเมริกา (Corporatocracy) มุ่งหากำไรสูงสุดอย่างเดียวโดยไม่สนใจวิธีการ ไร้ศีลธรรม คุณธรรม นักธุรกิจใหญ่มีอิทธิพลเหนือนักการเมือง เพราะนักการเมืองต้องการเงินหาเสียง หากไม่มีเงินก็แพ้เลือกตั้ง นักการเมืองขอเงินจากบริษัทพวกนี้โดยมีสัญญาว่าต้องทำตามที่บริษัทต้องการ บริษัทพวกนี้ไม่ต้องรายงานใคร ไม่ต้องรายงานประชาชน เขาเพียงรายงานผลกำไรต่อบอร์ดเท่านั้น

"อาณาจักรอเมริกา" บริหารโดยคนนักธุรกิจทุนนิยมสามานย์กลุ่มหนึ่ง ผลประโยชน์ไขว้ไปมาระหว่างบริษัทกับรัฐบาล โดยมีเงินสนับสนุนพรรคการเมืองในการรณรงค์หาเสียง และ สนับสนุนสื่อ สงครามกลายเป็นแหล่งทำเงิน โครงการช่วยเหลือต่างๆ เป็นผลประโยชน์ เป็นการทำกำไรของกลุ่มธุรกิจใหญ่ บริษัทวิศวกรรม ก่อสร้าง บรรษัทใหญ่ๆ ธุรกิจสื่อสาร และเครือข่ายขนส่ง ธนาคาร บริษัทประกันภัย ฯลฯ

ประเทศไทยเราระยะหนึ่งบริหารโดยกลุ่มบรรษัทขนาดใหญ่ที่กุมทุกอย่างไว้ในมือ เหมือนกับเป็นอาณาจักรของตนเอง โดยมีธุรกิจผูกพันกับกลุ่มบรรษัทอเมริกา แบ่งปันผลประโยชน์ของชาติ โดยเฉพาะน้ำมันในอ่าวไทย กิจการสื่อสารโทรคมนาคม สิทธิผลประโยชน์ของชาติในกลุ่มทุนนิยมโลกาภิวัตน์กอบโกยระหว่างอเมริกา ไทย สิงคโปร์ ทุนสามานย์ด้วยกันย่อมเข้าใจกันดี เราจะเห็นผลประโยชน์ไขว้กันไปมาระหว่างบรรษัทอเมริกา สิงคโปร์ และไทย

เราปฏิเสธความสัมพันธ์กับอเมริกาซึ่งเป็นชาติอภิมหาอำนาจไม่ได้ แต่ก็ต้องรู้เท่าทันและไม่ตกเป็นเหยื่อ ประชาชนไทยควรตื่นขึ้นได้แล้วเหมือนกับประชาชนในละตินอเมริกาที่ลุกขึ้นมาหวงแหนทรัพยากรของเขาว่า ทรัพยากรของชาติไทยทั้งที่จับต้องได้และจับต้องไม่ได้ควรนำมาใช้เพื่อประโยชน์ของคนไทย ไม่ใช่ให้กลุ่มทุนโลกาภิวัตน์ฉกฉวยเอาไปขายให้กลุ่มทุนต่างชาติดังที่เคยเกิดขึ้นแล้ว

ข่าวล่าสุด

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI

รัฐมนตรีคลัง G7 เห็นชอบแผนเตรียมซ้อมรับมือไซเบอร์โจมตีด้วย AI